Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน >>

วรรณกรรม

     วรรณกรรมเป็นเครื่องแสดงอารยธรรมของสังคม และเป็นเสมือนกระจกเงาฉายให้ เห็นความคิด ชีวิตและพฤติกรรมของมนุษย์ ดังจะเห็นได้จากวรรณกรรมเก่าในประวัติวรรณคดีของไทยและของโลก รวมถึงวรรณกรรมปัจจุบัน งานวรรณกรรมไทยถือเป็นมรดกทางศิลปวัฒน ธรรมของชาติ มีเอกลักษณ์ที่แสดงออกทางภาษาเฉพาะชนชาติ แม้ว่าวันเวลาจะผ่านไปหรือ กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกตะวันตกจะเข้ามา ความประณีตบรรจงในการใช้ภาษาเรียบเรียง ถ้อยคำเป็นบทกวี กาพย์ กลอน ฉันท์ ที่สอดแทรกความหมายลึกซึ้งชวนให้ผู้อ่านจินตนาการ และติดตามเรื่องราว งานประพันธ์บางประเภท อาจดูเป็นเรื่องที่เข้าใจยากสำหรับผู้ที่ไม่ได้ศึกษา แต่ก็มีงานวรรณกรรมทั่วไป ที่เหมาะตามความสนใจ การบอกเล่าของคนสมัยก่อนได้ใช้ภาษา เป็นเครื่องมือในการบันทึก และถ่ายทอดเรื่องราว รวมทั้งแฝงความคิด ทั้งในส่วนที่เป็นจริงเข้า กับส่วนที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อแต่งแต้มสีสันให้กับประเภทของงานวรรณกรรมนั้น ๆ ตำนานการ เกิดวรรณคดีของแต่ละชนชาติ ส่วนใหญ่จะมีเค้ามูลความจริงมาจาก ความเชื่อ ค่านิยม และ สภาพแวดล้อมรอบตัว

       วรรณคดีเป็นสิ่งที่มีประจำสังคมของมนุษย์มาแต่ดั้งเดิม และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับที่มนุษย์รู้จักใช้ภาษาเป็นสื่อให้ผู้อื่นเข้าใจความรู้สึกและความคิดความปรารถนาของตน ลักษณะ ของภาษาเมื่อแรกเกิดนั้นยังไม่เป็นถ้อยคำที่มีประโยคประธานอย่างภาษาที่เจริญแล้วในปัจจุบันนี้ เมื่อสมัยมนุษย์ดึกดำบรรพ์พูดภาษาของเขาก็จะเป็นกลุ่มของเสียงที่แสดงความรู้สึกอันรุนแรงที่อยู่ ในใจ เช่น ความเบิกบาน ความโกรธเคือง ความหิวกระหาย ความตระหนกตกใจ บ้างก็ทำเสียง เพื่อระบายความหมายทางอารมณ์เสมือนเป็นสัญลักษณ์ของภาษาสื่อสาร มีการใช้จังหวะลักษณะ คล้ายเพลง แต่ยังถือว่าเป็นวรรณคดีไม่ได้เพราะยังขาดระเบียบในการจัดอย่างมีศิลปะ และยังไม่เป็น สื่อสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดและผู้อ่าน ในที่นี้เราจะไม่กล่าวถึงว่าเสียงต่าง ๆ ที่ไม่มีความหมาย ภาษา เป็นอุปกรณ์และเป็นพาหนะของวรรณคดีอย่างดีที่สุดคือ ใช้ถ้อยคำที่มีรสชาติ ได้ยินได้ฟังแล้วเกิด ความรู้สึกและเห็นภาพทันที คำที่ใช้ล้วนเป็นรูปธรรม (Concrete) เป็นส่วนมาก และถึงแม้ว่ารุ่มรวย คำที่ใช้แต่ละคำก็มีความหมายชี้เฉพาะถึงสิ่งเดียวเท่านั้น คำที่มีความหมายรวมหรือเลื่อนลอยไม่มี เป็นต้นว่า ถ้าพูดถึง “วัว” ก็มีคำว่า วัวแดง วัวด่าง วัวดำ วัวตัวผู้ วัวตัวเมีย หรือว่าพูดถึง “สีเขียว” ก็มีแต่คำ ที่บ่งชัดว่า เขียวน้ำทะเล เขียวใบไม้ เขียวนกกะลิง ฯลฯ หรือถ้าจะพูดถึงอาการ “ตัด” ก็มี คำเฉพาะหมายถึงตัดต้นไม้ ตัดคอหมี ตัดเชือก ฯลฯ โดยเหตุที่มีคำเป็นรูปธรรมไม่มีคำนามธรรม (abstract) มนุษย์ดึกดำบรรพ์จึงจำเป็นต้องใช้ การอุปมาอุปมัย และภาพพจน์ (metaphor) ยกตัว อย่างเทียบในภาษาไทย คำว่า ตกใจ เสียใจ เด็ดคอ ดูดดื่ม ต้อนรับ ดูถูก เล่นตา เหล่านี้ล้วนเป็น ภาพพจน์

       วรรณคดีแต่แรกเกิดนั้นเป็นวรรณคดีปากเปล่า และต่อมาวรรณคดีได้บันทึกเป็นลาย ลักษณ์อักษร วรรณคดีเก่าแก่ที่ถูกบันทึกลงบนวัตถุ เป็นของชาวแบบิโลเนียน ฮิตไต๊ท์ และ คนาพไนท์ ซึ่งจารึกด้วยอักษรรูปลิ่มลงบนแผ่นอิฐ ส่วนวรรณคดีที่มิได้บันทึกไว้เช่น นิทานพื้น บ้าน (folktale) เพลงกล่อม คำพังเพย หรือภาษิตพื้นบ้าน และที่เป็นของไทยแท้ ๆ ก็มีจำพวก แหล่ เทศน์ แอ่ว และเพลงต่าง ๆ เช่น เพลงเรือ เพลงโคราช เป็นต้น ทฤษฎีใหม่ในทางวรรณ คดี ซึ่งถือว่าวรรณคดีที่แท้จริงนั้น คือ วรรณคดีที่ต้องอ่านต้องฟังเพราะรสของ วรรณคดีอยู่ที่ เสียงของถ้อยคำ สัมผัสและจังหวะวรรคตอนเป็นส่วนใหญ่ แม้แต่วรรณคดีร้อยแก้ว เช่น นวนิยาย บทสนทนาของตัวละครก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถเข้าใจซาบซึ้งถ้าไม่ได้อ่านออกเสียงดัง ๆ การ อ่านในใจทำให้มองข้างบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ก็ได้

วรรณกรรม วรรณคดี และวรรณศิลป์
วรรณคดีเป็นประณีตศิลปะ
สุนทรียภาพทางภาษา
สุนทรียะด้านการใช้คำ
สุนทรียะด้านกวีโวหาร
ประเภทของวรรณคดี
วรรณคดีกับวัฒนธรรม
วรรณคดีกับศิลปะ
วรรณคดีดนตรีและการแสดง
วรรณกรรมประเภทเรื่องสั้น
เรื่องสั้น นวนิยาย

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com