Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศิลปะ หัตถกรรม สถาปัตยกรรม ประติมากรรม สันทนาการ >>

วิวัฒนาการของศิลปะไทย

ลักษณะของลวดลายไทยแบ่งตามกรรมวิธีการสร้างสรรค์

กรรมวิธีการสร้างสรรค์ลายไทย มีอยู่ด้วยกันหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีจะมีเอกลักษณ์และมีความงามเฉพาะตัว ดังนี้

  1. ลายเส้น ถือเป็นขั้นตอนแรกในการสร้างสรรค์งานศิลปะ ก่อนที่จะนำไปสร้างเป็นงานในลักษณะอื่น ต่อไป
  2. ลายสอดสี คือ ภาพลายเส้นที่นำสีเข้ามาประกอบในการวาดและพัฒนาจนเป็นภาพจิตรกรรม โดยมักจะเขียนเป็นเรื่องราวต่าง ๆ เช่น ประวัติผู้สร้าง พุทธศาสนา วรรณกรรม ภาพราชสำนัก ภาพสามัญชนและภาพตกแต่งที่จะเขียนตกแต่งบนกำแพง ผนังด้านในอาคารและงานครุภัณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ที่ใช้เขียนนั้นเป็นสีที่ได้จากธรรมชาติ เช่น
    สีแดงชาด ได้จาก หินสีแดง
    สีหรดาล ได้จาก หินสีเหลือง
    สีเขียว ได้จาก กรดเกลือสนิม
    สีคราม ได้จาก ต้นคราม
    สีรงค์ ได้จาก ยางรงค์สีเหลือง
    สีขาว ได้จาก เปลือกหอย
    สีดำ ได้จาก หมึกและเขม่าควันไฟ
  3. ลายฉลุ มีลักษณะพิเศษ คือ ลายแต่ละลายจะแยกออกเป็นส่วน ๆ ส่วนที่เป็นตัวลายจะถูก ฉลุเป็นช่อง ๆ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ
    - ลายฉลุปิดทอง ส่วนที่เป็นตัวลายฉลุ จะใช้ในการปิดทองคำเปลวมักใช้ประดับตกแต่ง คาน เสา ฝ้า และไขราของอาคาร
    - ลายฉลุซ้อนชั้น เป็นการนำชั้นลายที่ฉลุออกมา มาวางซ้อนกันเป็นชั้น ๆ เพื่อเพิ่มมิติ ให้กับลายลายฉลุมักจะพบได้ในส่วนต่าง ๆ ของอาคาร เช่น ราวระเบียง ชายคา หูช้าง ฯลฯ
  4. ลายรดน้ำ เป็นงานประณีตศิลป์ประเภทหนึ่งที่ใช้ในการลงรักและปิดทองเพิ่มความงดงาม ให้แก่สิ่งของการทำลายรดน้ำจะเริ่มตั้งแต่ การเตรียมแผ่นไม้ การขัดแต่งและรองพื้นด้วยรักสมุก จนแผ่นไม้เรียบ ทำการปรุลายที่จะเขียน แล้วนำแบบลายที่ปรุแล้วทาบลงบนแผ่นกระดาษ แล้วตบด้วยลูกประคบจากนั้นจึงเขียนด้วยน้ำยาหรดาน (ในส่วนที่ไม่ต้องการให้ทองติด) แล้วปิดด้วยทองคำเปลว แล้วคลุมปิดทับด้วยแผ่นกระดาษชุบน้ำ ทิ้งไว้ระยะเวลาหนึ่งจึงใช้น้ำราด ทองคำเปลวที่ติดอยู่บนน้ำหรดานก็จะหลุดออกมา ลายรดน้ำส่วนมากใช้ในการตกแต่งบานประตู หน้าต่าง และครุภัณฑ์ต่าง ๆ
  5. ลายประดับมุก เป็นการตกแต่งลวดลายด้วยเปลือกหอยมุกลงบนเครื่องเรือนไม้ โดยจะ เลื่อยมุกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ตามที่กำหนดวางลงบนลวดลาย แล้วใช้รักถมลงในช่องว่างระหว่างตัวมุก จากนั้นก็ขัดรักให้เรียบ แล้วตัวลายมุกก็ขึ้นเงาใสเป็นมัน เปลือกหอยที่นิยมใช้ได้แก่ หอยอูด หอยนมสาว และเปลือกหอยโข่ง
  6. ลายแกะสลัก เป็นลวดลายที่เกิดจากการแกะสลักไม้ เพื่อใช้ในการตกแต่ง เช่น ลายตาม เพดาน ลายหน้ากระดาน ลายหัวเสา ช่อฟ้า ในบางครั้งการแกะสลักก็จะมีการปิดทองร่วมด้วย ดังนี้คือ
    - ลายแกะสลักปิดทองเต็มพื้นที่ผิวเรียบ
    - ลายแกะสลักปิดทองร่องกระจกสี คือ การทาสีแดงชาดในส่วนที่เป็นพื้นหลังส่วนที่เป็น ตัวลายปิดทองคำเปลว
    - ลายแกะสลักปิดทองร่องกระจกสี คือ ส่วนที่เป็นช่องว่าง พื้น จะประดับกระจก ส่วนที่ เป็นตัวลายปิดทองคำเปลว
    - ลายแกะสลักปิดทองลงยา เป็นการปิดทองพื้นผิวเรียบส่วนลายจะขุดลงไปในเนื้อไม้และ ประดับกระจกสี
  7. ลายปูนปั้น ส่วนมากเป็นการปั้นประดับตกแต่งอาคาร แบ่งตามกรรมวิธีและเทคนิคการสร้าง ได้เป็น 2 ประเภท
    - ลายปูนปั้นสด ปูนที่ใช้นั้นจะผสมขึ้นเป็นพิเศษ (ปูนขาวหมักผสมทราย เส้นใย (ฟางข้าว กระดาษข่อย ป่านต้นกกฯลฯ) กาว (กาวหนังสัตว์ น้ำอ้อย น้ำมันทั่งอิ้ว ฯลฯ) แล้วโขลกให้เข้ากัน แล้วจึงนำมาปั้น) ในการปั้นจะต้องปั้นในขณะที่ปูนยังเปียกอยู่หรือปั้นสด นิยมใช้ปั้นหน้าบัน เครื่องลำยอง ซุ้มประตู ซุ้มหน้าต่าง บัวฐาน คันทวย ฯลฯ
    - ลายปูนปั้นถอดพิมพ์ เป็นวิธีที่นิยมกันมากสมัยรัชกาลที่ 5 เพราะได้รับอิทธิพลมาจาก ตะวันตกและใช้ปูนซีเมนต์เป็นวัสดุในการปั้น ในการสร้างงานจะทำรูปต้นแบบและแม่พิมพ์ขึ้นมาก่อน จากนั้นจึงใช้ปูนซีเมนต์เทรูปหล่อทำให้สามารถสร้างงานได้หลายครั้ง ๆ ละมาก ๆ
  8. ลายฉลักหิน เป็นงานศิลปะที่นิยมใช้กันมากในสมัยลพบุรี เพราะได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะ ขอมโดยจะสลักส่วนหน้าบัน บัวฐาน ฯลฯ. หินที่นิยมนำมาใช้สลัก คือ หินทราย หินอ่อน
  9. ลายบุดุล การบุ หมายถึง การทำให้โลหะเกิดเป็นรูปทรงด้วยการตีแผ่หรือกดทับ ส่วน การดุล หมายถึง การทำให้แผ่นโลหะเกิดเป็นรอยนูน นิยมใช้ทำเครื่องราชูปโภค เครื่องทอง เครื่องประดับตกแต่ง เครื่องประกอบพระราชพิธีของพระมหากษัตริย์ วัสดุที่นิยมใช้ได้แก่ ทองคำ เงิน ทองคำขาว ดีบุก ทองแดง อลูมินั่ม ทองเหลือง
  10. ลายหล่อโลหะ เป็นกรรมวิธีในการสร้างงานปฎิมากรรม โดยทำโลหะให้เป็นรูปทรงตามที่ ต้องการด้วยการหลอมโลหะให้ร้อนแล้วเทลงในแม่พิมพ์โดยมากนิยมใช้ทำพระพุทธรูป และรูปสัตว์ในป่า หิมพานต่าง ๆ
  11. ลายกระเบื้องเคลือบ เป็นศิลปกรรมพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยนิยมนำกระเบื้อง เคลือบมาประดับตกแต่งอาคารเครื่องก่อ ลวดลายจะมีสีสีสันสดใส มันเงา และความโค้งของกระเบื้องก็สะท้อนแสงได้ดี การประดับกระเบื้องเคลือบแบ่งออกได้เป็น 5 ลักษณะ คือ
    - การประดับด้วยกระเบื้องเคลือบทั้งใบ (ใช้ถ้วยหรือชามทั้งใบ)
    - การประดับด้วยกระเบื้องเคลือบที่ตัดเป็นชิ้น ๆ โดยตัดเป็นรูปทรง สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม หรือรูปหยดน้ำ
    - กระเบื้องเคลือบที่มีการเขียนลายในตัว ซึ่งอาจจะเป็นลายที่เขียนก่อนหรือหลังการเผา กระเบื้องก็ได้
    - กระเบื้องเคลือบสีที่ทำเป็นชิ้นลาย กระเบื้องแบบนี้เกิดจากการปั้นลวดลายก่อนแล้ว จึงนำไปและเคลือบสี โดยมากจะเป็นการสั่งทำตามลายที่ต้องการ

วิวัฒนาการของงานศิลปะไทย
ลักษณะของงานศิลปะไทย
คุณค่าของศิลปะไทย
การอนุรักษ์ศิลปะไทย
ศิลปะลายไทย
ความเป็นมาของลายไทย
ลักษณะของลวดลายไทยแบ่งตามกรรมวิธีการสร้างสรรค์
รูปแบบของลายไทย
ลวดลายไทย
ลายไทยในสถาปัตยกรรม
ภูมิปัญญาไทย
ลักษณะของภูมิปัญญาไทย
ความสำคัญของภูมิปัญญาไทย
ประเภทของภูมิปัญญาไทย
ความสัมพันธ์ของทัศนศิลป์ภูมิปัญญาไทยกับการดำรงชีวิต
งานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน
ประเภทของงานศิลปหัตถกรรม
คุณค่าของงานหัตถกรรม
บรรณานุกรม

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com