Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สุขภาพ ความงาม อาหารและยา สมุนไพร สาระน่ารู้ >>

โรคไข้ริฟต์วาลเลย์

(Rift Valley fever, RVF)

สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค พฤษภาคม 2553

       โรคไข้ริฟต์ วาลเลย์ (Rift Valley fever, RVF) เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ซึ่งโรคสามารถก่อให้เกิดโรคและอาจเกิดอาการรุนแรงทั้งในสัตว์และคน โดยการระบาดของโรคก่อให้ความเสียหายทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เนื่องจากการตายและการแท้งในสัตว์ที่มีการติดเชื้อไวรัสริฟต์วาลเลย์

เชื้อสาเหตุ : เกิดจากเชื้อไวรัสริฟต์ วาลเลย์ (Rift Valley Fever virus) อยู่ในกลุ่ม (genus) Phlebovirus ซึ่งเป็นสมาชิกของวงศ์ (family) Bunyaviridae แยกเชื้อได้ครั้งแรกในที่หุบเขาริฟต์ วาลเลย์ ในประเทศเคนยา ทวีปแอฟริกา หลังจากนั้นก็พบการรายงานการระบาดของโรคใน sub - Saharan และแอฟริกาเหนือ ระหว่าง ค.ศ.1997-1998 เกิดการระบาดใหญ่เกิดขึ้นในประเทศเคนยา และในเดือนกันยายน ค.ศ. 2000 พบในประเทศโซมาเลีย และแทนซาเนีย และมีรายงานการพบผู้ป่วยยืนยันในประเทศซาอุดีอาระเบีย และเยเมน ซึ่งเป็นการพบการรายงานการเกิดโรคนอกทวีปแอฟริกา และเพิ่มความกังวลว่าอาจขยายถึงส่วนอื่นๆ ในทวีปเอเชียและยุโรป

การติดเชื้อในคน

ส่วนใหญ่การติดเชื้อในคน เกิดจากการติดต่อโดยตรงหรือทางอ้อม จากการสัมผัสเลือดหรืออวัยวะของสัตว์ที่ติดเชื้อ โดยไวรัสสามารถแพร่สู่คนได้ในระหว่างการฆ่าหรือการชำแหละสัตว์ที่ติดเชื้อไวรัส การทำคลอด การดูแลหรือให้การรักษาสัตว์ หรือการทำลายซากสัตว์ กลุ่มเกษตรกร คนงานโรงฆ่าสัตว์ และสัตวแพทย์จึงมีความเสี่ยงสูงของการติดเชื้อ โดยไวรัสสามารถแพร่กระจายเชื้อผ่านทางแผล หรือการสูดดมละอองฝอยในระหว่างการฆ่าสัตว์ที่ติดเชื้อ ซึ่งการแพร่เชื้อผ่านทางการสูดดมละอองฝอย สามารถเกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการได้ด้วย

 

ลักษณะอาการ

ลักษณะอาการไม่รุนแรง (Mild)

ลักษณะอาการรุนแรง (Severe) ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการรุนแรง โดยลักษณะอาการรุนแรงที่พบ อาจพบได้มากกว่า 1ใน 3 กลุ่ม คือ ocular (eye) disease (0.5-2% ของผู้ป่วย), meningoencephalitis (พบน้อยกว่า 1% ของผู้ป่วย) และ haemorrhagic fever (พบน้อยกว่า 1% ของผู้ป่วย)

การวินิจฉัยโรค

การวินิจฉัยโรคนี้ ใช้ Serological Test เช่น enzyme-linked immunoassay (ELISA หรือ EIA) ซึ่งใช้ยืนยัน specific IgM antibodies ต่อไวรัส นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจวินิจฉัยได้ด้วยเทคนิค virus propagation, antigen detection tests และ RT-PCR

การรักษาและการใช้วัคซีน

ใช้การรักษาแบบประคับประคอง ไม่มีการรักษาจำเพาะ ส่วนวัคซีนขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาทดลอง

การควบคุมป้องกันโรค

ในการระบาดของ RVF การสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับของเหลวในร่างกายสัตว์ทั้งการสัมผัสโดยตรง หรือละอองในอากาศ เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดสำหรับการติดเชื้อไวรัส RVF ดังนั้น ควรเพิ่มความตระหนักของของประชาชน ในการลดปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อ RVF เพื่อจะลดการติดเชื้อและเสียชีวิตของมนุษย์ได้

ข้อแนะนำที่ใช้ในการสื่อสารความเสี่ยงกับประชาชน ได้แก่

เอกสารอ้างอิง

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com