Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

มิลาเรปะ

เรื่องราวของ ดราชิเซ

ขอน้อมคารวะต่อคณาจารย์ทั้งปวง

ครั้งหนึ่งที่เมือง ลาโดร แห่งมณฑล ดริน ท่านมิลาเรปะ ได้ให้โอกาสแก่อุบาสก ดราชิเซ ลุกขึ้นยืนซักถามข้อสงสัย ท่ามกลางบรรดาสานุศิษย์ของท่าน เกี่ยวกับปัญหาที่ว่า ตนสมควรจะปฏิบัติธรรมเพียงอย่างเดียวโดยไม่ต้องใส่ใจในพระปริยัติธรรมได้หรือไม่ ท่านมิลาเรปะ ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ต้องอุทิศตนให้กับการปฏิบัติธรรมตามที่ได้เล่าเรียนมา เพราะถ้าไม่กระทำดังนั้น การเล่าเรียนและสาธยายธรรมก็หมดความหมายโดยสิ้นเชิง จากนั้นท่านได้แสดงธรรมคีตาตามแบบฉบับของท่านว่า

เมื่อปราศจากการปฏิบัติบำเพ็ญตามที่สาธยายได้ ความถือตนว่าเป็นผู้รู้จักดำเนินอยู่ต่อไป
บุตรชายที่สั่งสอนอบรมเอาไว้ไม่ดี ย่อมเติบโตขึ้นมาเพื่อที่จะเป็นศัตรู
ปราศจากข้อชี้แนะที่ถูกต้อง ตำรับตำราทั้งมวลก็เป็นดังขยะกองโตที่จะล้มทับตน
การหลอกลวงและโอ้อวดจักดำเนินอยู่ต่อไป
เมื่อรับฟังคำสอนที่เข้าใจได้โดยง่าย ผู้คนย่อมพากันยินดี
แต่การที่จะมีผู้ปฏิบัติตามให้ได้ผลจนถึงที่สุดนั้น หาได้ยากยิ่งนัก

ญาติโยมและสานุศิษย์ที่รักทั้งหลาย จงปฏิบัติธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ ด้วยศรัทธาอันมั่นคง
จงปฏิบัติธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ โดยปราศจากความเสแสร้งฉ้อฉลหรือความโอ่อวดใดๆ
จงปฏิบัติธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน และด้วยการมีสัญชาติแห่งความเป็นคนตรง
ณ บัดนี้ อาตมาจะได้บอกพวกท่าน ถึงข้อเท็จจริง

จากนั้นท่านมิลาเรปะได้กล่าวต่อไปว่า “บุคคลย่อมเริ่มเรียนรู้ข้อความอันสำคัญเมื่อได้ตกลงใจที่จะปฏิบัติธรรม การสามารถมีธรรมวิจัยเพื่อหาให้พบแก่นสารของพระสัทธรรม นับเป็นองค์คุณอันสำคัญยิ่งในการปฏิบัติบำเพ็ญ การเอาแต่พูดมาก มีแต่จะทำให้โมหะเติบใหญ่ คำสอนที่สูงส่งย่อมถูกบดบังด้วยความตระหนักชัดขั้นต่ำๆ ถ้าไม่สามารถมีสัมมาสมาธิได้ การพยายามประกอบกุศลกรรมก็เป็นการหลงลวงตน ถ้ายังไม่ยอมละวางโลกียกรรม การปฏิบัติธรรมทุกรูปแบบก็ไร้ความหมายใดๆ และย่อมเป็นเพียงพระธรรมที่ปากพูดเท่านั้น ผู้ที่ศึกษาเล่าเรียนด้วยความยึดมั่นและถือดีในภูมิรู้ทางปริยัติ ย่อมเริ่มไม่ศรัทธาอาจารย์ของตน พรชัยอันแสนประเสริฐที่สมควรจะได้รับก็สูญสิ้นไป”
“ผู้คนส่วนใหญ่ พากันคิดว่าในอนาคต พวกเขาจะมีเวลามากในการปฏิบัติธรรม แต่โดยปราศจากนิมิตหมายที่เตือนให้รู้ล่วงหน้าใดๆ มรณะกาลก็มาเยือนพวกเขาในทันทีทันใด โดยไม่ได้คาดคิดมาก่อน และโอกาสที่จะได้ปฏิบัติธรรม ก็อันตรธานไปตลอดกาลนิรันดร พวกเขาสามารถทำอะไรกันได้หรือ? บุคคลควรได้เอาภูมิรู้ทางปริยัติทั้งหมด อุดกลับเข้าไปในปาก และบำเพ็ญสมาธิภาวนา ถ้าบุคคลไม่เพิ่มพูนการเรียนรู้ของเขาและปฏิบัติสมาธิภาวนาในเวลาเดียวกัน โดยมัวเอาแต่คิดว่าเขาควรศึกษาปริยัติให้มาก ก่อนที่จะลงมือปฏิบัติจริงๆ เขาย่อมมีแต่จะสูญเสียและขาดทุน เพราะความรู้ทางปริยัตินั้นมากมายมหาศาล และไม่มีความเป็นไปได้เลย ที่จะช่ำชองกับมันทั้งหมด”
“อาตมาขอย้ำอีกครั้งหนึ่ง ถ้าบุคคลพูดกับพระที่รอบรู้ปริยัติ เขาย่อมถูกบอกกล่าวว่า ไม่มีอะไรแม้แต่สิ่งเดียวในพระธรรมคำสอน ที่ไม่ต้องเรียนรู้ จากนั้นย่อมทำให้เขาอาจละโมบต่อบรรดาคำสอนที่ล้ำลึก เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่ได้รู้เลยว่าจะเอาอันไหนมาปฏิบัติ แม้ว่าในที่สุดเขาอาจเลือกสักอย่างหนึ่งมาปฏิบัติ แต่เขาอาจไม่ได้รับประสบการณ์ทางจิตวิญญาณใดๆเลย จากนั้นเขาย่อมเกิดความลังเลสงสัยคืบคลานเข้ามาในดวงจิต และเริ่มคิดว่า ‘เราควรพยายามทดลองปฏิบัติแบบอื่นดู จะดีไหม? การฝึกแบบโน้น ดีกว่าแบบนี้หรือไม่?’ ดังนั้นเขาย่อมไม่มีวันที่จะบรรลุถึงสัมฤทธิ์ผล” ท่านมิลาเรปะกล่าวตักเตือนต่อไปด้วยบทโศลกว่า

จงฟัง คุณโยมผู้ภักดีทั้งหลาย
แม้แต่บุคคลที่เต็มไปด้วยบาปกรรม ผู้ไม่เคยรู้จักพลังอันยิ่งใหญ่ของกรรม
ก็ยังใฝ่ฝันที่จะบรรลุถึงความอิสระหลุดพ้น
ชีวิตสึกกร่อนผุพัง เหมือนกับวัน ปี ที่เคลื่อนคล้อยผ่านไป
ผู้คนพากันใช้ชีวิตแสวงหาโลกียสุข
พวกเขาพากันถามว่า เดือนนี้หรือปีนี้จะดีไหม?
เขาพากันมืดบอดอยู่กับชีวิตที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการเฝ้าทะนุถนอมคำถามโง่ๆ
บุคคลที่ปรารถนาจะปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริง
ควรได้เอื้อเฟื้อต่อวิสุทธิบุคคล ถือเอาพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ปรนนิบัติรับใช้คุรุผู้ประเสริฐ
ให้ความเคารพนับถือบุพการี บริจาคทานโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
เขาควรอนุเคราะห์ผู้ที่ยากไร้
เขาควรมีชีวิตอยู่ด้วยการกระทำทั้งปวงตามหลักการพื้นฐานของพระธรรมวินัย
การปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา ไม่ต้องการอะไรมาก
การปฏิญาณมากมายเกินไป นำไปสู่การโกหกหลอกลวง
คุณโยมที่รักทั้งหลาย จงพยายามปฏิบัติตามที่อาตมาได้กล่าวมา

ญาติโยมได้ขอให้ท่านแนะนำเพิ่มเติมอีก ท่านมิลาเรปะกล่าวว่า “อาตมามีคำสอนดีๆมากมายที่จะให้ ถ้าคุณโยมสามารถนำไปปฏิบัติตามได้ ถ้าไม่เช่นนั้น อาตมาก็ไม่รู้ว่าจะสอนไปทำไม” ญาติโยมพากันยืนยันว่าจะนำไปปฏิบัติด้วย ท่านมิลาเรปะได้แสดงถึงสิ่งต่างๆที่ควรกระทำว่า

คุณโยมที่รักทั้งหลาย ถ้าเธอตกลงใจที่จะปฏิบัติตามถ้อยคำของอาตมา และบ่มเพาะให้ถึงบรมธรรม
จงจดจำไว้ว่า ทุกๆคนจะต้องตาย และการปฏิบัติธรรม เป็นหนทางเลือกทางเดียวที่ดีที่สุดของชีวิต
โลกียทรัพย์เป็นมายาลวงแม้ว่าเธอจะสะสมไว้มากมายเพียงใดก็ตาม ในที่สุดเธอก็ต้องละทิ้งมันทั้งหมด
ดังนั้นย่อมเป็นการดีกว่า ที่จะได้บริจาคทาน

ความรักที่มีต่อใครๆ แม้ว่าจะดื่มด่ำมากมายเพียงใดก็ตาม ในที่สุดก็ต้องพลัดพรากจากพวกเขาทั้งหมด
ดังนั้นย่อมเป็นการดีกว่า ที่จะได้ปฏิบัติให้บรรลุถึงสัจจะธรรมแห่งความไม่เป็นของคู่

ถึงแม้ว่าจะปลูกบ้านให้แข็งแรงปานใดก็ตาม ในที่สุดมันก็จะต้องพังลงมา
ดังนั้นย่อมเป็นการดีกว่า ที่จะอาศัยอยู่ในดินแดนที่ไม่มีผู้คนอย่างกรายเข้าไป
อาหารดีปานใดก็ตามที่ผู้คนพยายามเก็บรักษาไว้ เมื่อถึงเวลา มันย่อมเปื่อยเน่า
ดังนั้นย่อมเป็นการดีกว่า ที่จะได้ถนอมรักษาโภชนาหารแห่งพระสัทธรรม
กิจกรรมทางโลก ไม่สามารถไว้วางใจในมันได้ จึงเป็นการดีกว่า ที่จะสละออกไปทั้งหมด

โดยที่การเจรจาอันโง่เขลา ไม่มีวันที่จะสิ้นสุด ดังนั้นย่อมเป็นการดีกว่า ที่จะได้ระงับวาจาเอาไว้

คำแนะนำทั้งหลายเป็นดังศิลปะแห่งการทาน้ำมันให้กับผิวหนังของคนอื่น
มันย่อมเป็นการดีกว่า ที่จะอิงอาศัยอยู่กับคุรุที่เต็มไปด้วยศักยภาพ
ประสบการณ์ ย่อมไม่แตกต่างจากดวงจันทร์ที่โผล่ออกมาจากเมฆอย่างฉับพลันทันใด
ดังนั้นย่อมเป็นการดีกว่า ที่จะปฏิบัติบำเพ็ญอย่างต่อเนื่อง ดุจดังสายน้ำไหล

นี้เป็นสิบแก่นสารสาระที่ปรากฏขึ้นมาในดวงจิตของอาตมา
ขอให้ พวกเธอ ญาติโยมแห่งเมืองดริน ได้รับความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรม

จากนั้นท่านมิลาเรปะได้สอนพวกเขาถึงการถือเอาพระรัตนตรัยเป็นสรณะ สอนถึงการปลุกเร้าโพธิจิต และการปฏิญาณตน ญาติโยมหลายคนได้ฝึกสมาธิภาวนา และหลายราย ได้รับประสบการณ์ที่ดี
นี้คือตำนานเรื่องราวของ ดราชิเซ

เกี่ยวกับท่านมิลาเรปะ
ตำนานแห่งหุบเขาอัญมณีแดง
การจาริกธุดงค์สู่ ลาชิ
ธรรมลีลาแห่งเทศกาลหิมะโปรย
วิวาทะกับเจ้าแม่ผู้ชาญฉลาด
มณฑล รักม่า
วิหารเทียมฟ้า จันแพน
ธรรมปิติของสมณะ
ท่านมิลาเรปะ กับนกพิราบ
หุบเขา วัชชระ สีเทา
ภิกษุ เรชุงปะ
ข้อตักเตือนถึงโอกาสที่หาได้ยากในการปฏิบัติธรรม
การค้นหาธรรมชาติแห่งจิตของชายเลี้ยงแกะ
ธรรมคีตาแห่งความตระหนักชัด
การมุ่งสู่โพธิญาณของสตรีเพศ
ธรรมคีตา ณ ที่พักผู้เดินทาง
พาลชนที่กลายเป็นสาวก
การพบกันที่สายธารสีเงินยวง
นิมิตหมายแห่งพระธรรมจากไม้เท้า
ข้อชี้นำยี่สิบเอ็ดประการ
ภิกษุ กาชอนเรปะ
คำตักเตือนสำหรับท่าน ธัมมะวอนชู
การแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ณ ภูเขาหิมะดีซี
การบรรลุธรรมจักษุของท่าน เรชุงปะ
การกลับใจของชาวลัทธิ บอน ผู้กำลังจะตาย
แสดงธรรมกับหญิงสาวผู้ชาญฉลาด
นายพรานกับกวาง
พระราชาแห่ง เนปาล
เผชิญเจ้าแม่ ทเซรินมา
การกลับใจของเจ้าแม่ ทะเซรินมา
ข้อแนะนำเกี่ยวกับภาวะ สัมภเวสี
ทะเซรินมา กับการปฏิบัติสุญญตาธรรม
ข้อตักเตือนสำหรับท่าน ดอจี วอนชู
การพบกับท่าน ธรรมโพธิ
เผชิญนักปริยัติ
เยือนอินเดียครั้งที่สามของท่าน เรชุงปะ
ความตระหนักชัดของท่าน เมกอมเรปะ
สาลีอุยกับพระธรรม
เขาของตัวจามรี
การสำนึกผิดของ เรชุงปะ
ความที่ยิ่งกว่าสุข
ศิษย์เอก กัมโบปะ
นักปริยัติผู้กลับใจ
ธรรมปราโมทย์
แสดงอภิญญาจูงใจคน
รวมโศลกธรรมสั้นๆ
ธรรมเทศนาที่ภูผา บอนโบ้
แรงบันดาลใจ
ชินดอโมและเลซีบุม
แกะที่กำลังจะตาย
ธรรมคีตาแห่งการดื่ม
แด่ เรชุงปะ ด้วยเมตตา
เรชุงปะ สู่เมือง วู
พบท่าน ธัมปาสันจี
มิติแห่งสวรรค์
คำพยากรณ์แห่งเทพธิดา
คำตักเตือนคุณหมอ ยางงี
การจากไปของ เรชุงปะ
เรื่องราวของ ดราชิเซ
กัลยาณมิตร
ประจักษ์พยานแห่งการบรรลุธรรม
ปัจฉิมโอวาท
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com