Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

เสียงกระซิบข้างหัวใจ

โดย : ดอกแก้ว dokgaew@hotmail.com

มีนาคม 2549
        

เหตุผลและกลไก
              แสงแดดที่แผดกล้าพร้อมกับลมร้อนที่แผ่วมากระทบผิว คงยากที่จะให้สัมผัสแห่งความสุขกับใคร  และหากได้อยู่ในสภาพนั้นมากๆ เข้า หลายคนคงทุรนทุรายและดิ้นรนหาสภาพอากาศที่ดีกว่า ความทุกข์ที่เกิดจากรับอารมณ์ที่ไม่ดี ได้ก่อระลอกแห่งความต้องการชนิดใหม่ให้เกิดขึ้นเพื่อที่จะปฏิเสธและหลีกหนีสิ่งไม่พึงปรารถนาที่มาปรากฏกับกายและใจ ยิ่งกระทบกับความร้อนมากๆ ความเร่าร้อนภายในใจก็ยิ่งมีปริมาณมากขึ้นตามระดับของความไม่พอใจ
            หลายคนอาจไม่สังเกตว่า มีความไม่พอใจหรือโทสจิตเกิดขึ้นแล้วในจิตตน
แต่พฤติกรรมที่แสดงออกทางกายและวาจานั่นแหละ
คือผลงานที่แสดงถึงเบื้องลึกของจิตใจว่ามีความเป็นไปเช่นใด การเดินไปเปิดหน้าต่าง การเอื้อมมือไปเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ การพยายามหลบเลี่ยงแสงแดดที่ส่องมากระทบด้วยความหงุดหงิดใจ และต้องการหลีกหนี
           สิ่งเหล่านี้คือสภาพของความไม่พอใจต่อสภาพความเป็นไปในขณะนั้น และในขณะเดียวกันความปรารถนาสิ่งทีดีกว่าก็เกิดขึ้นติดตามมาอย่างกระชั้นชิด และทำให้การแก้ไขปัญหาความร้อนนั้นสำเร็จลงได้ด้วยการไขว่คว้าหาความเย็นด้วยวิธีการต่างๆ ความเป็นไปเช่นนี้ก็เหมือนกับความเคลื่อนไหวที่เป็นกลไกลูกโซ่ เพราะในขณะที่เกิดความไม่พอใจต่อสิ่งหนึ่ง นั่นก็แสดงถึงว่ามีความต้องการสิ่งอื่นที่ดีกว่า และเราก็พยายามตอบสนองต่อความต้องการนั้นเท่าที่มีความสามารถจนกว่าจะเป็นที่พอใจ

บางคนที่มีความต้องการน้อย กระบวนการทำงานเพื่อตอบสนองก็จะสั้นกว่าคนที่มีความต้องการมาก  ดังนั้น อารมณ์ของโลภะและโทสะจึงเกิดขึ้นเสมอในขณะที่ชีวิตขาดการยั้งคิดและพิจารณา
            นี่เป็นเพียงแค่สภาพอากาศร้อน กระบวนการทำงานของจิตใจยังเป็นไปในอกุศลอยู่อย่างไม่ขาดสาย นับประสาอะไรกับปัญหาของชีวิตที่หนักอึ้งกว่าปัญหาของความร้อน ที่เราต้องทุ่มเทใจไปกับบาปอกุศลอย่างมากมายเพื่อแก้ไขตามความคิดตนที่คิดว่าถูกต้อง บางครั้งถึงขนาดทะเลาะเบาะแว้งกันจนวุ่นวาย เพราะคำว่าไม่สบอารมณ์หรือไม่ถูกใจ

 

เมื่อย้อนกลับมาดูที่คำว่า ปัญหา ก็ไม่ใช่ว่าเป็นสิ่งที่เราไม่ควรแก้ไข ปัญหาเป็นสิ่งที่ควรแก้ไข แต่วิธีการแก้ไขปัญหานั้นต่างหากที่เราต้องเลือกใช้อย่างมีคุณภาพและมีเหตุผล เพราะปัญหา คือ ผลลัพธ์ที่มาจากเหตุประการใดประการหนึ่งหรือหลายประการที่เป็นสิ่งบกพร่อง และการแก้ไขปัญหา ก็คือ เหตุใหม่ที่จะแปรเปลี่ยนผลลัพธ์นั้นให้เป็นไปในทางที่ดีกว่า

            ดังนั้น การแก้ไขปัญหาที่ดีจึงต้องมีสติและปัญญาเข้าร่วมก่อการและทำงานเป็นทีม เพราะสติและปัญญาคือปัจจัยของความมีเหตุผลในชีวิต เมื่อมีอากาศร้อนมากระทบจนเกิดความรู้สึกทุกข์กับสภาพอากาศนั้น สติและปัญญาก็จะครองใจให้สงบต่อการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี ด้วยการเปิดหน้าต่าง เปิดพัดลม หรือเปิดเครื่องปรับอากาศด้วยกิริยาอาการที่ไม่เร่งร้อนใส่อารมณ์โดยมีเหตุผล เช่น ทราบว่าเพื่อแก้ไขความร้อนที่มีผลกระทบต่อสภาพร่างกายและจิตใจในขณะนั้น และหากปล่อยไว้ก็จะมีผลกระทบในทางที่ไม่ดีแก่ตน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเก็บกดอยู่ในสภาพนั้นอันเป็นการเติมทุกข์ให้ชีวิตมากยิ่งขึ้น ซึ่งต่างจากการเปิดหน้าต่าง เปิดพัดลม หรือเปิดเครื่องปรับอากาศด้วยความทุรนทุรายหงุดหงิดกับความร้อนที่เกิดขึ้นและต้องการหนีไปหาความเย็นเท่านั้น จะเห็นว่า หน้าต่าง พัดลม หรือเครื่องปรับอากาศยังคงถูกเปิดเหมือนเดิม แต่จิตใจขณะที่ทำงานนั้นมีเหตุผลและกลไกที่ต่างกันออกไป
         
ในการแก้ไขปัญหาอื่นก็เช่นกัน  สติและปัญญาจะช่วยลดความเสียหายลงได้มาก โดยเฉพาะความเสียหายทางใจ นอกจากนี้สติและปัญญายังจะช่วยจัดสรรเครื่องมือในการแก้ปัญหาได้อย่างสันติวิธี  และจัดหาที่อาศัยที่ดีของจิตใจให้มาเป็นเกราะป้องกันโลภและโทสะได้เป็นการชั่วคราว นั่นก็คือ พรหมวิหารธรรม
            เมตตา คือ ความปรารถนาดีที่จะให้ผู้อื่นเป็นสุข เป็นความเอื้ออารีหนักแน่นในอารมณ์ ไม่ใจร้อนวู่วาม มีแต่ความเป็นมิตร
            กรุณา คือ ความสงสารที่เจือจานไปเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบทุกข์ทั้งกายและใจ
            มุทิตา คือ การส่งเสริมสัมพันธ์อันดีระหว่างกันและกัน ด้วยการชื่นชมในคุณความดีของผู้อื่น หรือผลดีที่ได้รับ
            อุเบกขา คือ การวางใจในความเป็นไปตามกรรมของแต่ละคนโดยไม่เพ่งเล็งบุคคลเป็นสำคัญ ใครจะได้รับผลอย่างไรนั้นก็ล้วนแต่เกิดจากกรรมมิใช่เพราะบุคคล

         ฉะนั้น ความร้อนของอากาศมีความสามารถเพียงก่อให้เกิดความร้อนใจเป็นการเฉพาะตนซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ความร้อนของปัญหาสังคมนั้นเป็นความร้อนของคนหมู่มาก แต่อาจกระจายความร้อนไปทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่ว่าฤดูกาลไหน ผู้ที่ร่วมรับรู้หรือร่วมมือเพื่อแก้ไขจึงจะต้องมีความระมัดระวังใจไม่ให้ตกไปในเพลิงโลภะและโทสะจนเป็นเหยื่อของอกุศลจนถอนตัวไม่ขึ้น ด้วยการใช้สติปัญญามาป้องกันความร้อนมิให้ทะลุทะลวงใจ  และใช้พรหมวิหารธรรมปรับสภาพจิตใจให้เยือกเย็นท่ามกลางความร้อนทั้งหลายทั้งปวงนั่นเอง

ด้วยความปรารถนาดี
พี่ดอกแก้ว
มีนาคม 2549

          <<< อ่านย้อนหลัง<<<

เสียงกระซิบข้างหัวใจ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com