Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

มิลาเรปะ

กัลยาณมิตร

ขอน้อมคารวะต่อคณาจารย์ทั้งปวง

ขณะที่ท่านมิลาเรปะกำลังพำนักอยู่ที่บ้านศิลาแห่งเมืองดริน ทะเซเซ, กูจู และญาติโยมอีกหลายคน มากราบนมัสการเพื่อฟังธรรม ทะเซเซ กล่าวว่า “กรุณาสอนพุทธธรรมซึ่งเข้าใจง่ายๆ กับพวกเราด้วย” ท่านมิลาเรปะกล่าวบทโศลกว่า

อาตมาขอสวดภาวนาถึงท่านอาจารย์มาระปะ ซึ่งเป็นดังบิดา
ขอท่านอาจารย์ได้โปรดอวยพรชัยให้พวกเราตั้งมั่นอยู่ในพระสัทธรรม

สานุศิษย์ที่รักของอาตมา จงได้สดับรับฟังถ้อยคำของอาตมาให้จงดี

บุคคลผู้วิเศษย่อมต้องการพระธรรม ถ้าปราศจากพระธรรมแล้วไซร้
เขาจักเป็นดังพญาอินทรีย์ที่โบยบินสูงเสียดฟ้า แต่หาจุดหมายอันใดมิได้

ผู้คนโดยเฉลี่ยย่อมต้องการพระธรรม ถ้าปราศจากพระธรรมแล้วไซร้
เขาทั้งหลายจักเป็นดังเสือที่เต็มไปด้วยพละกำลัง แต่หาคุณค่าอันใดมิได้

คนที่ต่ำต้อยย่อมต้องการพระธรรม ถ้าปราศจากพระธรรมแล้วไซร้
จักเป็นดังลาโง่ที่สามารถแบกสัมภาระได้มากมายซึ่งล้วนไม่มีประโยชน์กับตัวมันเอง

สตรีสูงศักดิ์ย่อมต้องการพระธรรม ถ้าปราศจากพระธรรมแล้วไซร้
เธอจักเป็นดังรูปภาพตามฝาผนังที่ดูงดงามแต่หาประโยชน์หรือความหมายอันใดมิได้

ผู้หญิงสามัญทั่วๆไปย่อมต้องการพระธรรม ถ้าปราศจากพระธรรมแล้วไซร้
เธอจักเป็นดังบรรดาหนูที่ฉลาดในการหาอาหาร แต่ชีวิตหาความหมายอันใดมิได้

สตรีที่ต่ำต้อยย่อมต้องการพระธรรม ถ้าปราศจากพระธรรมแล้วไซร้
เธอจักเป็นดังนางสุนัขจิ้งจอกที่ปราดเปรียวและฉลาดแกมโกงแต่กระทำสิ่งไร้สาระ
ชายชราย่อมต้องการพระธรรม ถ้าปราศจากพระธรรมแล้วไซร้
เขาทั้งหลายจักเป็นดังท่อนไม้ที่ผุพัง
ผู้ที่กำลังเจริญสู่วัยหนุ่มย่อมต้องการพระธรรม ถ้าปราศจากพระธรรมแล้วไซร้
เขาทั้งหลายจักเป็นดังกระทิงตกมัน

หญิงสาวย่อมต้องการพระธรรม ถ้าปราศจากพระธรรมแล้วไซร้
พวกเธอจักเป็นดัง บรรดาวัวที่ตกแต่งด้วยเครื่องประดับ

ผู้คนที่อายุยังน้อยย่อมต้องการพระธรรม ถ้าปราศจากพระธรรมแล้วไซร้
พวกเขาจักเหมือนกับดอกไม้บานในเปลือกหอยที่ปิดสนิท

พวกเด็กๆย่อมต้องการพระธรรม ถ้าปราศจากพระธรรมแล้วไซร้
พวกเขาจะเป็นเหมือนขโมยที่ถูกปีศาจเข้าสิง

เมื่อปราศจากพระธรรม การประกอบกรรมทั้งปวงก็ไร้จุดหมาย
ผู้ที่ปรารถนาชีวิตที่มีความหมาย ย่อมปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธองค์

โยม กูจู กล่าวว่า “ท่านอาจารย์ มีสานุศิษย์เป็นจำนวนมาก แต่ท่านอาจารย์กลับใช้ชีวิตเหมือนถูกขังเอาไว้ ท่านอาจารย์ต้องแสวงหาชีวิตที่เป็นสุขมากกว่านี้ ท่านอาจารย์ไม่มีกัลยาณมิตรที่อยู่กับท่านอาจารย์หรือคะ?” ท่านมิลาเรปะตอบว่า “อาตมามี จงฟังบทโศลกของอาตมา”

อาตมาขอน้อมกราบคุรุผู้เป็นดังบิดาของอาตมา

ในการใช้ชีวิตสันโดษอย่างนักบวช อาตมาแวดล้อมด้วยยี่สิบเอ็ดกัลยาณมิตร
ท่านอาจารย์, ผู้อุปัฎฐากพระพุทธเจ้าทั้งหลายและปวงเทพธิดา
คือสามสิ่งที่อาตมาต้องสวดภาวนาระลึกถึง
พระพุทธ, พระธรรมและพระสงฆ์สาวก คือสามสิ่งที่เป็นสรณะ
พระสูตร, คัมภีร์ตันตระและศาสตร์เร้นลับ คือสามสิ่งที่ต้องศึกษา
ระบบประสาท, ระบบไหลเวียนของโลหิตและระบบหายใจ คือสามสิ่งที่ต้องฝึกฝน
ปิติสัมโพชฌงค์, การระงับความคิดที่หลั่งไหลด้วยอวิชชาสังขาร และความสว่างไสวแห่งสติ
คือสามสิ่งที่ต้องปฏิบัติบำเพ็ญสมาธิภาวนาในสัมมาอริยมรรคอันช่ำชอง
การสำรวมอินทรีย์, สัมมาทิฐิและเมตตาธรรม คือสามสิ่งบนเส้นทางสู่พระโพธิญาณ
เทพเจ้า, เทพธิดา และผู้พิทักษ์รักษาพระธรรม
คือเพื่อนผู้ใกล้ชิดทั้งสาม ที่ทำให้อาตมาสามารถขจัดอุปสรรคทั้งปวงลงได้

โยมกูจู กล่าวว่า “ช่างมหัศจรรย์จริงๆ ท่านจะอุปมาเปรียบเทียบให้พวกเราฟังด้วย จะได้ไหมคะ?” ท่านมิลาเรปะได้กล่าวอุปมาเปรียบเปรยว่า

คุรุทั้งหลายในสายงานเผยแพร่สืบสานศาสนธรรม จงสวดอวยพรให้อาตมาด้วย

สถิตอยู่เหนือเศียรเกล้าของอาตมา
คือคุรุแห่งสัมฤทธิ์ผล ที่ประทับนั่งอยู่บนอาสนะแห่งสุริยันและจันทรา
ท่านทั้งหลาย อุปมาได้ว่าเป็นดังสร้อยประคำแห่งอัญมณี
ดวงใจของอาตมาย่อมได้รับพรชัยและเต็มเปี่ยมไปด้วยปิติปราโมทย์

พระรัตนตรัยอันทรงคุณค่าทั้งสาม คือสรณะที่อาตมาให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่น
อุปมาเหมือนทารก ที่เลี้ยงอย่างทะนุถนอมบนตักของมารดา ย่อมปราศจากความกลัวและเศร้าโศก
ดวงใจของอาตมาย่อมได้รับพรชัยและเต็มเปี่ยมไปด้วยปิติปราโมทย์

ด้านขวาของอาตมา คือบรรดาเทพเจ้าผู้ขจัดอุปสรรคทั้งหลายของอาตมา ด้วยพรชัยของพวกท่าน
อุปมาเหมือนจักรที่หมุนอยู่เหนือศีรษะของอาตมา ย่อมปกป้องอาตมาจากอันตรายทั้งปวง
ดวงใจของอาตมาย่อมได้รับพรชัยและเต็มเปี่ยมไปด้วยปิติปราโมทย์

ทางด้านซ้ายคือบรรดาเทพธิดา ที่อวยพรชัยให้อาตมาด้วยของขวัญแห่งเจโตและปัญญาวิมุติ
อุปมาเหมือนแม่กับน้องสาว ที่ล้อมรอบอาตมาเพื่ออวยพรให้บรรลุถึงสัมฤทธิ์ผล
ดวงใจของอาตมาย่อมได้รับพรชัยและเต็มเปี่ยมไปด้วยปิติปราโมทย์

เบื้องหน้าของอาตมา คือบรรดาผู้พิทักษ์รักษาศาสนธรรม
ท่านเหล่านี้ย่อมเป็นผู้เผยแพร่คำสั่งสอนของอาตมา
อุปมาเหมือนผู้รับใช้ทั้งหลายที่เชื่อฟัง
ดวงใจของอาตมาย่อมได้รับพรชัยและเต็มเปี่ยมไปด้วยปิติปราโมทย์

สัมมาทิฐิบนความเป็นจริงถูกทำให้สมบูรณ์ในทุกวิถีทาง
อาตมาจึงมีชัยชนะเหนือคำสอนที่คับแคบอื่นใด
อุปมาเหมือนสิงโตที่ปราศจากความหวาดกลัว เดินเยื้องย่างอย่างสง่างามบนปุยหิมะ
ดวงใจของอาตมาย่อมได้รับพรชัยและเต็มไปด้วยปิติปราโมทย์

การปฏิบัติแห่งความช่ำชองและปรีชาญาณของอาตมา
เป็นเหมือนกับปีกทั้งคู่ที่ทรงพลังของพญาอินทรีย์
ทำให้อาตมาสามารถบินทะยานขึ้นสู่ห้วงเวหาอันกว้างใหญ่ไพศาล
อาตมาสามารถโบยบินไปในท้องฟ้าได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะล่วงหล่นลงมา
ดวงใจของอาตมาย่อมได้รับพรชัยและเต็มเปี่ยมไปด้วยปิติปราโมทย์

การประกอบกุศลกรรมของอาตมา ย่อมเต็มไปด้วยความเข้มแข็งและกล้าหาญ
บรรดาสิ่งรบกวนและความเกียจคร้านย่อมถูกทำลาย
อุปมาเหมือนกับพยัคฆ์ ที่เยื้องย่างอย่างองอาจในไพรพง โดยปราศจากความกลัวเกรงต่อสิ่งใดๆ
ดวงใจของอาตมาย่อมได้รับพรชัยและเต็มเปี่ยมไปด้วยปิติปราโมทย์

ด้วยการประจักษ์ชัดต่อกายทั้งสามแห่งพุทธะ
อาตมาก่อประโยชน์สุขแก่สรรพชีวิตด้วยร่างจำแลงอย่างง่ายดาย
อุปมาเหมือนปลาทอง ที่แหวกว่ายในสายน้ำอย่างร่าเริง โดยไม่ต้องพยายาม
ดวงใจของอาตมาย่อมได้รับพรชัยและเต็มเปี่ยมไปด้วยปิติปราโมทย์

ด้วยความช่ำชองในวิถีแห่งการปรากฏทั้งหลายทั้งปวง
อาตมาได้แสดงบทโศลกเล็กๆน้อยๆ ในโอกาสอันควร
เหมือนกับพญามังกร บรรลือสีหนาทในฟากฟ้า โดยปราศจากความกลัวเกรงต่อสิ่งใดๆ
ดวงใจของอาตมาย่อมได้รับพรชัยและเต็มเปี่ยมไปด้วยปิติปราโมทย์

อาตมาคือสมณะมิลาเรปะ ผู้จาริจากธุดงค์สถานหนึ่ง ไปยังอีกธุดงค์สถานหนึ่ง
อุปมาเหมือนบรรดาสัตว์ป่าที่มีชีวิตอยู่ในขุนเขาโดยปราศจากความหวาดกลัว
ดวงใจของอาตมาย่อมได้รับพรชัยและเต็มเปี่ยมไปด้วยปิติปราโมทย์

อาตมาแสดงบทโศลกนี้ด้วยความร่าเริงเบิกบานใจยิ่งนัก
มันเป็นธรรมคีตาแห่งห้าข้ออุปมา ซึ่งมีหกความหมาย
มนุษย์และทวยเทพที่แวดล้อมอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ จงได้ฟังอย่างตั้งใจ
อย่าได้หลงเข้าใจผิดๆ แต่จงจดจ่อเฝ้าสังเกตดวงจิตของท่านทั้งหลาย
จงพยายามบรรลุถึงสภาพที่ท่านสามารถเผชิญกับมรณะกาลได้ โดยไม่ต้องเศร้าเสียใจ
อาตมาปรารถนาให้ท่านทั้งหลาย จงประสบโชคดี ในแสงสว่างแห่งพระธรรม

ชายหนุ่มเป็นจำนวนมาก ได้รับการยอมรับให้เป็นสานุศิษย์ของท่านมิลาเรปะ ท่านได้ก่อแรงบันดาลใจด้วยบรรดาคำแนะนำอันล้ำลึก และส่งพวกเขาไปบำเพ็ญสมาธิภาวนา มีสองสามรายที่กลายเป็นนักบวชที่บรรลุถึงบรมธรรม

นี้คือตำนานเรื่องราวของ ทะเซเซ, กูจู และญาติโยม แห่งเมืองดริน

เกี่ยวกับท่านมิลาเรปะ
ตำนานแห่งหุบเขาอัญมณีแดง
การจาริกธุดงค์สู่ ลาชิ
ธรรมลีลาแห่งเทศกาลหิมะโปรย
วิวาทะกับเจ้าแม่ผู้ชาญฉลาด
มณฑล รักม่า
วิหารเทียมฟ้า จันแพน
ธรรมปิติของสมณะ
ท่านมิลาเรปะ กับนกพิราบ
หุบเขา วัชชระ สีเทา
ภิกษุ เรชุงปะ
ข้อตักเตือนถึงโอกาสที่หาได้ยากในการปฏิบัติธรรม
การค้นหาธรรมชาติแห่งจิตของชายเลี้ยงแกะ
ธรรมคีตาแห่งความตระหนักชัด
การมุ่งสู่โพธิญาณของสตรีเพศ
ธรรมคีตา ณ ที่พักผู้เดินทาง
พาลชนที่กลายเป็นสาวก
การพบกันที่สายธารสีเงินยวง
นิมิตหมายแห่งพระธรรมจากไม้เท้า
ข้อชี้นำยี่สิบเอ็ดประการ
ภิกษุ กาชอนเรปะ
คำตักเตือนสำหรับท่าน ธัมมะวอนชู
การแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ณ ภูเขาหิมะดีซี
การบรรลุธรรมจักษุของท่าน เรชุงปะ
การกลับใจของชาวลัทธิ บอน ผู้กำลังจะตาย
แสดงธรรมกับหญิงสาวผู้ชาญฉลาด
นายพรานกับกวาง
พระราชาแห่ง เนปาล
เผชิญเจ้าแม่ ทเซรินมา
การกลับใจของเจ้าแม่ ทะเซรินมา
ข้อแนะนำเกี่ยวกับภาวะ สัมภเวสี
ทะเซรินมา กับการปฏิบัติสุญญตาธรรม
ข้อตักเตือนสำหรับท่าน ดอจี วอนชู
การพบกับท่าน ธรรมโพธิ
เผชิญนักปริยัติ
เยือนอินเดียครั้งที่สามของท่าน เรชุงปะ
ความตระหนักชัดของท่าน เมกอมเรปะ
สาลีอุยกับพระธรรม
เขาของตัวจามรี
การสำนึกผิดของ เรชุงปะ
ความที่ยิ่งกว่าสุข
ศิษย์เอก กัมโบปะ
นักปริยัติผู้กลับใจ
ธรรมปราโมทย์
แสดงอภิญญาจูงใจคน
รวมโศลกธรรมสั้นๆ
ธรรมเทศนาที่ภูผา บอนโบ้
แรงบันดาลใจ
ชินดอโมและเลซีบุม
แกะที่กำลังจะตาย
ธรรมคีตาแห่งการดื่ม
แด่ เรชุงปะ ด้วยเมตตา
เรชุงปะ สู่เมือง วู
พบท่าน ธัมปาสันจี
มิติแห่งสวรรค์
คำพยากรณ์แห่งเทพธิดา
คำตักเตือนคุณหมอ ยางงี
การจากไปของ เรชุงปะ
เรื่องราวของ ดราชิเซ
กัลยาณมิตร
ประจักษ์พยานแห่งการบรรลุธรรม
ปัจฉิมโอวาท
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com