Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

มิลาเรปะ

ชินดอโมและเลซีบุม

 ขอน้อมคารวะต่อคณาจารย์ทั้งปวง

ชินดอโม และ เลเซ โยมอุปัฏฐากเก่าแก่รุ่นแรก ได้กล่าวปรารภถึงความแก่ชราของตนเองซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติธรรมด้วยน้ำตานองหน้า ท่านมิลาเรปะได้กล่าวว่าความทุกข์ทรมานแห่งการ เกิด แก่ เจ็บ และตาย ย่อมคุกคามทุกๆคน ยกเว้นแต่พระอริยเจ้าเท่านั้น จากนั้นท่านมิลาเรปะ ได้แสดงโทษของการเวียนว่ายตายเกิด โดยแจกแจงเป็นหลายนัย

ในสายธารของความ เกิด แก่ เจ็บ และตาย เราผู้ท่องเที่ยวอยู่ในโลกภพนี้ กำลังลอยล่องไป
ใครเล่าจักสามารถหลุดรอดจากความเจ็บปวดบนพื้นพิภพนี้ไปได้
เราดำเนินไปไม่รู้หยุดตามยถากรรม ท่ามกลางคลื่นลมอันน่าสะพรึงกลัวแห่งความมืดมนอนธกาล
เป็นเรื่องยากหนักหนา ที่จะได้พบความผาสุกสำราญในสังสารวัฏนี้

ความทุกข์ทรมานกลับถูกสั่งสมพอกพูนเพิ่มมากขึ้น เมื่อเราพยายามจะหลบลี้หนีจากมัน
การแสวงหาความสนุกสนานรื่นเริง กลับกลายเป็นการก่อบาปกรรมเพิ่มขึ้นในตน
การจะอิสระหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานนั้น จำเป็นต้องละเลิกประกอบอกุศลกรรมโดยสิ้นเชิง

เมื่อความตายคืบคลานใกล้เข้ามา ผู้มีปัญญาย่อมปฏิบัติธรรมเสมอ

ชินดอโมได้กล่าวขึ้นว่า “เราไม่รู้จักกำหนดหมายถึงความทุกข์ทรมานแห่งการเกิด ได้โปรดแนะนำเราว่าจะบำเพ็ญสมาธิภาวนาเพื่อกำหนดหมายถึงการเกิดได้อย่างไร” ท่านมิลาเรปะได้แสดงบทโศลกว่า

คุณโยมผู้ภักดีทั้งหลาย จงได้รับฟังถึงความทุกข์ทรมานแห่งการเกิด

ธรรมชาติอันประหลาดล้ำแห่งสภาวะสัมภเวสี ซึ่งอยู่ระหว่างความตายและการเกิดใหม่
เมื่อถูกผลักไสด้วยอิทธิพลของราคะและโทสะ จึงก่อปฏิสนธิขึ้นในครรภ์แห่งมารดา

ขณะยังอยู่ในครรภ์ มันรู้สึกดุจเดียวกับปลาที่ดิ้นทุรนในซอกหิน
หมกจมอยู่ในน้ำเมือกไคลของเลือดและหนอง มันทุกข์ทรมานอยู่ในสถานที่อันสกปรกคับแคบ
ร่างกายอันเลวย่อมอุบัติขึ้นมาด้วยวิบากแห่งกรรมชั่ว

ถึงแม้จะจดจำอดีตกาลของชีวิตที่เพิ่งผ่านมาได้อยู่บ้างก็ตาม
ก็ยังไม่อาจจะสามารถเจรจาถ้อยคำใดๆ ออกมาได้
รู้สึกทั้งร้อนทั้งหนาวหมกจมอยู่ในครรภ์ของมารดาถึงเก้าเดือนเต็ม
จึงเคลื่อนผ่านองค์กำเนิดของมารดาอย่างทุกข์ทรมานประดุจถูกดึงด้วยคีมเหล็ก
ศีรษะถูกบีบกระชับจนปวดร้าวระบม ดังถูกผลักลงไปในพงหนามแหลม
ร่างกระจ้อยร่อยบอบบางบนตักของมารดา
มิได้ผิดอะไรกับนกกระจอกที่อยู่ในกรงเล็บของพญาเหยี่ยว
เมื่อร่างกายอันอ่อนนุ่มถูกนำไปชำระล้างคราบเลือดและหนอง
มันเจ็บแสบดังถูกลอกผิวหนังออกทั้งเป็น
เมื่อถูกตัดสายสะดือ มันรู้สึกสะเทือนเสียวไปถึงกระดูกสันหลัง
เมื่อถูกหุ้มห่อด้วยผ้าเอาลงนอนในเปล
มันไม่ผิดอะไรกับการถูกจองจำกักขังและผูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวน

บุคคลผู้ไม่อาจสามารถตระหนักชัดถึงสัจจะแห่งการไม่เวียนเกิด
ย่อมไม่สามารถหลุดรอดจากความทุกข์ทรมานแห่งการเวียนเกิดไปได้เลย

ไม่มีเวลาที่ท่านทั้งหลายจะผัดวันประกันพรุ่งต่อการปลงศรัทธาลงในพระธรรมอีกต่อไปแล้ว
เมื่อขณะแห่งมรณะกาล สิ่งที่ท่านต้องการมากที่สุดคือพระธรรมอันศักดิ์สิทธิ์
จงได้อุทิศชีวิตของท่าน เพื่อปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธองค์

ชินดอโมได้อาราธนาขึ้นอีกว่า “กรุณาบอกพวกเราถึงความทุกข์ทรมานแห่งความชรา” ท่านมิลาเรปะ แสดงบทโศลกว่า
จงฟังคุณโยมที่แสนดีของอาตมา จงฟังถึงความทุกข์ทรมานแห่งความชรา

มันเป็นเรื่องเศร้าที่ได้เห็นร่างกายของผู้คนงองุ้มกระปลกกระเปลี้ยสิ้นกำลัง
ไม่มีใครช่วยเหลืออะไรได้เลย
นอกจากสลดใจกับการดำเนินไปสู่ความชราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ของผู้คน

เรือนร่างที่เคยตั้งตรงผึ่งผายเริ่มงอค่อมลง
การก้าวเคลื่อนไปอย่างมั่นคงไม่อาจเป็นไปได้ตามใจปรารถนา
ผมสีดำบนศีรษะเริ่มหงอกขาว ดวงตาที่เคยแจ่มใสฝ้าฟางลง
หัวสั่นคลอนด้วยความวิงเวียน หูก็เริ่มหนวกอื้อ
แก้มที่เคยเปล่งปลั่งเริ่มตอบลึกและซีดเซียว โลหิตที่ไหลเวียนเหือดแห้งลงไปเรื่อยๆ

จมูกที่เคยงดงามบนใบหน้าจมยุบลงไป ฟันซึ่งเคยปรากฏเรียงรายหลุดล่วงจนหมดสิ้น
รสสัมผัสทางลิ้นผันแปรไป
ยิ่งใกล้ความตายเข้าไปเพียงใด ความทุกข์ทรมานและหนี้สินได้เพิ่มพูนขึ้นทุกวัน
การสะสมอาหารและแสวงหามิตรภาพจากผู้คน เป็นสิ่งซึ่งไม่สามารถที่จะถนอมรักษาเอาไว้ได้
การพยายามผ่อนปรนไม่ให้ได้รับความทุกข์ทรมาน กลับยิ่งทำให้ทุรนทุรายมากขึ้น
เมื่อกล่าวความจริงต่อผู้คน กลับไม่ได้รับความสนใจเชื่อถือเป็นส่วนใหญ่
ลูกและหลานซึ่งเคยอุปการะอุ้มชูมา กลับมีทีท่าเป็นศัตรูอยู่เนืองๆ
การพยายามหยิบยื่นทรัพย์สินที่เก็บออมมาให้เป็นของกำนัลต่อผู้คน
ไม่ได้รับการตอบแทนด้วยความกตัญญูรู้คุณแต่อย่างไร
ถ้าท่านทั้งหลายไม่สามารถตระหนักชัดถึงสัจจะแห่งอมตภาวะอันไร้ความชรา
ท่านย่อมต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับความชรา
ที่กำลังดำเนินสู่ความชราและละเลยต่อพระธรรม
ควรได้ระลึกรู้ว่าท่านได้ถูกบดบังด้วยอกุศลวิบากแห่งกรรม
มันเป็นความถูกต้องที่ท่านทั้งหลายจะได้พากันประพฤติธรรมอันศักดิ์สิทธิ์
ในขณะที่ยังมีลมหายใจอยู่

ชินดอโมกล่าวว่า “สิ่งที่ท่านได้บอกพวกเรา ช่างจริงเสียนี่กระไร พวกเรามีประสบการณ์ด้วยตนเอง ขอพระคุณเจ้าได้โปรดแสดงถึงความทุกข์ทรมานของความเจ็บป่วย” ท่าน
มิลาเรปะได้แสดงบทโศลกว่า

คุณโยมผู้ยังเวียนวนอยู่กับความดีใจและเสียใจ
จงได้โปรดรับฟังถึงความทุกข์ทรมานแห่งความเจ็บป่วย

สรีระกายอันเป็นมายานี้ ย่อมเป็นเรือนรังแห่งโรคภัยนานาชนิด
บุคคลจึงได้รับความทุรนทุรายจากความเจ็บป่วยเสมอๆ เป็นธรรมดา
ความแปรปรวนของเลือดเนื้อและอุณหภูมิในร่างกาย ทำให้อวัยวะถูกบังคับให้เจ็บปวด
บนเตียงนอนที่ปลอดภัยและสุขสบาย คนป่วยก็ยังคงทุกข์ทรมาน
อาหารดีที่สุดที่จัดหามาให้คนป่วยได้ดื่มกิน ถูกอาเจียนออกมาจนหมดสิ้น
ในที่ซึ่งเย็นสบายเขากลับรู้สึกร้อนดังอยู่ใกล้กองเพลิง
เมื่อเรือนกายของคนป่วยถูกห่อหุ้มด้วยผ้าห่มที่อุ่นหนา
เขากลับรู้สึกหนาวเย็นเหมือนถูกจุ่มลงในเกล็ดน้ำแข็ง
แม้ว่าจะห้อมล้อมอยู่ด้วยญาติมิตร
แต่ก็ไม่มีใครสักคนที่จะสามารถแบ่งเบาความทุกข์ทรมานจากคนป่วยได้
แม้ว่าหมอผีหรือนายแพทย์จะชาญฉลาดสามารถเพียงใดก็ตาม
ก็ไม่สามารถจะช่วยเหลือบุคคลให้พ้นวิบากแห่งกรรมที่สุกงอมไปได้
ผู้ที่มิได้ตระหนักชัดถึงอมตภาวะ อันปราศจากโรคาพาธทั้งปวง
ย่อมต้องทนทุกข์ทรมานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดยที่เราไม่อาจสามารถหยั่งรู้ได้ว่าเมื่อใดความเจ็บป่วยจักมาเยือน
ดังนั้นย่อมเป็นความถูกต้องเสมอที่จะฝึกฝนปฏิบัติธรรมอันศักดิ์สิทธิ์
ซึ่งสามารถปราบพิชิตความเจ็บป่วยลงได้อย่างแน่นอน

ชินดอโมกล่าวว่า “เราหวังว่าจะปฏิบัติธรรมเพิ่มมากขึ้น เมื่อความตายใกล้เข้ามา ได้โปรดกรุณาแสดงถึงความทุกข์ทรมานของความตาย” ท่านมิลาเรปะได้แสดงบทโศลกว่า

จงได้โปรดรับฟังอาตมา คุณโยมผู้เปี่ยมไปด้วยความภักดี
เหมือนกับหนี้ที่จำเป็นต้องชดใช้พร้อมดอกเบี้ย
บุคคลจึงต้องยอมน้อมรับความเจ็บปวดทุกข์ทรมานแห่งความตาย
พญามัจจุราชย่อมฉุดคร่าผู้คนไปสู่มรณะกาล
บุคคลผู้ร่ำรวยมั่งคั่งไม่อาจซื้อชีวิตไว้ได้ด้วยเงินตรา
ดาบอันแหลมคมของวีรบุรุษผู้ยิ่งยง ก็ไม่อาจสามารถเอาชนะความตายได้
ผู้หญิงที่ชาญฉลาดเจ้าเล่ห์ ก็ไม่อาจออกอุบายใดๆ เพื่อให้รอดพ้นจากความตายไปได้
ผู้ที่เป็นนักปราชญ์คงแก่เรียน ก็ไม่สามารถจะต่อรองกับความตายได้ด้วยความรอบรู้ของตน
คนขลาดเขลาก็ไม่อาจหลบลี้หนีไปได้เช่นกัน
ผู้ถึงคราวเคราะห์ร้ายย่อมไม่สามารถอุทธรณ์ฎีกาใดๆทั้งสิ้น
ผู้กล้าหาญไม่มีโอกาสแสดงความกล้าของตนอีกต่อไป

เมื่อสายใยสุดท้ายแห่งชีวิตกำลังจะขาดลง บุคคลย่อมถูกบดขยี้อยู่ระหว่างภูเขาสองลูก
ทัศนียภาพและความรู้สึกสัมผัสต่างๆ เริ่มลางเลือน
บรรดานักบวชและหมอผีผู้ขมังเวทย์ ไร้ประโยชน์อีกต่อไป
นายแพทย์ผู้สามารถหมดหน้าที่ทั้งปวงลง
ไม่มีผู้ใดสามารถติดต่อกับผู้ที่กำลังจะตายได้ ผีบ้านผีเรือนและเทพาอารักษ์ก็จากไป
แม้ว่าลมหายใจจะยังไม่หยุด แต่บุคคลก็จะได้กลิ่นศพที่ยังสด
มันเหมือนกองถ่านที่มาสู่เตาเผา บุคคลได้ดำเนินมาสู่ประตูมรณะแล้ว

เมื่อขณะกำลังจะตาย บางคนเฝ้านับวันเดือนปีและจักราศี
บางคนได้แต่ร้องครวญครางด้วยอาการเพ้อคลั่ง
บางคนยังอุตส่าห์คิดถึงเครื่องอุปโภคบริโภคบนโลกนี้
บางคนได้ระลึกว่าความมั่งคั่งที่ตนได้สะสมมาด้วยความเหนื่อยยาก
กำลังจะกลายเป็นเครื่องปรนเปรอความสำเริงสำราญของผู้อื่น

ถึงแม้ว่าจะได้รับความรักและความเห็นอกเห็นใจมากมายเพียงใดก็ตาม
บุคคลจำเป็นต้องเดินทางอย่างโดดเดี่ยวไปแต่ผู้เดียว กัลยาณมิตรและภรรยาคู่ชีวิตก็ทอดทิ้งเขาไป
เรือนกายอันเป็นที่รักยิ่งของเขาถูกหุ้มห่อและหามไป
อาจถูกทิ้งลงในแม่น้ำ, อาจถูกเผาไหม้ในกองไฟ หรืออาจถูกฝังลงง่ายๆ
ในดินแดนที่เปล่าเปลี่ยววังเวง

ท่านสาธุชนผู้ภักดีทั้งหลาย ในที่สุดเราได้รับอะไรกัน
ท่านจะปล่อยให้มันเป็นไปตามยถากรรมกระนั้นหรือ
เมื่อลมหายใจของท่านหยุดลงในวันพรุ่งนี้ โลกียทรัพย์ทั้งปวงย่อมช่วยเหลืออะไรไม่ได้
ทำไมหนอผู้คนจึงยังให้ความสำคัญกับมันนัก?

บรรดาวงศาคณาญาติที่ล้อมรอบอยู่ที่เตียงของผู้ที่กำลังจะตาย ย่อมไม่สามารถช่วยเหลืออะไร
ความรักและผูกพันแต่หนหลังเป็นสิ่งหาประโยชน์อันใดมิได้
เมื่อถึงวาระสุดท้าย พระธรรมอันศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่จะเป็นที่พึ่งพาได้

จงได้พากเพียรปฏิบัติธรรม เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม
ที่จะเผชิญหน้ากับความตายได้โดยไม่หวาดเกรงสิ่งใดๆ

ชินดอโมปฏิบัติธรรมจริงจังยิ่งขึ้น ในวาระสุดท้ายของชีวิต เธอได้บรรลุธรรมจักษุสู่มรรคา
ในเวลาใกล้กัน โยมอุปัฏฐากหญิงอีกคนหนึ่ง คือเลซีบุม ได้นิมนต์ท่านไปพำนักอยู่ที่บ้านของตน เธอกล่าวกับท่านว่า “แม้ว่าท่านอาจารย์พ่อ และลูกๆของท่าน ไม่สามารถอยู่กับเราได้นาน แต่ได้โปรดกรุณาอยู่กับเราสักสองสามวัน” ท่านมิลาเรปะและสานุศิษย์ ได้อยู่กับเธอรวมเจ็ดวัน

ในช่วงเวลานี้ ชาว นะยานัน ได้ร่วมกันสร้างพระพุทธปฏิมา ในขณะที่ท่านมิลาเรปะ ยังคงพำนักอยู่ ณ ที่นั้น ท่านได้ปฏิเสธคำอาราธนาของ เลซีบุม ในการไปเข้าร่วมพิธีบำเพ็ญบุญของชาวบ้าน เธอได้ขอให้ท่านมิลาเรปะ ช่วยปั้นพระพุทธปฏิมาองค์เล็กๆในห้องสวดมนต์ของเธอ และยังฝากให้ท่านช่วยดูแลเด็กๆ และฝูงแกะของนางในขณะที่นางเข้าร่วมพิธีกับชาวบ้านด้วย เมื่อนางออกจากบ้านไปเข้าร่วมพิธี ท่านมิลาเรปะและสานุศิษย์ มิได้สนใจที่จะกระทำการใดๆ ตามที่นางขอร้อง ฝูงแกะจึงออกไปทำลายพืชไร่ เด็กทารกของนางปีนป่ายอยู่บนหน้าอกของท่านมิลาเรปะ นางขัดเคืองในอารมณ์เมื่อกลับมาพบเห็นสภาพดังกล่าวที่บ้าน ท่านมิลาเรปะได้แก้ข้อขัดเคืองของนางด้วยธรรมเทศนาตามแบบฉบับของท่านว่า

บนท้องทุ่งแห่งปีติสัมโพชฌงค์ อาตมาดูแลแกะซึ่งเป็นอมตะ
อาตมาไม่มีเวลายุ่งกับเนื้อและเลือดที่เป็นสัตว์เลี้ยงอื่นใดดอก มันเป็นภาระของเธอ เลซีบุม

ด้วยการเป็นแม่แห่งความเอื้ออาทรและความเมตตาอันยิ่งใหญ่
อาตมาเลี้ยงดูเด็กๆ แห่งปรีชาญาณ
อาตมาจึงไม่ใส่ใจกับเด็กชนิดที่ต้องคอยเช็ดขี้มูกให้
มันเป็นภาระของเธอ เลซีบุม

บนภูผาที่มั่นคงแห่งความเป็นนิรันดร อาตมาปั้นองค์พระปฏิมาแห่งความสมบูรณ์ด้วยสติ
อาตมาไม่มีเวลาสำหรับรูปจำลององค์พระปฏิมาที่ทำจากดินเหนียวดอก
มันเป็นภาระของเธอ เลซีบุม

ห้องสวดมนต์ของอาตมาใช้สำหรับจุดดวงประทีปแห่งสัมมาญาณทัสนะ
อาตมาไม่มีเวลาที่จะตั้งโต๊ะหมู่บูชาเพื่อห้อยประดับผ้าที่จารึกไว้ด้วยบทสวดมนต์
มันเป็นภาระของเธอ เลซีบุม

อาตมาเฝ้าขจัดความคิดที่หลั่งไหลอยู่ในเรือนกายอันเป็นมายา
อาตมาไม่มีเวลาทำความสะอาดบ้านเรือน
มันเป็นภาระของเธอ เลซีบุม

อาตมาเฝ้าดูมายาการแห่งชีวิต อาตมาไม่มีเวลาสำหรับล้างถ้วยชาม
มันเป็นภาระของเธอ เลซีบุม

เลซีบุมกล่าวว่า “โอ้ ท่านอาจารย์ อย่าเมินเฉยกับกรรมดีที่พวกเราชาวโลกพยายามทำอย่างดีที่สุดเลย พวกเราได้รับใช้ลามะรูปอื่นๆ อีกหลายรูปด้วย” ท่านมิลาเรปะกล่าวตอบว่า

การอนุเคราะห์นักบวชโดยปราศจากความเมตตา ย่อมไม่ต่างอะไรกับการนับถือปีศาจตาเดียว
เพราะจะนำพาไปสู่ความอับโชค

การปฏิบัติบำเพ็ญโดยปราศจากโพธิจิต เป็นการหลงลวงตนเองด้วยอวิชชา
มันย่อมนำพาตัณหาอุปาทานให้เติบใหญ่

การบริจาคทานด้วยความตระหนี่ มิได้ผิดอะไรกับการจัดงานเลี้ยงที่หวังรายได้
มันย่อมนำมาแต่ความละโมบ

การอนุเคราะห์บุคคลที่ไม่สมควร ย่อมไม่ผิดอะไรกับการใช้เงินปลอม
มันนำมาแต่ความยุ่งยากมากยิ่งขึ้น

การช่วยเหลืองานกุศลโดยปราศจากเมตตาธรรม
มิได้ผิดอะไรกับการจองจำบุคคลไว้กับหลักตอด้วยเข็มขัดหนังซึ่งหดตัวได้
มันมีแต่จะแน่นยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

สมาธินิมิตที่ปราศจากธรรมวิจัย มิได้ผิดอะไรกับการโอ้อวดที่ไร้สาระ
บุคคลย่อมทำลายกุศลในตน

การบำเพ็ญสมาธิที่ไม่อยู่บนแนวทางแห่งสัมมาอริยมรรค
มิได้ผิดอะไรกับการเล่นกล ซึ่งในที่สุดก็ถูกจับได้

การยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ มากมายโดยปราศจากทิศทางที่แน่นอน
เปรียบดังชายสติฟั่นเฟือนที่ขี้เหล้า เขายิ่งดื่มมากขึ้นเพียงใดก็กระหายเพิ่มขึ้นด้วยเพียงนั้น
ถ้ายังเต็มไปด้วยความปรารถนาต่อโลกียกรรม
การดำเนินชีวิตของนักปฏิบัติธรรม
ก็เป็นดังการหุ้มห่อสิ่งปฏิกูลไว้ด้วยผ้าไหมที่งดงามวิจิตรตระการตาภายนอก
แต่ผุพังเน่าเปื่อยอยู่ภายใน
ความสำเร็จของชีวิตที่เกิดแต่ความทะยานอยากและเห็นแก่ตัว
เปรียบดังตุ๊กตาที่ปั้นด้วยดิน มันย่อมแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในไม่ช้าเมื่อถูกกระทบกระทั่ง

เลซีบุมรู้สึกเสียใจ เมื่อท่านกล่าวจบลง นางได้หยิบเอาอัญมณีสวยงามชิ้นหนึ่งของเธอ ถวายต่อท่านมิลาเรปะ และอ้อนวอนขอคำแนะนำเพิ่มอีก ท่านมิลาเรปะได้แสดงบทโศลกชื่อ “ถ้อยคำแห่งอัญมณี”

จงได้ฟังอาตมา เลซีบุม ผู้มั่งคั่ง
ด้วยธรรมวิจัยและสัมมาญาณทัสนะ
เมื่อมองย้อนกลับเข้ามายังกายกรรมของเธอ
จงได้ปฏิบัติบำเพ็ญโดยปราศจากความติดยึดในสุขเวทนา
เมื่อมองย้อนกลับเข้ามายังวจีกรรมของเธอ จงได้ปฏิบัติบำเพ็ญด้วยความสงบระงับยิ่ง
เมื่อมองย้อนกลับเข้ามาในมโนกรรมของเธอ
จงได้ปฏิบัติบำเพ็ญโดยปราศจากบรรดาความคิดที่หลั่งไหลเถิด
จงได้สำรวมระวังกาย วจี และมโนของเธอจากสิ่งรบกวนทั้งปวง
จงได้พากเพียรอุตสาหะโดยปราศจากตัณหาต่อสัมฤทธิ์ผลใดๆ

อุบาสิกา เลซีบุม ได้รับประสบการณ์ในการปฏิบัติตามข้อแนะนำของท่านมิลาเรปะ เธอได้กลับมารายงานท่านว่า

ข้าแต่สมณะมหัศจรรย์ผู้เต็มไปด้วยความกล้าหาญและทรหดอดทน
ข้าแต่สัตบุรุษผู้อิสระเสรีเหนือความหวังและความหวาดกลัวใดๆ
ดิฉันขอน้อมคารวะต่อท่านนักบวชผู้สันโดษมักน้อย

ณ บัดนี้ดิฉันขอโอกาสที่จะเปิดเผยความผิดพลาดทั้งมวลของดิฉัน
และขออนุโมทนาสาธุการต่อสัมมาปฏิบัติของท่าน
ขอพระคุณเจ้าจงได้หมุนกงล้อแห่งพระธรรมต่อไป อย่าเพิ่งปลงสังขารสู่ปรินิพพานเลย
เพื่อประโยชน์สุขแก่สรรพชีวิตทั้งมวล
เมื่อดิฉันบำเพ็ญกายาคตาสติพิจารณากายในกายเพื่อขจัดตัณหาอุปาทานในสุขเวทนาคราใด
มันก็ยิ่งกลับกำเริบในครานั้น

เมื่อดิฉันพยายามพิจารณาสำรวมระวังวจีกรรมของดิฉันเพื่อขจัดความปรารถนาที่จะพูดคราใด
มันก็ยิ่งกลับปรารถนาเพิ่มมากขึ้นในครานั้น

เมื่อดิฉันคอยเฝ้าสังเกตมโนสังขารเพื่อขจัดบรรดาความคิดที่หลั่งไหล
อันเป็นอุปสรรคต่อการบำเพ็ญสมาธิจิตคราใด มันก็ยิ่งกลับฟุ้งซ่านเพิ่มมากยิ่งขึ้นในครานั้น

เมื่อดิฉันได้พากเพียรสำรวมอินทรีย์ทั้งกาย วจี และมโน
เพื่อฝึกหัดให้ดำเนินในมัชฌิมาปฏิปทาที่ไม่ต้องพักและไม่ต้องเพียร
บรรดาตัณหาล้ำหน้าที่คอยหน่วงเอาสัมฤทธิ์ผล ก็ยังคงดำเนินต่อไปในดวงใจของดิฉัน

ข้าแต่ท่านอาจารย์ ขอได้โปรดกรุณาชี้แนะอุบายโกศลที่ทำให้สามารถขจัดอุปสรรคยุ่งยากทั้งมวลนี้
เพื่อความก้าวหน้าในการปฏิบัติบำเพ็ญของดิฉันด้วยเถิด

ท่านมิลาเรปะ ได้แนะนำว่า

จงได้ตั้งใจสดับรับฟังอาตมา เลซีบุม
เมื่อเธอถูกครอบงำด้วยตัณหาในสุขเวทนา จงได้ละทิ้งผู้คนสู่ความวิเวก
จงได้สละออกโดยไม่สงวนเอาไว้เลย ด้วยการบริจาคทาน
จงเป็นอยู่อย่างง่ายๆโดยไม่ถวิลหาโลกียสัมผัสใดๆ

เมื่อรู้สึกปรารถนาที่จะพูดมาก จงได้พยายามหยุดระลึกถึงความปรารถนาต่อโลกธรรม
ระวังความหยิ่งลำพองและถือมั่นในอัตตาตัวตน
จงเป็นอยู่ง่ายๆ ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ

เมื่อกระแสคลื่นของบรรดาความคิดที่หลั่งไหลโหมกระหน่ำขึ้นมา
จงควบคุมมันไว้ด้วยสติ ไม่ตะเกียกตะกายแสวงหาทั้งสังสารวัฏและพระนิพพาน
แต่จงสงบอยู่อย่างง่ายๆ ในเอกภาพแห่งความไม่แตกต่างของสรรพสิ่ง
อะไรจะบังเกิดขึ้นก็ตาม จงคอยแต่เฝ้าดูมันโดยอย่าติดตามมันไป
จงได้ปลุกเร้าเมตตาธรรมให้งอกงามขึ้นมาในดวงใจของเธออยู่เสมอ

ระลึกถึงคุรุของเธอดังท่านสถิตอยู่เหนือเศียรเกล้าของเธอ
และจงบำเพ็ญเพียรด้วยสัมมาทิฐิต่อสุญตาธรรม
จากนั้นจงสละอุทิศบุญกุศลทั้งปวงของเธอ

เลซีบุม จงได้ไตร่ตรองในถ้อยคำของอาตมา
และจงปฏิบัติบำเพ็ญอย่างใจจดใจจ่อ

เลซีบุมปฏิบัติธรรมตามคำแนะนำของท่านมิลาเรปะ อย่างใจจดใจจ่อยิ่งขึ้น เธอบำเพ็ญสมาธิภาวนาอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดเธอกลายเป็นนักบวชหญิง และได้บรรลุธรรมจักษุสู่สัมมาอริยมรรค

เกี่ยวกับท่านมิลาเรปะ
ตำนานแห่งหุบเขาอัญมณีแดง
การจาริกธุดงค์สู่ ลาชิ
ธรรมลีลาแห่งเทศกาลหิมะโปรย
วิวาทะกับเจ้าแม่ผู้ชาญฉลาด
มณฑล รักม่า
วิหารเทียมฟ้า จันแพน
ธรรมปิติของสมณะ
ท่านมิลาเรปะ กับนกพิราบ
หุบเขา วัชชระ สีเทา
ภิกษุ เรชุงปะ
ข้อตักเตือนถึงโอกาสที่หาได้ยากในการปฏิบัติธรรม
การค้นหาธรรมชาติแห่งจิตของชายเลี้ยงแกะ
ธรรมคีตาแห่งความตระหนักชัด
การมุ่งสู่โพธิญาณของสตรีเพศ
ธรรมคีตา ณ ที่พักผู้เดินทาง
พาลชนที่กลายเป็นสาวก
การพบกันที่สายธารสีเงินยวง
นิมิตหมายแห่งพระธรรมจากไม้เท้า
ข้อชี้นำยี่สิบเอ็ดประการ
ภิกษุ กาชอนเรปะ
คำตักเตือนสำหรับท่าน ธัมมะวอนชู
การแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ณ ภูเขาหิมะดีซี
การบรรลุธรรมจักษุของท่าน เรชุงปะ
การกลับใจของชาวลัทธิ บอน ผู้กำลังจะตาย
แสดงธรรมกับหญิงสาวผู้ชาญฉลาด
นายพรานกับกวาง
พระราชาแห่ง เนปาล
เผชิญเจ้าแม่ ทเซรินมา
การกลับใจของเจ้าแม่ ทะเซรินมา
ข้อแนะนำเกี่ยวกับภาวะ สัมภเวสี
ทะเซรินมา กับการปฏิบัติสุญญตาธรรม
ข้อตักเตือนสำหรับท่าน ดอจี วอนชู
การพบกับท่าน ธรรมโพธิ
เผชิญนักปริยัติ
เยือนอินเดียครั้งที่สามของท่าน เรชุงปะ
ความตระหนักชัดของท่าน เมกอมเรปะ
สาลีอุยกับพระธรรม
เขาของตัวจามรี
การสำนึกผิดของ เรชุงปะ
ความที่ยิ่งกว่าสุข
ศิษย์เอก กัมโบปะ
นักปริยัติผู้กลับใจ
ธรรมปราโมทย์
แสดงอภิญญาจูงใจคน
รวมโศลกธรรมสั้นๆ
ธรรมเทศนาที่ภูผา บอนโบ้
แรงบันดาลใจ
ชินดอโมและเลซีบุม
แกะที่กำลังจะตาย
ธรรมคีตาแห่งการดื่ม
แด่ เรชุงปะ ด้วยเมตตา
เรชุงปะ สู่เมือง วู
พบท่าน ธัมปาสันจี
มิติแห่งสวรรค์
คำพยากรณ์แห่งเทพธิดา
คำตักเตือนคุณหมอ ยางงี
การจากไปของ เรชุงปะ
เรื่องราวของ ดราชิเซ
กัลยาณมิตร
ประจักษ์พยานแห่งการบรรลุธรรม
ปัจฉิมโอวาท
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com