บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

มิลาเรปะ

คำตักเตือนคุณหมอ ยางงี ขอน้อมคารวะต่อคณาจารย์ทั้งปวง

ท่านมิลาเรปะและสานุศิษย์ห้าองค์ ออกเดินทางไปที่ ตองหลา ระหว่างทางได้พบพวกโจร เข้ามาตรวจค้นคณะของท่าน เมื่อเจอแต่ถ้วยกับกะโหลก พวกโจรจึงถามว่า “ท่านถูกผู้คนเรียกว่ามิลาเรปะใช่หรือไม่?” ท่านมิลาเรปะตอบว่า “อาตมาคือมิลาเรปะ” พวกโจรต่างพากันก้มลงกราบท่านและกล่าวว่า “พวกเราโชคดีที่ได้พบท่าน จงได้กรุณาแนะนำพวกเราด้วยเถิด” ท่านมิลาเรปะสอนพวกโจรถึงเรื่องกรรมวิบาก รวมทั้งกุศลที่ทำให้เกิดในภพภูมิที่สูงส่ง และอกุศลสู่โลกอบาย อาตมาจะแสดงบทโศลกให้พวกเธอฟัง เธอจะรับไว้ปฏิบัติหรือไม่ก็แล้วแต่พวกเธอ”

อาตมาขอน้อมคารวะคุรุผู้สูงส่งสมบูรณ์

ณ เบื้องสูงแห่งสรวงสวรรค์อันเต็มไปด้วยความผาสุก
ทันทีที่เหล่าเทพเทวาพากันหว่านเพาะเมล็ดข้าวของพวกเขา
พวกเขาก็ได้เก็บเกี่ยวผลที่สุกงอมเหมือนดังเมล็ดที่เพาะ
มันไม่ได้เป็นเพราะว่าเขาทั้งหลายมีทฤษฎีอันวิเศษในการทำกสิกรรม
แต่เป็นเพราะกุศลวิบากแห่งกรรมดีในชีวิตก่อนหน้านี้เป็นผู้ดลบันดาล
บุคคลที่มีคุณสมบัติอันเลิศ ย่อมบริจาคทาน

ณ เบื้องต่ำ คือบรรดาสรรพชีวิตที่ชั่วร้าย แห่งนรกทั้งสิบแปดขุม
เมื่อร่างกายของพวกเขาถูกตัดด้วยเลื่อย บาดแผลกลับปิดสนิทได้อีก
ไม่ใช่เป็นเพราะพวกเขามีผิวหนังอันพิเศษแต่อย่างใด
แต่เป็นผลตอบแทนแห่งวิบากกรรมอันเลว ของการเข่นฆ่าชีวิตผู้อื่นให้ตกล่วงในชีวิตก่อนหน้านี้
บุคคลที่มีคุณสมบัติอันเลิศ ย่อมไม่เข่นฆ่าชีวิตผู้อื่นให้ตกล่วง

ในอาณาจักรที่มืดมิดทางโน้น พวกผีเปรตที่หิวกระหาย พากันท่องเที่ยวไป
ทันทีที่พวกมันกินเสร็จ พวกมันก็พากันรู้สึกหิวกระหายใหม่
ไม่ใช่เป็นเพราะพวกมันมีกระเพาะขนาดใหญ่
แต่เป็นผลตอบแทนแห่งวิบากกรรมอันเลว ของความตระหนี่ในชีวิตก่อนหน้านี้
บุคคลที่มีคุณสมบัติอันเลิศ ย่อมไม่เป็นคนตระหนี่

ยืนอยู่ข้างๆสระน้ำอันสะอาด คือวัวมหัศจรรย์ ดวนโจ ที่พร้อมจะให้นมเสมอ
แต่มันขึ้นกับว่า พวกเธอจะจับมันได้หรือไม่

ภายใต้รากของต้นกัลประพฤกษ์ คือโอสถที่รักษาโรคห้าชนิด
แน่นอนว่าทั้งหมดขึ้นอยู่กับพวกเธอ ว่าจะขุดมันขึ้นมาได้หรือไม่

เบื้องหน้าของคุรุผู้ประเสริฐ คือกุญแจแห่งคำแนะนำอันล้ำลึกทั้งหลาย สู่ประตูของสองสัจจะธรรม
แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับพวกเธอ ว่าจะเปิดมันหรือไม่

พวกโจรสี่ในห้าคน สาบานตนว่าจะไม่ฆ่าหรือปล้นอีก อีกคนหนึ่งที่เหลือ ตกลงใจที่จะติดตามเป็นสานุศิษย์รับใช้ท่านมิลาเรปะ ต่อมาภายหลัง เขากลับกลายเป็นนักบวชผู้ยิ่งใหญ่

หลังจากเหตุการณ์นี้ ท่านมิลาเรปะและบรรดาสานุศิษย์ของท่าน ได้เดินทางไปยัง ดินรีนามา ท่านได้ถามชายเลี้ยงแกะที่พบในระหว่างทางว่า “ผู้ใดเป็นโยมอุปัฏฐากที่โดดเด่นของที่นี่?” ชายเลี้ยงแกะตอบว่า “มีคุณหมอชื่อยางงี เขาร่ำรวยและอุทิศตนเป็นอุบาสก” ท่านมิลาเรปะและสานุศิษย์จึงพากันไปที่บ้านคุณหมอยางงี เมื่อท่านเข้าไปขอบิณฑบาตในตอนเช้าตรู่ คุณหมอยางงีได้กล่าวว่า “ที่ภูเขาอีกด้านหนึ่ง มีท่านมิลาเรปะ ส่วนด้านนี้มีท่านธัมปาสันจี สายธารของนักบวชที่ออกจาริกแสวงบุญไม่เคยหยุดไหลรินเลย กระผมจะบริจาคให้ทุกๆคนได้อย่างไร? กระผมจะบริจาคให้ท่านมิลาเรปะเท่านั้น ถ้าท่านมาที่นี่ด้วยตนเอง กระผมคงไม่มีวาสนาได้พบท่านดอก” ท่านมิลาเรปะกล่าวยืนยันว่าท่านคือมิลาเรปะ
คุณหมอยางงีกล่าวว่า “กล่าวกันว่าท่านมิลาเรปะสามารถใช้ทุกสิ่งเป็นข้ออุปมาในการแสดงธรรม จงได้โปรดใช้ฟองอากาศในน้ำบ่อข้างหน้านี้ เป็นข้ออุปมาแสดงธรรมให้พวกเราฟัง” ท่านมิลาเรปะได้แสดงบทโศลกที่มีชื่อว่า “ฟองอากาศในน้ำที่อันตรธานไป”


ขอน้อมคารวะแด่ท่านอาจารย์ผู้ประเสริฐของอาตมา
ท่านเป็นแก่นสารสาระของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ในทุกกาลสถาน
ขอได้โปรดอวยพรชัยให้ผู้คน ณ สถานที่แห่งนี้ จงได้ระลึกถึงพระธรรม

ท่านอาจารย์ได้กล่าวไว้ว่า “ชีวิตเปรียบดังฟองอากาศในน้ำ
เป็นสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืนและปราศจากหลักประกันใดๆด้วยประการทั้งปวง”
ขโมยที่อุตส่าห์เล็ดลอดเข้าไปในบ้านและพบแต่ความว่างเปล่า
เปรียบได้กับชีวิตของปุถุชน เธอไม่เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่โง่เขลาดอกหรือ?

ความเป็นหนุ่มเป็นสาวเปรียบได้กับดอกไม้บานในฤดูร้อน
จักต้องเหี่ยวเฉาโรยราไปในเวลา อันรวดเร็ว
ความชราเป็นดังไฟลามทุ่ง ไม่ช้าไม่นานก็มาถึงปลายเท้า
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสไว้ว่า
“ความเกิดและความตาย ไปๆมาๆ ดังอาทิตย์อุทัยและอาทิตย์อัสดง”
ความเจ็บป่วยเป็นดังวิหกน้อยที่สูญสิ้นอิสรเสรี
เธอไม่รู้ดอกหรือว่า สุขภาพและพลานามัยที่สมบูรณ์ จักผันแปรทรุดโทรมลงในเวลาไม่ช้าไม่นาน?
มรณะกาลเปรียบดังน้ำมันหยาดสุดท้ายของตะเกียงได้หมดลง
อาตมายืนยันกับเธอได้เลยว่า ในโลกภพนี้ไม่มีสิ่งใดที่ยั่งยืน
อกุศลวิบากเปรียบดังน้ำตก ไม่มีวันที่จะไหลขึ้นสู่ที่สูง
คนใจบาปเปรียบดังพันธุ์ไม้ที่มีพิษ ย่อมเป็นอันตรายแก่ผู้ที่เข้าไปใกล้
ผู้ที่ละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น เป็นเหมือนน้ำค้างแข็ง ที่กัดกินต้นถั่ว
มันขโมยความเปล่งปลั่ง และก่อความหายนะ
ผู้ปฏิบัติธรรมเปรียบได้กับกสิกรที่ขยันขันแข็ง ย่อมเก็บเกี่ยวผลได้ในอนาคต
วิสุทธิบุคคลเป็นดังโอสถขนานเอกที่คอยเยียวยาสรรพชีวิต
พระธรรมวินัยเป็นดังหอสังเกตการณ์ เมื่อรู้จักใช้อย่างถูกต้อง ย่อมแสดงมรรคาสู่สัมฤทธิ์ผล

กฎแห่งกรรมเป็นดังกงล้อที่หมุนไป ผู้ที่พยายามจะหยุดยั้งมันมีแต่จะพบกับภยันตรายใหญ่หลวง
สังสารวัฏเป็นดังพิษร้ายที่แทรกซึมอยู่ในเลือดเนื้อของท่านทั้งหลาย
ถ้าไม่พยายามถ่ายถอนออกมาให้ได้แล้วไซร้ มันจักแพร่กระจายไปทั่ว
ความตายเปรียบเหมือนเงาของต้นไม้ ที่ทอดตัวไปอย่างรวดเร็วยามอาทิตย์อัสดง
ไม่มีผู้ใดจะสามารถยับยั้งได้
เมื่อถึงเวลาแห่งความตาย อะไรเล่าจะช่วยท่านได้ นอกจากพระธรรมอันศักดิ์สิทธิ์
แม้ว่าพระธรรมจะเป็นบ่อเกิดแห่งชัยชนะ ก็มีน้อยคนนักที่ขวนขวายใฝ่หาพระธรรม

ธงชัยของผู้คนส่วนใหญ่ คือการยุ่งเกี่ยวอยู่กับความทุกข์ทรมานแห่งสังสารวัฏ
ในการถือกำเนิดที่อับโชคนี้ พวกเขาพากันลักขโมยเพื่อให้ได้มา

ผู้ที่พูดถึงพระธรรมด้วยปิติปราโมทย์ ย่อมก่อให้เกิดแรงบันดาลใจ
แต่ครั้นพบอุปสรรคที่หนักอึ้ง เขากลับล้มเหลวสิ้นเชิง

จงอย่าได้เอาแต่พูดมากเลย สานุศิษย์ทั้งหลายของอาตมา แต่จงพากเพียรปฏิบัติธรรมเถิด


คุณหมอยางงีของร้องให้ท่านแสดงธรรมต่ออีก ท่านมิลาเรปะได้แสดงบทโศลกว่า
ในอาณาจักรแห่งการไม่เวียนเกิด
ท่านอาจารย์ย่อมรุ่งเรืองสว่างไสวด้วยกายทั้งสี่แห่งพุทธะ
แด่ความปรารถนาดีของท่านอาจารย์ ผู้ชี้นำสู่สัมมาอริยมรรคแห่งสภาพที่ยิ่งกว่าสุข
อาตมาขอน้อมคารวะด้วยดวงใจ

สาธุชนที่ประชุมกันอยู่ ณ ที่นี้ จงได้โปรดสดับรับฟังถ้อยคำของอาตมา
เมื่อยังเต็มไปด้วยพละกำลังแห่งวัยหนุ่มสาว ท่านย่อมไม่เคยคิดว่าความแก่ชราจักมาเยือน
แต่มันก็คืบคลานเข้ามาอย่างสม่ำเสมอโดยไม่หยุดยั้ง เปรียบได้เช่นเดียวกับเมล็ดพืชที่งอกอยู่ใต้ดิน

เมื่อท่านยังแข็งแรงและมีสุขภาพดี ท่านย่อมไม่เคยได้คิดว่าความเจ็บป่วยจักมาเยือน
ความเจ็บป่วยสามารถบังเกิดขึ้นในทันทีเมื่อใดก็ได้ดุจประกายฟ้าแลบ

เมื่อท่านยังหมกมุ่นผูกพันร้อยรัดยุ่งเกี่ยวอยู่กับโลกียกรรมทั้งหลายทั้งปวง
ท่านย่อมไม่เคยจะได้คิดว่าความตายจักมาเยือนตน
แต่มันสามารถจู่โจมถึงตัวท่านได้รวดเร็วดังสายฟ้าฟาดที่ผ่าลงบนศีรษะของท่าน

ความป่วย ความชราและความตายร่วมกันดำเนินไป
ดุจเดียวกับมือและปากที่ต้องประสานงานกันอยู่เสมอ

เฝ้าคอยเหยื่อของเขาอยู่ในที่กำบัง
พญายมย่อมพร้อมเสมอที่จะตะครุบเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย เมื่อความหายนะมาถึง

การมีชีวิตอยู่, ความตายและสภาวะสัมภเวสี ร้อยเรียงกันไปเป็นทิวแถวดังหมู่นกที่บินติดตามกันมา
มันไม่เคยอยู่ห่างจากตัวท่านทั้งหลายดอก
แขกผู้มาเยือนทั้งสามนี้ ไม่ได้ทำให้ท่านหวาดกลัวต่อการกระทำชั่วดอกหรือ?

เปรียบดังลูกธนูจากที่กำบังซ่อนเร้น ซึ่งกำลังพุ่งเข้ามาพิฆาตเหยื่อ
การถือกำเนิดในภพภูมิที่ต่ำทรามแห่งนรก, เปรตวิสัย, หรือเดรัจฉาน จ้องรอคอยท่านอยู่เสมอ
ถ้าหลุดล่วงเข้าไปในกับดักหลุมพรางของมันแล้ว ย่อมเป็นการยากหนักหนาที่จักหนีรอดออกมาได้

โชคร้ายอันขมขื่นในอดีตที่ผ่านพ้นมา มิได้ทำให้ท่านหลาบจำดอกหรือ?
ท่านจะเจ็บปวดและหวาดหวั่นทุกข์ทรมานเพียงใด ถ้ามันหวลกลับมารังควาญท่านอีก?
ความทนได้ยากแห่งชีวิตติดตามทยอยกันมาไม่ขาดสายเฉกเช่นลูกคลื่นในท้องทะเล
มันผ่านพ้นไปเพื่อที่ว่าคลื่นลูกใหม่จะได้เข้ามาแทนที่
จนกว่าท่านจะถูกปลดปล่อยสู่ความอิสระหลุดพ้น
ทุกข์และสุขเวทนาผลัดกันไปๆมาๆเหมือนผู้คนที่สัญจรอยู่ตามถนนหนทาง

ความน่ายินดีแห่งสังสารวัฏเลือนหายไปรวดเร็วเหมือนการได้อาบน้ำกลางเปลวแดด
ความผันแปร เป็นอนิจจังย่อมเหมือนพายุหิมะที่มาโดยไม่เตือนให้รู้ล่วงหน้า
เมื่อระลึกถึงสิ่งเหล่านี้ ไฉนท่านทั้งหลายจึงยังไม่พากันประพฤติธรรม?

ความศรัทธาได้หยั่งลงอย่างล้ำลึกในหมู่ผู้ฟังธรรม และพากันขอร้องให้ท่านพำนักอยู่ที่นั่นอย่างถาวร ท่านมิลาเรปะตอบปฏิเสธ
คุณหมอยางงี ได้ขอร้องให้ท่านแสดงธรรมอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะจากไป เขาได้พาชาวบ้านมาร่วมฟังธรรมมากมาย ท่านมิลาเรปะได้กล่าวแสดงบทโศลกว่า

จงโปรดฟังด้วยความตั้งใจ สาธุชนที่ประชุมกันอยู่ ณ สถานที่นี้
พวกเธอทั้งหลายต้องการปฏิบัติธรรมจริงๆหรือ?
ถ้าเธอต้องการ ก็จงพยายามปฏิบัติตามนี้
ในการนอน จงนอนอย่างมีสติ
อย่าปล่อยใจให้หมกจมอยู่กับอวิชชาสังขาร ในรูปแบบของความคิดที่หลั่งไหล
เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า จงได้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธองค์
ในยามต้นแห่งราตรี จงสวดภาวนาถึงบรรดาวิสุทธิบุคคล
ในเวลาดึกสงัด จงบำเพ็ญเพียรเพื่อตระหนักชัดต่อธรรมชาติอันไม่แตกต่างกันของสรรพสิ่ง
เมื่อดวงสุริยาทอแสงในยามรุ่งอรุณ จงได้ฝึกบำเพ็ญอานาปานสติภาวนา
และจงเฝ้าตรวจสอบความคิดและดวงจิตของเธอตลอดทั้งวัน

เมื่อกล่าวโดยสรุป การปฏิบัติธรรมก็คือการสังเกตพฤติกรรมของดวงจิต
อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีเวลาหยุดยั้ง
คำสอนชี้แนะอันล้ำลึกที่มีค่า ย่อมได้มาจากประสบการณ์ของบรรดาคณาจารย์
จงได้พากันดำเนินตามรอยเท้าของพระผู้มีพระภาคเจ้า
จงได้ปรองดองกันในบรรดาญาติธรรม
จงได้อุทิศตนต่อพระรัตนตรัย

จงสวดสาธยายพระสูตรที่มีค่าดุจอัญมณี
จงบริจาคแก่ผู้ยากไร้โดยสม่ำเสมอ
จงให้ความเอื้อเฟื้อเท่าที่จำเป็นต่อบรรดานักบวชผู้สืบต่อศาสนธรรม
จงปรนนิบัติดูแลบุพการีในทุกกาลสถาน
แม้ว่าบันฑิตนับร้อยจะมายังสถานที่แห่งนี้ ก็คงไม่สามารถกล่าวอะไรได้มากไปกว่าอาตมา
ขออวยพรให้พวกเธอจงรุ่งเรืองไพบูลย์ในศาสนาของพระศาสดา
ขอจงได้รับความผาสุกสงบและมีอายุยืนนาน

ชาวบ้านต่างพากันเลื่อมใสศรัทธาอย่างมั่นคงในท่านมิลาเรปะ ต่อมาภายหลัง คุณหมอยางงีได้เข้าสู่สัมมาอริยมรรค เมื่อก่อนตาย
ท่านมิลาเรปะและสานุศิษย์ได้เดินทางต่อไปยัง ชูบา

นี้คือตำนานเรื่องราวของคุณหมอยางงี

เกี่ยวกับท่านมิลาเรปะ
ตำนานแห่งหุบเขาอัญมณีแดง
การจาริกธุดงค์สู่ ลาชิ
ธรรมลีลาแห่งเทศกาลหิมะโปรย
วิวาทะกับเจ้าแม่ผู้ชาญฉลาด
มณฑล รักม่า
วิหารเทียมฟ้า จันแพน
ธรรมปิติของสมณะ
ท่านมิลาเรปะ กับนกพิราบ
หุบเขา วัชชระ สีเทา
ภิกษุ เรชุงปะ
ข้อตักเตือนถึงโอกาสที่หาได้ยากในการปฏิบัติธรรม
การค้นหาธรรมชาติแห่งจิตของชายเลี้ยงแกะ
ธรรมคีตาแห่งความตระหนักชัด
การมุ่งสู่โพธิญาณของสตรีเพศ
ธรรมคีตา ณ ที่พักผู้เดินทาง
พาลชนที่กลายเป็นสาวก
การพบกันที่สายธารสีเงินยวง
นิมิตหมายแห่งพระธรรมจากไม้เท้า
ข้อชี้นำยี่สิบเอ็ดประการ
ภิกษุ กาชอนเรปะ
คำตักเตือนสำหรับท่าน ธัมมะวอนชู
การแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ณ ภูเขาหิมะดีซี
การบรรลุธรรมจักษุของท่าน เรชุงปะ
การกลับใจของชาวลัทธิ บอน ผู้กำลังจะตาย
แสดงธรรมกับหญิงสาวผู้ชาญฉลาด
นายพรานกับกวาง
พระราชาแห่ง เนปาล
เผชิญเจ้าแม่ ทเซรินมา
การกลับใจของเจ้าแม่ ทะเซรินมา
ข้อแนะนำเกี่ยวกับภาวะ สัมภเวสี
ทะเซรินมา กับการปฏิบัติสุญญตาธรรม
ข้อตักเตือนสำหรับท่าน ดอจี วอนชู
การพบกับท่าน ธรรมโพธิ
เผชิญนักปริยัติ
เยือนอินเดียครั้งที่สามของท่าน เรชุงปะ
ความตระหนักชัดของท่าน เมกอมเรปะ
สาลีอุยกับพระธรรม
เขาของตัวจามรี
การสำนึกผิดของ เรชุงปะ
ความที่ยิ่งกว่าสุข
ศิษย์เอก กัมโบปะ
นักปริยัติผู้กลับใจ
ธรรมปราโมทย์
แสดงอภิญญาจูงใจคน
รวมโศลกธรรมสั้นๆ
ธรรมเทศนาที่ภูผา บอนโบ้
แรงบันดาลใจ
ชินดอโมและเลซีบุม
แกะที่กำลังจะตาย
ธรรมคีตาแห่งการดื่ม
แด่ เรชุงปะ ด้วยเมตตา
เรชุงปะ สู่เมือง วู
พบท่าน ธัมปาสันจี
มิติแห่งสวรรค์
คำพยากรณ์แห่งเทพธิดา
คำตักเตือนคุณหมอ ยางงี
การจากไปของ เรชุงปะ
เรื่องราวของ ดราชิเซ
กัลยาณมิตร
ประจักษ์พยานแห่งการบรรลุธรรม
ปัจฉิมโอวาท
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook