Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

เทคโนโลยี นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ วิศวกรรม เกษตรศาสตร์ >>

สบู่ดำพลังงานทดแทน

ระพีพันธุ์ ภาสบุตร / สุขสันต์ สุทธิผลไพบูลย์

สบู่ (Sabu) เป็นภาษาโปรตุเกส หมายถึง ต้นไม้ชนิดหนึ่งนำน้ำมันจากเมล็ดมาเป็นส่วนผสมในการผลิตสบู่ สำหรับชำระร่างกายและซักผ้าให้สะอาด เพราะในสมัยนั้นยังไม่มีการค้นพบสารเคมีที่ทำให้เกิดฟอง ต้นสบู่ (Physic nut or Purging nut) มีถิ่นกำเนิดอยู่ในอเมริกากลาง ซึ่งพ่อค้านักเดินเรือชาวโปรตุเกสไปพบ แล้วนำเข้ามาตอนปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ประมาณ 300 ปีที่ผ่านมา เพื่อรับซื้อเมล็ดไปอัดบีบน้ำมันทำสบู่ ทั้งนี้ เนื่องจากก้านใบและน้ำมันมีฟองตามธรรมชาติ อันเป็นคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัว สมัยก่อนเด็ก ๆ นำน้ำยางใสจากก้านใบมาเป่าเล่นเป็นฟองลอยไปในอากาศ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้นสบู่เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางสูง 2 - 7 เมตร อายุยืนไม่น้อยกว่า 20 ปี แต่ที่พบในจังหวัดแพร่และเลย มีอายุยาวนานถึง 50 และ 70 ปี ตามลำดับ อยู่ในวงศ์ยางพารา Euphorbiaceae

สกุล Jatropha มี 2 ชนิดด้วยกัน ในที่นี้ขอเสนอต้นสบู่ที่เรียกชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า jatropha curcas L. ซึ่งชาวบ้านแต่ละภาคให้ชื่อแตกต่างกันกล่าวคือ ภาคกลางเรียกสบู่ดำ เพราะเมล็ดเป็นสีดำ ภาคเหนือเรียก มะหุ่งฮั้ว เนื่องจากปลูกเป็นรั้วธรรมชาติ ใช้ป้องกันสัตว์เลี้ยง ได้แก่ ม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ลา ฬ่อ เข้ามาทำลายกัดกินพืชที่ปลูก เพราะไม่ชอบกลิ่นเหม็นเขียวต้นสบู่ดำ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียกมะเยา ชาวโคราชเรียกสีหลอด ถ้ารับประทานแล้วเกิดอาการท้องเดินเหมือนสลอด เนื่องจากมีกรดไฮโดรไซยานิค เหมือนกับต้นและหัวมันสำปะหลัง แต่ถูกความร้อนก็สลายตัวไป ภาคใต้เรียกหงเทศ หมายถึง ละหุ่งที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ลำต้นสบู่ดำและยอดคล้ายต้นละหุ่งแต่ไม่มีขน ลำต้นเกลี้ยงเกลาอวบอ้วนแต่อ่อน ใช้มือหักออกได้ง่าย เพราะเนื้อไม้ไม่มีแก่น ใบคล้ายใบฝ้ายใบพุดตานแต่หนากว่า ใบหยักคล้ายใบละหุ่งแต่หยักตื้นกว่า มี 4 แฉก ใบที่งามเต็มที่ใหญ่เท่าขนาดฝ่ามือ ก้านใบยาวเมื่อหักหรือเด็ดออกจากลำต้นกิ่งจะมีน้ำยางใสไหลออกมา ต้นสบู่ดำออกดอกเป็นช่อกระจุกที่ข้อส่วนปลายของยอด ขนาดดอกเล็กสีเหลืองมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ มีดอกเพศผู้ ร้อยละ 70 และดอกเพศเมียร้อยละ 30 อยู่ในช่อเดียวกัน เมื่อติดผลแล้วฝักสีเขียวอ่อน เกลี้ยงเกลา เป็นช่อ พวงมีหลายฝัก เวลาสุกแก่จัดมีสีเหลืองคล้ายลูกจันทร์ ตั้งแต่วันออกดอกจนฝักแก่ใช้เวลา 60 - 90 วัน รูปฝักมี 3 ลักษณะหรือขนาดคือทรงกลม ขนาดปานกลาง เปลือกหนาปานกลาง พบปลูกกันทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ พวกที่ 2 ทรงกลมยาวกว่าพวกที่ 1 เล็กน้อยแต่ขนาดผลเท่ากัน ปลูกทางภาคเหนือ พวกที่ 3 ขนาดเล็กกว่าพวกที่ 1 และ 2 มีปลูกในภาคเหนือและภาคใต้บางจังหวัด ผลหนึ่งส่วนมากมี 3 พู หรือเมล็ด ส่วน 2 พูหรือเมล็ดมีน้อย โดยแต่ละพูทำหน้าที่ห่อหุ้มเมล็ดไว้ เมล็ดสีดำขนาดเล็กกว่าเมล็ดละหุ่งพันธุ์ลายขาวดำเล็กน้อย ตรงปลายเมล็ดมีจุดกำเนิดสีขาวเล็ก ๆ ติดอยู่ เมื่อเก็บไว้นานจุดนี้หดตัวเหี่ยวแห้งลง ขนาดเมล็ดสบู่ดำเฉลี่ยความยาว 1.7 - 1.9 ซม. หนา 0.8 - 0.9 ซม. น้ำหนัก 100 เมล็ด ประมาณ 69.8 กรัม เมื่อแกะเปลือกนอกสีดำออกจะเห็นเนื้อในสีขาว

 

ในอดีตชาวบ้านในชนบทใช้ส่วนต่าง ๆ ของสบู่ดำ เป็นสมุนไพรรักษาโรคได้หลายโรค ตามภูมิปัญญาของบรรพบุรุษสะสมบอกเล่าสืบต่อกันมา เท่าที่ทราบคือใช้น้ำยางใสป้ายริมฝีปากใช้รักษาโรคปากนกกระจอก รักษาแผลในปาก แก้อาการปวดฟัน นำมาผสมกับน้ำนมมารดาป้ายลิ้นขาวในเด็กก็หาย หยอดตาแดงหายได้เช่นกัน หรือผสมกับน้ำเป็นยาระบายได้ ส่วนลำต้นนำมาผ่าสับเป็นท่อนแช่น้ำอาบแก้โรคซางในเด็ก แก้โรคคันได้ เอาใบสบู่ดำห่อข้าวสุกแล้วหมกขี้เถ้าในเตาให้เด็กกินแก้ตาแฉะ หรือนำมาห่ออิฐร้อนนาบท้องในหญิงคลอดบุตรอยู่ไฟสมัยก่อน รวมทั้งประชาชนบางประเทศใช้น้ำมันสบู่ดำใส่ผมด้วย นอกจากนี้ทางต่างประเทศยังนำมาใช้ในอุตสาหกรรมผ้าขนสัตว์ ส่วนที่จังหวัดแพร่ได้นำน้ำมันสบู่ดำมาใช้หลังจากย้อมสีเส้นด้ายฝ้ายไม่ให้ติดกันอีกด้วย น้ำมันสบู่ดำมีสารเคมีที่เรียกว่าเคอร์ซิน (Curcin) หากบริโภคแล้วทำให้ท้องเดินเหมือนสลอด ถ้าอาการรุนแรงถ่ายเป็นเลือด วิธีแก้ไขเบื้องต้นล้างท้องด้วยการทำให้อาเจียน แล้วรีบนำส่งแพทย์โดยด่วน

เมื่อปี 2523 ราคาน้ำมันปิโตรเลียมสูงจากเดิมมาก ซึ่งสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนทั่วโลก ราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น ทั้ง ๆ ที่รายได้ไม่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนเลย ด้วยเหตุนี้ทำให้นานาประเทศพยายามคิดค้นหาพลังงานทดแทนมาใช้ อาทิ เอทานอล หรือ แอลกอฮอล์ 99.5% ใช้กับเครื่องยนต์เบนซิน การนำพลังงานแสงอาทิตย์ ลม น้ำ และแก๊สชีวภาพมาใช้ประโยชน์มากที่สุด นับว่าได้ผลก้าวหน้าพอสมควร แต่สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล นายระพีพันธุ์ ภาสบุตร ได้พบเอกสารที่ Mr. Rodoft Diesel ผู้ประดิษฐ์เครื่องยนต์ดีเซลคนแรกของโลก เมื่อปี พ.ศ. 2433 ได้กล่าวว่า เครื่องยนต์ดีเซลของเขาสามารถใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันพืชอะไรก็ได้เป็นเชื้อเพลิง ถ้าน้ำมันนั้นผ่านหัวฉีดและจุดระเบิดได้ด้วยความร้อนที่เกิดจากการอัดสูงของอากาศภายในกระบอกสูบ ดังนั้น จึงได้นำน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันงา น้ำมันทานตะวัน น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันรำข้าว น้ำมันปาล์ม และน้ำมันพืชอื่น ๆ รวม 18 ชนิด มาทดลองเดินเครื่องยนต์ดีเซล

ปรากฏว่าสามารถเดินเครื่องยนต์ได้ดีแต่ทิ้งไว้ 2 - 3 วัน สต๊าร์ทติดยาก เมื่อเดินเครื่องไปนาน ๆ พบว่า มียางเหนียวติดตามแหวนและลูกสูบ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องยนต์ติดยาก จึงหวนคิดถึงอดีตเมื่อยังเป็นเด็กสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศไทยขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงใช้กับยวดยานพาหนะ เครื่องยนต์ต่าง ๆ และจุดตะเกียงให้แสงสว่างในเวลากลางคืน เห็นชาวบ้านในหมู่บ้านจังหวัดนครราชสีมาแก้ปัญหาด้วยการนำเมล็ดสบู่ดำมาตำให้ละเอียดใส่ในกระบอกไม้ไผ่ โดยมีเส้นด้ายดิบเป็นไส้จุดแทนเทียนไขได้อย่างดี หรือทำเป็นเทียนเข้าพรรษาตามวัดต่าง ๆ ซึ่งเป็นคนไทยคนแรกที่คิดนำน้ำมันสบู่ดำมาเดินเครื่องยนต์ดีเซลที่ติดตั้งบนรถไถนาเดินตามสำเร็จ หลังจากนั้นไม่นาน นายสุขสันต์ สุทธิผลไพบูลย์ ได้ร่วมกันทดสอบน้ำมันนี้ ที่ฝ่ายฝึกอบรมเกษตรวิศวกรรม กองเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี รวมทั้งนักวิชาการเจ้าหน้าที่กองเกษตรเคมี กองเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร ทั้งยังขอความอนุเคราะห์ร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ดำเนินการทดลองเกี่ยวกับเมล็ดน้ำมันสบู่ดำ และผลพลอยได้เป็นผลสำเร็จในระดับหนึ่ง นับว่าเป็นที่น่าภาคภูมิใจที่คนไทยร่วมกันทำงานเรื่องนี้ ซึ่งนักวิจัยรุ่นหลังควรสานต่อหรือต่อยอด ในการใช้เป็นส่วนหนึ่งของพลังงานทดแทนน้ำมันดีเซลและเบนซิน

อ่านต่อ >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com