Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม อารยธรรม >>

ประเพณีพระแข

จังหวัดสุพรรณบุรี

“แข” เป็นภาษาเขมร แปลว่า “ดวงจันทร์, พระจันทร์” อาจกล่าวได้ว่า ประเพณีพระแข คือ งานไหว้พระจันทร์นั่นเอง ประเพณีนี้ถือ ปฏิบัติกันมาช้านาน เข้าใจว่าชาวจังหวัดสุพรรณบุรีคงจะได้รับคตินิยมแบบนี้มาจากกัมพูชา เล่าต่อๆ กันมาว่า ประเพณีนี้ทำขึ้นเพื่อเสี่ยงทายในเวลาเกิดทุพภิกขภัยข้าวยากหมากแพง โดยจะเสี่ยงทายด้วยต้นเทียนที่เซ่นบูชาแล้ว เพื่อให้ทราบว่าในฤดูหนึ่งๆ จะมีดินฟ้าอากาศเป็นอย่างไร เมื่อเสี่ยงทายและทราบผลแล้วจะได้เตรียมเครื่องมือในการเกษตรให้เหมาะสมกับฤดูนั้นๆ ต่อไป

กำหนดงาน
ประเพณีพระแขของชาวจังหวัดสุพรรณบุรี มักนิยมทำในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตรงกับวันลอยกระทง โดยทำขึ้นที่วัดสุวรรณนาคี

กิจกรรม / พิธี
เมื่อถึงวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 12 ชาวบ้านในท้องถิ่นนั้นๆ จะเตรียมเผาข้าวหลามสำหรับใส่บาตรในงานพระแข เช้าวันรุ่งขึ้นชาวบ้านจะพากันมาที่วัด เพื่อช่วยกันปลูกโรงพิธีและจัดตั้งเครื่องสักการะบูชา ในโรงพิธีจัดอาสนะสำหรับพระสวดมนต์ พร้อมทั้งมีกระบุงใหญ่ตั้งไว้ข้างๆ สำหรับใส่ข้าวหลามในเวลาพระสวด ทิศตะวันออกของโรงพิธีจะปักเสาไม้ไผ่ 2 ต้น ไว้คู่กัน ไม้ไผ่ที่ใช้ปักนี้จะเจาะปลายให้ทะลุเพื่อสอดไม้ไผ่อีกอันหนึ่งเข้าไปในรูที่เจาะไว้แล้ว มองดูคล้ายกับบาร์เดี่ยวและถือเป็นสิ่งสำคัญในการทำพิธีนี้ เพราะไม้อันกลางนั้นทำไว้สำหรับปักต้นเทียนเสี่ยงทาย บางแห่งทำเป็นกระทงไว้ที่โคนเสา เพื่อใส่เครื่องสักการบูชา

เมื่อพระจันทร์ขึ้น มโหรีปี่พาทย์เริ่มบรรเลง ชาวบ้านก็จะเตรียมตัวไปงาน คนแก่คนเฒ่าเตรียมเทียนขี้ผึ้ง ลูกหลานเตรียมเครื่องบูชา ได้แก่ ข้าวเม่า ข้าวหลาม และอื่นๆ หาบไปวัด เทวดาสมมุติ (คนนุ่งขาวห่มขาว) ซึ่งเป็นผู้ทำพิธีอยู่ในโรงพิธีจะนำเทียนที่ชาวบ้านนำมามอบถวายหลอมให้รวมกันฟั่นเป็นเทียนเสี่ยงทายเล่มใหญ่ 3 เล่ม ซึ่งหมายถึงฤดูทั้ง 3 ฤดูให้น้ำหนักเทียนแต่ละแท่งเท่ากัน มีการแสดงมหรสพต่างๆไปเรื่อยๆจนเวลาประมาณเที่ยงคืน พระจันทร์ตรงกับศีรษะพอดี จึงเริ่มทำพิธีในโรงพิธีโดยเทวดาสมมุตินิมนต์พระนั่งบนอาสนะที่เตรียมไว้ แล้วอาราธนาศีล ชาวบ้านนำข้าวหลามทั้งกระบอกใส่บาตร พระผู้สวดจะกำข้าวเม่าและกล้วยที่ชาวบ้านนำมาใส่กระบุงสาดไปบริเวณใกล้ๆ เป็นเครื่องหมายของฟ้าและฝน คือ ข้าวเม่าใช้แทนเมล็ดฝน ส่วนกล้วย หมายถึง ลูกเห็บ

เมื่อพระจันทร์ใกล้ตรงศีรษะ เทวดาสมมุติหยิบเทียนที่ฟั่นไว้แล้วมาติดกับไม้ขวางระหว่างเสาทั้งสอง ปักตั้งตรงให้ติดแน่น เล่มที่ 1 หมายถึงฤดูร้อน เล่มที่ 2 ปักตรงกลางไม้ หมายถึง ฤดูฝน เล่มที่ 3 ปักที่ปลายไม้ หมายถึง ฤดูหนาว เมื่อพระจันทร์ตรงศีรษะพอดี เทวดาสมมุติเริ่มทำพิธี โดยกล่าวคาถาชุมนุมเทวดาและกล่าวคำบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เสร็จแล้วจุดเทียน ให้ประชาชนที่อยู่ในบริเวณนั้นกราบและในขณะเอ่ยคำว่ากราบ เทวดาจับไม้อันขวางนั้นหมุนไปให้ต้นเทียนล้มไปทิศตะวันออก แล้วหมุนไปรอบหนึ่งพอต้นเทียนขึ้นตั้งตรงตามเดิมแล้วก็ให้กราบอีก ทำอย่างนี้ 3 ครั้ง เสร็จแล้วหมุนปลายไม้ทำให้ปลายต้นเทียนตรงลงยังพื้นดิน เทียนจะลุกเป็นประกายน้ำตาเทียนไหลหยดลงไปมาก ก็ถือว่า ในฤดูนั้นจะมีน้ำมาก ถ้าไม่มีน้ำตาเทียนไหลหยดมีแต่ไฟลุกไหม้เฉยๆ ก็ถือว่าฤดูนั้นจะมีฝนน้อยหรือฝนแล้ง ถ้ามีไฟปะทุแตก ก็ถือว่าเมื่อฝนตกในฤดูนั้นจะมีฟ้าแลบ ฟ้าคะนองหรือฝ้าผ่า

นอกจากนั้นยังอาจนำน้ำตาเทียนที่ไหลลงไปในภาชนะมาชั่งดู ถ้าน้ำตาเทียนของเล่มใดหนักมากกว่าเล่มอื่น ก็แสดงว่าฤดูนั้นจะมีฝนตกชุกหรือมีน้ำมาก ถ้าน้ำตาเทียนของเทียนเล่มใดน้อยน้ำหนักเบา ก็ถือว่ามีฝนน้อยหรือน้ำน้อย เมื่อเทียนไหม้หมดทุกเล่มแล้ว ก็เป็นอันเสร็จพิธีเสี่ยงทายในประเพณีพระแข ประชาชนแยกย้ายกันไปชมรมมหรสพและแยกย้ายกันกลับบ้าน

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com