Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

ระบบรัฐสภา

(Parliamentary System)

       การปกครองระบบรัฐสภา เป็นการปกครองที่เกิดขึ้นในศตวรรษที 17 ซึ่งเป็นผลมา จากการการช่วงชิงอำนาจระหว่างกษัตริย์กับสภาที่ประเทศอังกฤษ ประเทศอังกฤษจึงถือได้ว่าเป็นต้นแบบของรูปแบบรัฐบาลแบบนี้ รัฐสภาในประเทศอังกฤษสมัยนั้นถูกจัดตั้งขึ้นในสมัยที่พระมหากษัตริย์ยังคงอำ นาจเด็ดขาดอยู่ รัฐสภาอังกฤษขณะนั้นเป็นสภาที่รวมของชนชั้นต่าง ๆ ซึ่งเปิดโอกาสให้คนธรรมดาที่เป็นสามัญชนเข้าไปนั่งในรัฐสภาด้วย รัฐสภาจึงเป็นสถาบันทางการเมืองเพียงแห่งเดียวที่คนธรรมดาจะเข้าไปมีบทบาททางการเมืองได้ รัฐสภาจึงเป็นสถาบันของประชาชน ก็คือรัฐสภาได้เข้ามามีบทบาทควบคุมการใช้อำนาจของกษัตริย์รวมทั้งการปฏิบัติงานของคณะรัฐมนตรีอีกด้วย

หลักการสำ คัญของการปกครองระบอบรัฐสภาคือ

1. ตำแหน่งประมุขของประเทศแยกออกจากตำ แหน่งบริหาร ในระบบรัฐสภานี้ ประมุขของประเทศมีหน้าที่ในฐานะประมุขเพียงอย่างเดียว ไม่มีบทบาทหรือ อำ นาจในการบริหาร ประมุขของประเทศนี้จะมาจากการสืบเชื้อสายตามราชวงค์ ของระบบกษัตริย์ก็ได้ หรืออาจะเป็นคนธรรมดาที่ได้รับเลือกตั้งในเป็นประมุขตาม กำ หนดเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้ ประมุขของรัฐจะมาทำ หน้าที่เป็นประธานในพิธีการ (Ceremonial) ของรัฐ เป็นผู้รับรองทูตต่างประเทศ หรือลงนามประกอบกฎหมาย ต่าง ๆรัฐสภาจึงเป็นสถาบันทางการเมืองเพียงแห่งเดียวที่คนธรรมดาจะเข้าไปมีบทบาททางการเมืองได้

2. ตัวแทนของประชาชนทำ หน้าที่นิติบัญญัติ จากการที่รัฐสภาเป็นสถาบันที่เป็นตัว แทนของประชาชน ตามหลักการนี้แล้วรัฐสภาจึงมีอำ นาจสูงสุด ถึงกับมีการกล่าว กันในประเทศอังกฤษว่า รัฐสภาของอังกฤษเป็นสถาบันที่มีอำ นาจสูงสุดใน ประเทศ รัฐสภามีอำ นาจที่จะไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ เพราะรัฐสภาจะเป็นผู้เลือกรัฐ บาลขึ้นมาทำ หน้าที่บริหาร เมื่อถึงเวลาที่รัฐสภาไม่ไว้วางใจรัฐบาล รัฐบาลจึงต้อง ออกจากตำ แหน่ง แต่ในขณะเดียวกันคณะรัฐมนตรีหรือรัฐบาลก็มีสิทธิที่จะยุบ สภาได้ ซึ่งถือเป็นการล้างไพ่ คือล้มทั้งฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติไปในตัว เป็น การคืนอำ นาจให้แก่ประชาชน อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ ในระบบรัฐสภานี้ก็ คือการที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐบาลต่างหากที่ดูเหมือนว่าจะมีอำ นาจที่แท้จริง ทั้ง ในทางบริหารและนิติบัญญัติ ทั้งนี้เพราะคณะรัฐมนตรีมักจะคุมเสียงข้างมากใน พรรคการเมืองของรัฐสภา ด้วยเหตุนี้หากนักการเมืองในพรรคการเมืองทางฝ่าย รัฐบาลมีความสามัคคีไม่แตกแถว อำ นาจของรัฐบาลก็จะมีความมั่นคงสูงมาก



3. คณะรัฐบาลมาจากรัฐสภา หลักการที่สำ คัญอีกประการหนึ่งของรัฐบาลรูปแบบนี้ คือ คณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่ต้องมาจากสมาชิกรัฐสภา เพราะถือว่าสมาชิกรัฐสภา มาจากประชาชน ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจึงต้องเป็นตัวแทนจากประชาชนด้วย สำ หรับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเรากำ หนดให้นายกรัฐมนตรีมาจากพรรคการ เมืองที่มีเสียงข้างมาในรัฐสภา เราจึงเห็นได้ว่านายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจะทำ หน้าที่สอดประสานและรับผิดชอบร่วมกัน (Collective Responsibility) ในการ บริหารประเทศ ดังนั้นนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้นำ ของฝ่ายบริหารจึงเป็นผู้นำ ของ พรรคการเมืองในรัฐสภาในขณะเดียวกันไปด้วย

4. การคงอยู่ของรัฐบาลขึ้นอยู่กับความไว้วางใจของรัฐสภา กล่าวคือถ้ารัฐสภาไม่รับ รองนโยบายของคณะรัฐมนตรีชุดใด คณะรัฐมนตรีชุดนั้นก็ต้องลาออกจาก ตำ แหน่ง หรือยุบสภาเพื่อให้มีการจัดเลือกตั้งใหม่อีกครั้งหนึ่ง และการที่คณะรัฐ มนตรีจะคงอยู่หรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้ง ครั้งต่อไป ดังนั้นการปกครองในรูปแบบนี้จึงถือได้ว่าองค์การนิติบัญญัติมีอำ นาจ สูงสุดตามหลักปรัชญาที่ว่าประชาชนเป็นเจ้าของอำ นาจอธิปไตย โดยมีตัวแทนไป ควบคุมการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่น

เมื่อพิจารณาถึงหลักการต่าง ๆ ของระบบรัฐสภาแล้ว จะเห็นว่าระบบนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังต่อไปนี้

ข้อดีของระบบรัฐสภา

ตามทฤษฎีแล้ว ในระบบรัฐสภานี้ รัฐสภามี อำนาจมากกว่ารัฐบาลแต่ในความเป็นจริงพบว่าหากรัฐบาลมีความมั่นคงก็จะสามารถควบคุมรัฐสภาได้จากการที่ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติมาจากแหล่งเดียวกัน คือรัฐสภา ด้วยเหตุนี้ในการปฏิบัติงานของรัฐบาลจึงมักดำ เนินไปได้อย่างราบรื่น เช่นรัฐบาลของประเทศไทยในปัจจุบันคุมเสียงข้างมากในรัฐสภาได้ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็น กฎหมายต่าง ๆ ที่มาจากนโยบายของพรรครัฐบาลเช่น พระราชบัญญัติบรรษัทสินทรัพย์แห่งประเทศไทย แนวนโยบายในการปราบปรามยาเสพติด หรือนโยบายประกันสุขภาพของประชาชน ก็สามารถผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาได้อย่างไม่ยากเย็นเกินไปนัก เพราะรัฐบาลคุมเสียงข้างมากในรัฐสภาดังที่กล่าวไปแล้ว นอกจากนี้ระบบนี้ยังป้องกันไม่ให้รัฐบาลใช้อำ นาจเกินขอบเขต ด้วยการที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบการปฏิบัติงานของรัฐมนตรี หากรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งในรัฐบาลกระทำ การเกินขอบเขต รัฐสภาสามารถตั้งกระทู้ถามความบริสุทธิ์ของรัฐมนตรีคนนั้น ๆ ได้เสมอ

ข้อเสียของระบบรัฐสภา

ข้อจำกัดของระบบรัฐสภานี้เกิดมาจากการที่ระบบรัฐสภานี้เกิดขึ้นในประเทศ อังกฤษ ซึ่งพรรคการเมืองมีความเข้มแข็งมาก หากนำ ระบบนี้ไปใช้ในประเทศที่พรรคการเมืองไม่มีความเข้มแข็ง คือหัวหน้าพรรคการเมืองไม่สามารถคุมสมาชิกพรรคการเมืองได้อย่างที่เรียกว่ามีหลายมุ้ง รวมทั้งมีการขัดแย้งในรัฐสภาเนื่องจากการรวมกันของพรรคการเมืองหลายพรรค จะทำ ให้เกิดความยุ่งยากในการจัดตั้งรัฐบาล ทำ ให้รัฐบาลที่ได้ไม่มั่นคงเพราะเป็นรัฐบาลผสม แต่ละพรรคจึงพยายามที่จะรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง นำ ไปสู่การยุบสภาครั้งแล้วครั้งเล่า การบริหารประเทศก็ไม่เกิดสัมฤทธิ์ผล

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com