บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน >>

ตาม่องล่าย
นิทานพื้นบ้าน

โดย สิทธิศักดิ์ ทองคำ
รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประจวบคีรีขันธ์

      ตำนาน นิทานพื้นบ้าน เป็นเรื่องที่ผู้เล่าหวังให้อนุชนรุ่นหลังได้เป็นอุทาหรณ์สอนใจ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งมักจะแฝงไว้ด้วยคุณธรรม จริยธรรม ที่ควรนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวัน เป็นคติเตือนใจให้ระลึกนึกถึงในยามที่ขาดสติ ซึ่งอาจเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงไม่คาดฝันกับชีวิตของเรา อาจเกิดความเสียหายจนไม่สามารถแก้ไขให้กลับคืนเป็นปกติได้

ตำนาน นิทานพื้นบ้าน หรือเรื่องเล่าขานของเมือง ของตำบล หมู่บ้านหรือสถานที่ต่าง ๆ เป็นที่ดึงดูดความสนใจ ให้เราทราบเรื่องราวความเป็นมา จริงบ้างเท็จบ้าง ทำให้เพลิดเพลินเจริญใจ

ตำนาน นิทานพื้นบ้าน ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก็มีเช่นเดียวกัน เป็นตำนานที่เล่าขานกันติดต่อกันมาตั้งแต่โบราณกาล และยังเล่าต่อกันมาจนกระทั่งทุกวันนี้ คือเรื่อง “ตาม่องล่าย”

อดีตกาลนานมาแล้ว ณ ภาคพื้นริมชายทะเลประจวบคีรีขันธ์ มีบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาริมหนองน้ำบ้านอ่าวน้อย ในท้องที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ปัจจุบันสถานที่ตั้งบ้านและหนองน้ำยังมีปรากฏอยู่บนเนินเขาตาม่องล่าย) เป็นที่พำนักอาศัยของครอบครัวครอบครัวหนึ่ง หัวหน้าครอบครัวคือตาม่องล่าย ซึ่งนัยว่ามีเชื้อสายจีน เมียของตาม่องล่ายชื่อนางรำพึง บ้างว่าเป็นชาวบ้านอ่าวมะนาว อำเภอบางสะพาน มีลูกสาวคนหนึ่งชื่อสาวยมโดย มีอาชีพทำประมงและทำไร่

สาวยมโดย เป็นคนขยันขันแข็ง รูปร่างหน้าตาสะสวยงดงามยากที่จะหาสาวใดเปรียบได้ เป็นที่เลื่องลืออยู่ในละแวกบ้านอ่าวน้อยและบ้านใกล้เคียง เป็นที่หมายปวงของชายหนุ่มทั้งใกล้ไกล

ชาวเรือประมงและพ่อค้าวานิชที่จับปลาค้าขายผ่านไปมา เมื่อได้ยลโฉมความงามของสาวยมโดย ก็ต้องตา พึงใจ กันแทบทุกคน จึงเล่าลือกันต่อ ๆ ไป เลื่องลือไปจนเป็นที่รู้จักกันในท้องถิ่นแถบชายฝั่งทะเลแถบนี้

มีหมู่บ้านหนึ่งไกล้แดนเมืองเพชรบุรี ชาวบ้านตั้งถิ่นฐานทำมาหากินในที่ดินที่อุดมสมบูรณ์ริมขุนเขา มีเจ้าบ้านปกครองอยู่กันมาด้วยความร่มเย็นเป็นสุข เจ้าบ้านมีลูกชายคนหนึ่งชื่อว่าเจ้าลาย มีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาเป็นเยี่ยมในถิ่นนั้น

ครั้น”เจ้าลาย” ได้ยินกิตติศัพท์เลื่องลือถึงความงามของสาวยมโดย ทำให้เจ้าลายอยากจะเห็นโฉมของสาวยมโดย ว่าจะมีโฉมงามสมดั่งคำเล่าลือจริงหรือไม่ จึงปลอมตัวเป็นชาวเรือประมงเที่ยวหาปลาและแวะขึ้นฝั่งไปค้าขายปลา ณ หมู่บ้านอ่าน้อยที่ตาม่องล่ายอาศัยอยู่



ชาวบ้านอ่าวน้อย เมื่อได้เห็นรูปร่างหน้าตาอันหล่อเหลาของเจ้าลาย ก็นำไปเล่าขานกันจนกระทั่งรู้ไปถึงหูยายรำพึงและสาวยมโดย และอยากจะเห็นเจ้าลายว่าจะมีรูปร่างหน้าตาตามคำเล่าลือหรือไม่ จึงออกอุบายให้ชาวบ้านบอกแก่เจ้าลายให้นำปลามาขายที่บ้านของนาง จนได้รู้จักกัน เมื่อสาวยมโดยและเจ้าลายได้พบกัน ต่างรู้สึกพอใจซึ่งกันและกัน เหมือนรักแรกพบ

นับตั้งแต่นั้นมา เจ้าลายก็หมั่นไปมาหาสู่สาวยมโดย อย่างสม่ำเสมอ และเมื่อมาครั้งใดก็จะมีข้าวของมาฝากยายรำพึงเสมอ ๆ จนเป็นที่คุ้นเคย สนิทสนมเป็นอันดี และเป็นที่โปรดปราณของยายรำพึงยิ่งนัก

ส่วนตาม่องล่ายไม่ใคร่จะเห็นด้วยเท่าใดนัก จึงแสดงออกถึงความรังเกียจเจ้าลายอย่างออกหน้าออกตาให้กับยายรำพึงเห็นเสมอ ๆ และในช่วงนั้นสองตายายโกรธกันและแยกกันอยู่คนละบ้าน ส่วนสาวยมโดยนั้นพักอยู่กับแม่ ซึ่งอยู่ไม่ห่างไกลกันมากนัก

ในที่สุด ทั้งเจ้าลายและสาวยมโดย ต่างก็มีความรักใคร่ต่อกันอย่างลึ้กซึ้ง ความรักของคนทั้งสองเริ่มมีอุปสรรค เมื่อกิตติศัพท์ความงามของสาวยมโดยแพร่สะพัดไปเรื่อย ๆ จนไปถึงหูของวานิชหนึ่งเจ้าของเรือสำเภาใหญ่ ซึ่งเคยนำสำเภามาจอด ณ บ้านอ่าวน้อยหลายครั้งหลายคราว ชาวบ้านรู้จักนายสำเภาชาวจีนผู้นี้เป็นอันดีว่าชื่อ “เจ้ากรุงจีน”

คำเล่าลือความงามของสาวยมโดยรู้ถึงเจ้ากรุงจีน ก็อยากจะยลโฉมงามสาวยมโดยเป็นอย่างยิ่ง จึงสอบถามถึงที่อยู่และพงศ์พันธ์ของนาง เมื่อทราบแล้ว เจ้ากรุงจีนได้พยายามหาวิถีทางผูกมิตรไมตรีกับตาม่องล่าย และนำของมาขายที่บ้าน ตาม่องล่าย

เมื่อเจ้ากรุงจีนได้ยลโฉมสาวยมโดยเข้า ก็หลงใหลในความงามของนางก็ผูกมัดรัดตรึงใจเจ้ากรุงจีน ยิ่งนัก โดยที่เจ้ากรุงจีนไม่ใส่ใจยายรำพึงนัก

ตั้งแต่นั้นมา เจ้ากรุงจีนก็พยายามแวะเวียนมาเยี่ยมเยือน และแสดงไมตรีอันดีกับตาม่องล่ายอยู่เสมอ มาครั้งใดก็จะมีแก้วแหวนเงินทองมาฝากตาม่องล่ายเสมอ ๆ แต่มิได้มีโอกาสติดต่อกับยายรำพึงเลย

เมื่อถึงคราวจะเกิดเหตุใหญ่ ฝ่ายเจ้าลาย ส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอสาวยมโดยต่อยายรำพึง ซึ่งมีความพอใจเจ้าลายอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็ตกปากรับคำยกสาวยมโดยให้แก่เจ้าลาย และรับสินสอดทองหมั้นไว้โดยมิได้บอกตาม่องล่าย

ข้างฝ่ายเจ้ากรุงจีน ก็แต่งเถ้าแก่มาสู่ขอสาวยมโดยเช่นกัน โดยมาสู่ขอกับตาม่องล่าย ตาม่องล่าย ก็รับปากตกลงยกสาวยมโดยให้แก่เจ้ากรุงจีน โดยมิได้ปรึกษายายรำพึงเช่นกัน

เหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อทั้งสองฝ่ายทั้งยายรำพึงและตาม่องล่ายได้นัดวันแต่งงานสาวยมโดย ตรงกันวันเดียวกัน ถึงวันแต่งงานขบวนขันหมากทั้งสองฝ่ายก็แห่กันมาอย่างอึกทึกครึกโครม ขบวนช้างม้า หาบเงินหาบทองของฝ่ายเจ้าลาย ขบวนเรือขันหมากปานประหนึ่งทัพน้ำของเจ้ากรุงจีนก็ยกมาจนเนืองอ่าว แขกของงานทั้งสองฝ่ายก็มาพร้อมกันมากมาย

ครั้นขันหมากสองขบวนมาประจันหน้ากัน เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ตาม่องล่ายและยายรำพึง ต่างก็เกิดทะเลาะทุ่มเถียงกัน ยายรำพึงก็อ้างว่า “ลูกสาวของข้าจะยกให้เจ้าลาย” ตาม่องล่ายก็ไม่ยอม อ้างว่าสาวยมโดยก็เป็นลูกสาวของตนเหมือนกัน “ข้าจะยกให้เจ้ากรุงจีน”

ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน เกิดการทะเลาะกันเสียงอื้ออึง ยายรำพึง ฉุนโกรธเต็มที่ ฉวยหมวกได้ก็กว้างเข้าใส่ตาม่องล่าย หมวกลอยไปตกชายทะเลไกล้ ๆ ละแวกบ้านอ่าวน้อยนั้นกลายเป็น “เขาล้อมหมวก” อยู่บริเวณชายทะเลอ่าวเกาะหลักหรืออ่าวประจวบ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์นั่นเอง

ตาม่องล่ายฉุนโกรธขึ้นมาบ้าง คว้ากระบุงที่วางอยู่ใกล้ ๆ ตัว ขว้างยายรำพึงด้วยแรกโกรธสุดขีด กระบุงเลยลอยไปตกไกลถึงจังหวัดตราด กลายเป็น “เกาะกระบุง” อยู่ในกิ่งอำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด

ยายรำพึง คว้างอบได้ก็ขว้างเข้าใส่ตาม่องล่ายอย่างแรงเช่นกัน งอบเลยกระเด็นไปตกกลายเป็น ”แหลมงอบ” อยู่ในอำเภอแหลมงอบ จังหวัดจันทบุรี

ตาม่องล่ายบันดาลโทษะจัด ฉวยสากได้ก็ไล่ตียายรำพึง ยายรำพึงวิ่งหนี ตาม่องล่ายเลยเอาสากขว้างตามไป สากไปโดนเกาะชายทะเลทำให้เกาะทะลุเป็นช่องโหว่ จึงเรียกเกาะนี้ว่า “เกาะทะลุ” มาจนทุกวันนี้ ซึ่งอยู่ในท้องที่อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่วนสากนั้นยังไม่สิ้นแรงลอยไปตกยังชายทะเลตะวันออก กลายเป็น “เกาะสาก” อยู่ในอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

ฝ่ายยายรำพึงเกิดความกลัวตาม่องล่ายที่จะทำร้ายตน จึงหนีตาม่องล่ายมุ่งหน้าไปยังบ้านเดิมของนางและไปรำพึงรำพันด้วยความเศร้าโศรกเสียใจอยู่ใกล้อ่าวชายทะเลบางสะพานจนตัวตายกลายเป็น “เขาแม่รำพึง” อยู่เคียงข้างอ่าว อ่าวนั้นได้ชื่อว่า “อ่าวแม่รำพึง” อยู่ในท้องที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ตาม่องล่ายโกรธจัดเลยพาลพาโล ขาดสติ ว่าเหตุที่เกิดยุ่งก็เพราะสาวยมโดยคนเดียวแท้ ๆ ยายรำพึงผู้เป็นแม่ก็ยกให้แก่เจ้าลาย ตนเองก็ยกให้แก่เจ้ากรุงจีน ไหน ๆ ต่างก็ยกให้กันแล้ว เพื่อไม่ให้เสียวาจา ก็เลยคิดจะแบ่งให้ทั้งสองฝ่าย เพื่อมิให้ได้เปรียบเสียเปรียบกัน ว่าแล้วก็จับสาวยมโดยฉีกออกเป็นสองซีก ขว้างไปทางทิศเหนือซึ่งเป็นบ้านของเจ้าลายซีกหนึ่ง ไปตกกลายเป็น “เกาะนมสาว” อยู่ที่บ้านบางปู ปัจจุบันอยู่ในอำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อีกซีกหนึ่งขว้างไปทางทิศตะวันออกซึ่งเป็นทิศทางบ้านของเจ้ากรุงจีน ไปตกกลายเป็น ”เกาะนมสาว” อยู่ในเขตอำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดชลบุรี

โอ้น่าอนารถใจนัก ลูกก็ตาย เมียก็ตาย ความกลุ้มของตาม่องล่ายก็ถึงขีดสุด หมากพลู ขนมจีน จาน กระจก ตะเกียบ ขันหมากและสิ่งของต่าง ๆ ตาม่องล่ายก็หยิบขว้างกระจัดกระจายจนหมดสิ้น บ้างก็ไปตกในทะเล บ้างก็ไปตกในพื้นแผ่นดินยังสถานที่ต่าง ๆ กลายเป็นสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้น เช่น

“มวนพลู” ที่นำมาในคราวงาน กลายเป็นหอยมวนพลูที่มีอยู่ทั่วไปตามชายทะเลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
“ขนมจีน” กลายเป็นสาหร่ายทะเล ซึ่งเรียกว่าเส้นขนมจีนเจ้าลาย
“หวีกล้วย” กลายเป็นตัวหวีกล้วย ซึ่งเกาะหินอยู่ใต้น้ำ
“ขันหมาก” เมื่อไปตกลงพื้นดินกลายเป็นเทือกเขาขันหมาก (ซึ่งภายหลังรู้จักกันนามเขาสามร้อยยอด) ปัจจุบันอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด (อุทยานแห่งชาติชายทะเลแห่งแรกของประเทศไทย) อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
“ แก้ว แหวน เงิน ทอง ทับทิม “ กลายเป็นหอยต่าง ๆ เปลือกหอยมีรูปร่างสวยงามเหมือนเพชรพลอยทับทิม ฯลฯ อยู่ตามชายหาด
“ ปูทอด “ กลายเป็นปูหิน
“กระจก” ของสาวยมโดย ตาม่องล่ายก็กว้างไปถูกเขาจนทะลุเป็นช่องโหว่ เรียกว่าเขาช่องกระจก อยู่กลางเมืองประจวบคีรีขันธ์นั่นเอง
“ตะเกียบ” ลอยไปตกชายทะเลกลายเป็นเขาตะเกียบ ในท้องที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
“จาน” ลอยไปตกเป็นเกาะจาน อยู่ในท้องที่อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ส่วนแขกที่มาร่วมงาน เห็นเหตุการณ์โกลาหลวุ่นวาย ไม่สามารถหยุดความบ้าคลั่งของตาม่องล่ายได้ เห็นตาม่องล่ายอาละวาดใหญ่ ต่างก็พากันแยกย้ายกลับบ้านของตน

เจ้าลายและเจ้ากรุงจีน เห็นพิธีมงคลเสีย ก็พาสมัครพรรคพวกของตนกลับถิ่นฐานบ้านเดิมของตน

เจ้าลาย เสียใจเพราะรักสาวยมโดยมาก เมื่อกลับถึงบ้านของตนก็ไม่ยอมกินข้าวปลาอาหาร เศร้าโศรกเสียใจจนตัวตายกลายเป็น “เขาเจ้าลาย” อยู่ในท้องที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

ส่วนตาม่องล่าย ก็เสียใจที่ตนบันดาลโทษะจนทำให้เสียลูกเสียเมียไป ก็คว้าไหเหล้าไปนั่งดื่มคนเดียวบนไหล่เขาด้วยความกลุ้มใจหมดสติและตายคาไหเหล้ากลายเป็นก้อนหินอยู่ข้างไหล่ภูเขา เขาลูกนี้ก็ได้ชื่อว่า “เขาตาม่องล่าย” ปรากฏให้เห็นอยู่จนทุกวันนี้

ตำนานนิทานเรื่องตาม่องล่าย ไม่ปรากฏหลักฐานว่าผู้ใดแต่งขึ้นมา แต่ก็มีเล่ากันมาเป็นตำนาน เป็นนิทานคู่บ้านคู่เมืองประจวบคีรีขันธ์ สันนิษฐานว่าผู้แต่งต้องเป็นผู้ที่รอบรู้ภูมิประเทศ ภูมิศาสตร์ แถบชายทะเลตะวันออกนี้เป็นอย่างดี จึงสามารถผูกเรื่องราวต่าง ๆ ให้เข้ากับชื่อสถานที่ต่าง ๆ รอบบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดใกล้เคียง ได้อย่างน่าทึ่ง

เรื่อง “ตาม่องล่าย”นี้ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ ระหว่างเพื่อนบ้านใกล้เคียง การติดต่อค้าขายกับต่างชาติ ต่างภาษา ต่างอาชีพและภูมิประเทศแถบชายฝั่งทะเลของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งประกอบด้วยภูเขา เกาะแก่งใหญ่น้อยสวยงาม แปลกตา ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ทำให้เกิดจินตนาการนำมาผูกเป็นเรื่องเชื่อมโยงกับตัวละครซึ่งเล่าขานสืบต่อ กันมาแต่อดีต ทำให้อนุชนรุ่นหลังได้เรียนรู้สภาพภูมิศาสตร์ สภาพภูมิประเทศไปกับตำนาน นิทานพื้นบ้านเรื่องนี้ได้อย่างน่าสนใจ

ในการนำเสนอนี้ หากมีตอนหนึ่งตอนใดผิดเพี้ยนไปจากเรื่องเดิม ก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ และยินดีที่จะปรับปรุงแก้ไขแต่งเติมให้สมบูรณ์ในโอกาสต่อไป ขออุทิศความดีต่าง ๆ นี้แด่บรรพบุรุษทุก ๆ ท่านที่มีส่วนสืบทอดตำนานนิทานเรื่องนี้ ให้ป็นมรดกตกทอดแก่ชาวประจวบคีรีขันธ์ตลอดไป

อ้างอิงจาก ::: อนุสารจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ “งานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ”

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook