ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม อารยธรรม >>
11
ภาษาแสก
ภาษาที่ใช้สื่อสารกันในเผ่าแสคือ ภาษาแสก ปัจจุบันใช้ภาษาไทยกลาง
ภาษาไทยท้องถิ่นหรือภาษาลาวพื้นเมือง ส่วนภาษาแสกจะใช้สื่อสารกันภายในหมู่บ้าน
และหมู่บ้านอื่น ๆ ที่มีชาวไทแสกก็สามารถสื่อสารกันได้
ภาษาแสกจะมีแต่ภาพูดไม่มีภาษาเขียน ผู้พูดภาษาแสกจะรวมตัวกันอยู่
เป็นหมู่บ้าน การแต่งกาย รูปร่าง ลักษณะท่าทางกริยามารยาท
และความเป็นอยู่ของชาวไทแสกในปัจจุบัน ไม่แตกต่างไปจากชาวไทยในท้องถิ่นอื่น ๆ
สิ่งเดียวที่ทำให้ชาวไทแสกแตกต่างไปจากชาวไทยอื่น ๆ คือ ภาษา พิธีกรรม
ความเชื่อของชาวไทยแสกซึ่งมีการแสดงแสกเต้นสากร่วมด้วย ในจังหวัดนครพนม
มีภาษาถิ่นไทยหลายกลุ่ม คือ ภาถิ่นลาวพื้นเมือง ภาษาถิ่นภูไทย ภาษาถิ่นญ้อ
และภาษาถิ่นกะเลิง ภาถิ่นทั้ง 4 ภานี้ ถึงแม้จะมีความแตกต่างกัน แต่ผู้พูดภาทั้ง 4
ภา ก็สามารถติดต่อพูดจากันได้รู้เรื่อง โดยไม่มีปัญหาเลย
ทั้งนี้เพราะภาษาถิ่นเหล่านี้ มีความแตกต่างกันในเรื่องเสียงไม่มาก
คำศัพท์ก็มีบ้างเล็กน้อย แต่ในเรื่องการเรียงคำ หรือการสร้างประโยคแล้วไม่มีเลย
ส่วนภาษาแสกนี้ถึงแม้จะจัดว่าเป็นภาษาไทยถิ่น แต่ความแตกต่างไปจากภาษาไทยถิ่น
ไม่อาจเข้าใจได้ทำให้มีคนจำนวนมากคิดว่าภาษาแสกเป็นภาษาเขมร
ตามความเป็นจริงแล้วไม่ใช่
ศาสตราจารย์ ฟัง ไกวลี นักภาษาศาสตร์ชาวอเมริกัน
เชื้อชาติจีนได้เคยเสนอการแบ่งกลุ่มตระกูลภาษำทยเป็นสามสาขาโดยใช้ศัพท์และวิวัฒนาการของสัยงบางเสียงเป็นมาตรฐานในการแบ่งสาขาของภาเอาไว้ว่า
-
สาขาเหนือประกอบไปด้วย ภาษาถิ่นที่อยู่ทางใต้ของจีน ตัวอย่าง ชื่อภาษาถิ่น เหล่านี้คือ วู มิง เทียน เชา โปอาย เขียนเชียง
-
สาขากลางอยู่ในเวียดนามเหนือ แถวพรมแดน ติดต่อกับประเทศจีนมีไตขาว โท นุง ลุงเชา เทียนเปา ยุงซุน
-
สาขาตะวันตกเฉียงใต้ ประกอบด้วย ภาในประเทศไทย ลาว พม่า อินเดีย เวียดนาม ทั้งหมดในประเทศไทยและสาวเท่านี้ที่ภาไทยนับเป็นภาษของชนกลุ่มใหญ่ และใช้เป็นภาษาราชการ นอกจากนี้ก็เป็นภาษาของชนกลุ่มน้อย กระจัดกระจายอยู่ในที่ต่าง ๆ รวมไปถึงภาษาถิ่นที่เป็นภาษาแสด้วย ซึ่งภาษาชนกลุ่มน้อยนี้จะกระจัดกระจายอยู่ในประเทศต่าง ๆ และจะค่อย ๆ ถูกกลืนหายไปทีละน้อย ๆ เรื่องนี้อาจารย์ บรรจบ พันธุเมธา ก็ได้แสดงความห่วงใยไว้ในหนังสือของท่านชื่อ กาเลหม่านไต (ไปเที่ยวบ้านไท) เอาไว้ว่า
ภาษาแสก ศาตราจารย์ Haudricourt
เคยแสดงความคิดเห็นไว้ว่าควรจัดอยู่ในภาไทยแขนงภาคเหนือ โดยพิจารณาจากศัพท์
ศาสตราจารย์ William Gredney ก็เป็นอีกท่านหนึ่ง ซึ่งสนับสนุนว่าควรจะจัด
ภาษาแสก อยู่ในแขนงภาคเหนือเช่นกัน โดยเพิ่มหลีกฐานทางศัพท์และเสียงท่านผู้นี้
ได้ศึกษาภาษาแสกในเรื่องเสียงว่ามีเสียงอไรบ้าง และเคยพิมพ์บทความเรื่อง The Sack
Language of Nakhon Phanom ส่วนศาสตราจารย์ Haudricourt นั้นรวบรวมคำศัพท์ไปไม่มาก
และยังไม่ได้ศึกษาถึงเรื่องเสียงวรรณยุกต์และเรื่องอื่น ๆ ของชาวไทแสก
วิไลวรรณ ขนิษฐานันท์ ได้ศึกษาภาษาแสก
ตามแนวภาษาศาสตร์โดยได้ศึกษาเกี่ยวกับ ลักษณะของเสียงวรรณยุกต์
เสียงสระและเสียงพยัญชนะ ที่มีใช้อยู่ในภาษาแสก ยังได้บรรยายถึงลักษณะกลุ่มคำต่าง ๆ
การประสมคำ การเรียงการเก็บบันทึกคำภาษาแสก ที่เกี่ยวกับคำและความหมาย
วิธีอ่านออกเสียงและความหมายของคำแสก โดยวิไลวรรณ ขนิษฐานันท์
ได้แสดงความเป็นห่วงภาษาแสกเอาไว้ว่า
ในประเทศไทย ภาษาแสก
เป็นภาษาของชนกลุ่มน้อยและแปลกแตกต่างไปจากภาษาถิ่นอื่น ๆ มาก คนไทยอื่น ๆ
ไม่สามารถเข้าใจภาแสกไก้ ภาษาแสก
จึงมีปัญหาเหมือนคนไทยที่เป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศอื่น ๆ กล่าวคือ
ภาษาแสกกำลังถูกกลืนหายไป ปัจจุบันนี้บางหมู่บ้านโดยเฉพาะหมู่บ้านในตัวเมือง พ่อ
แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย จะพูดภาษาแสกได้ เด็กๆ ชาวไทแสก จะไม่สามารถพูดภาษาแสกได้ เด็ก
ๆ เหล่านี้ไม่ค่อยพูดภาแสก แต่พวกเขาก็ฟังและเข้าใจภาษาแสกได้อยู่บ้าง
จากสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันทำให้สามารถคาดการณ์ได้ว่า ภาษาแสก
คงจะสูญสิ้นไปในไม่ช้าเพราะสาเหตุใหญ่ 3 ประการ
-
ภาษาแสก เป็นภาษาของคนกลุ่มน้อย ดังนั้นเด็กรุ่นปัจจุบันในหมู่บ้านแสกจึงไม่นิยมใช้ข้อนี้เป็นเหตุผลทางธรรมชาติโดยทั่วไปแล้ว เด็กจะพยายามใช้ภาษาของชนหมู่ใหญ่ คือ ภาษาที่เพื่อน ๆ รอบตัวใช้ในโรงเรียนและภาษาที่ใช้สถานที่สาธารณะต่าง ๆ ถ้าภาษาที่ใช้ในครอบครัวไม่ใช่ภาษาของชนหมู่ใหญ่ เด็กก็มักจะไม่ใช้พูด ถึงแม้แต่พ่อแม่จะใช้ภาษานั้นพูดด้วยก็ตาม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทั่วไป ดังจะเห็นว่าถ้าครอบครัวได้ย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ถ้าเป็นครอบครัวซึ่งไปเติบโตที่นั่น จะเรียนรู้และพูดภาษานั้นและไม่ยอมใช้ภาษาของตัวเอง เด็กจะเรียนรู้ภาษาของพ่อแม่ แต่ไม่ยอมใช้ภาษาเพราะเห็นว่าเป็นภาษาของชนกลุ่มน้อย ดังนั้นในหมู่บ้านชาวไทแสกในตัวเมืองทั่ว ๆ ไปก็เช่นกัน จะพบว่าเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ลงมาไม่สามารถพูดภาษาแสกได้เพียงแต่ฟังเข้าใจ
-
การได้รับอิทธิพล จากภาษาไทยกลางเนื่องจากชาวไทแสก ส่วนมากหรือเกือบทุก ๆ คน ต้องเรียนหนังสือ ซึ่งต้องใช้ภาษากลางเป็นสื่อในการเรียนการสอนอีกทั้งสื่อสารมวลชนต่าง ๆ เช่น หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ฯลฯ ซึ่งมีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของคนทั่ว ๆ ไป ก็ใช้ภาษากลางจึงทำให้ชาวไทแสกได้รับอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของคนทั่ว ๆไป ก็ใช้ภาษากลางจึงทำให้ชาวไทแสกได้รับอิทธิพลไปจากภาษาไทยกลางมาก
-
การได้รับอิทธิพลจากภาษาไทยท้องถิ่น หรือภาษาลาวพื้นเมืองนคระนม ในชีวิตประจำวัน ชาวไทแสก จะต้องติดต่อพบปะใกล้ชิดกับชาวนครพนม ซึ่ง


