Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

มิลาเรปะ

ธรรมเทศนาที่ภูผา บอนโบ้

 ขอน้อมคารวะต่อคณาจารย์ทั้งปวง

หลังจากที่ท่านมิลาเรปะ ได้ช่วยขจัดความขัดข้องในการปฏิบัติทางจิตอันล้ำลึกของท่าน กัมโบปะ ณ วิหารนิรมานกายแห่งชูบาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านได้ออกจาริกไปทางตะวันออกพร้อมกับสานุศิษย์กลุ่มหนึ่ง การเดินทางยากลำบากมากเพราะฝนตกหนักตลอดทาง เมื่อถึงยอด
ภูผาบอนโบ้ ท้องฟ้าก็กลับแจ่มใสขึ้นอีกครั้งหนึ่ง จนสามารถมองเห็นภูเขาหิมะอันเป็นที่สถิตของเจ้าแม่ทะเซรินมา ผู้มีอายุอันยาวนาน ท่านมิลาเรปะได้เล่าให้เรปะที่ไม่เคยรู้จักภูผาสีน้ำเงินแห่งเทพธิดามาก่อน ฟังว่า

จงทัศนาภูผาสีน้ำเงินสูงเสียดฟ้า ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ ณ ที่นั้น
พวกเรานักบวชทั้งแปดองค์ผู้มาเยือน กำลังรู้สึกปลอดโปร่งเบาสบายอยู่บนยอดเขาบอนโบ้

พวกเธอไม่รู้สึกเป็นสุขกันดอกหรือ ลูกๆ ที่รักของอาตมา?
บิดาของพวกเธอ รู้สึกมหัศจรรย์มากในวันนี้
ณ สถานที่นี้ อาจารย์และสานุศิษย์ ได้มาร่วมชุมนุมกันด้วยความร่าเริงเบิกบานใจ
อาตมาผู้ชราภาพ จักได้แสดงบทโศลกแห่งความปิติปราโมทย์ ซึ่งจักนำโชคชัยมาให้
ดีวาชันและชิวาอุย เธอทั้งสองจงมาร่วมแสดงบทโศลกกับอาตมาเถิด
ส่วนเรปะองค์อื่นๆ จงเพียงแต่นั่งเฉยๆ และคอยสดับรับฟัง
พวกเธอไม่รู้จักภูเขาลูกนี้กันดอกหรือ?
นี้คือภูเขาของเจ้าแม่แห่งศุภมงคลผู้มีอายุอันยาวนาน
ยอดปลายแหลมทรงสามเหลี่ยมที่ปรากฏรางๆ เหนือฐานของมัน
เหมือนกับหอยที่ปั้นขึ้นมาด้วยแป้ง
กระจายกันไหลรินอยู่รอบๆ ขุนเขา คือบรรดาข่ายใยของสายธารน้ำสีเงิน

ผลึกแก้วที่ปลายยอดสุด ซึ่งสะท้อนแสงสุริยาออกมาเบิกฟ้ายามรุ่งอรุณ คือมงกุฎของภูผานี้
แต่งแต้มสวยสดงดงามด้วยอาภรณ์แห่งปุยเมฆสีขาว

ต่ำลงมา มีสายหมอกโอบกอดขุนเขาไว้โดยรอบ อย่างไม่มีวันที่จะเลิกลา
ปรอยฝนตกลงมาเย็นฉ่ำตลอดทั้งวัน ขณะที่บรรดาสายรุ้งผลัดกันทอแสงอวดสีสันอันวิจิตร
ณ สถานที่แห่งนี้ ดอกไม้ป่าหลากหลายพันธุ์ เบ่งบานชูช่อไสว
สมุนไพรนานาชนิดที่เป็นโอสถอันวิเศษ งอกงามอยู่ทั่วไป
สถานที่นี้เป็นสวนสวรรค์ของวัวควาย
สถานที่นี้เป็นบ้านเกิดเมืองนอนของสัตว์ทั้งหลาย
นี้คือภูเขาหิมะที่บรรดาเทพเจ้าพากันกล่าวถึงอยู่บ่อยๆ
นี้คือสถานที่ซึ่งอาตมาใช้บำเพ็ญสมาธิภาวนาอยู่เนืองๆ
อาตมาได้สาธยายถึงภูเขาลูกนี้อย่างชัดเจน เพื่อให้พวกเธอเรปะทั้งหลาย ได้รู้จักมันไว้

เรปะได้ถามว่า “เจ้าแม่มีพลังอำนาจขนาดไหนครับ? พวกเธอปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนอันศักดิ์สิทธิ์หรือเปล่าครับ?” ท่านมิลาเรปะตอบว่า

เจ้าแม่ผู้มีอายุอันยาวนาน เธอเป็นเทพธิดาห้าพี่น้องที่แสนดี เธอเป็นหัวหน้าของเทพธิดา
สิบสิบสององค์
พวกเธอเป็นเทพธิดาแห่งโลกภพ ที่สามารถเนรมิตสิ่งต่างๆ ได้
เทพธิดาเหล่านี้ เป็นเจ้าป่าเจ้าเขาแห่งลุ่มแม่น้ำดริน
พวกเทพธิดาพูดภาษาทิเบตและเนปาล
พวกเทพธิดาพากันช่วยเกื้อหนุนพุทธศาสนิกชนทุกๆ คน และช่วยปกป้องพระศาสนา
เทพธิดาเหล่านี้เชื่อฟังอาตมา และช่วยเหลือพวกเธอที่เป็นสานุศิษย์ของอาตมา ทุกๆ องค์
ด้วยความพยายามของอาตมาและของพวกเทพธิดา พวกเราจักนำพาทิเบตสู่เส้นทางแห่งกุศล
และความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ จักเป็นผลที่ติดตามมาสู่สายเผยแพร่ธรรมนิกายกายูของพวกเรา

เรปะได้ถามต่อไปว่า “ช่างมหัศจรรย์ ที่พวกเขาพากันมารับใช้ท่าน ท่านได้สอนธรรมะแบบไหนกับพวกเขาหรือครับ?” ท่านมิลาเรปะตอบว่า

ตรงบริเวณก่อนจะถึงส่วนยอดของภูเขาหิมะลูกนี้
ครั้งหนึ่ง อาตมาได้ใช้เป็นสถานที่สอนธรรมะให้แก่บรรดาเทพธิดาผู้เมตตาประจำท้องถิ่น

อาตมาสอนพวกเขาให้รู้จักแยกแยะกุศลออกจากอกุศล
อาตมาสอนพวกเขาถึงพระสูตรที่เป็นสัจจะธรรมง่ายๆ อันได้แก่กฎของกรรมและวิบาก
บรรดาสัตว์ป่าและพญานาคทั้งหลาย ก็มาร่วมฟังธรรมด้วย
เทพธิดาทั้งห้าผู้กรุณา เป็นผู้อาราธนาให้อาตมาแสดงธรรม
สตรีต้องห้ามทั้งห้านาง เป็นเจ้าภาพที่เข้าร่วมรับฟังด้วยเหมือนกับเป็นอาคันตุกะ
ผู้ฟังธรรมที่ทรงคุณวุฒิมากมาย ร่วมอยู่ในมหาสมาคมนั้น
ขณะที่เหล่าเทพเทวาและปีศาจทั้งหลาย พากันร่าเริง

อาตมาชี้แนะเส้นทางธรรมต่อทุกคนที่นั่น ด้วยความรักและเมตตา โดยปราศจากการใช้
พลังอำนาจใดๆ
ด้วยความช่ำชอง อาตมาสามารถกลับใจพวกเทวาและเหล่าปีศาจที่ไม่มีรูปได้
ด้วยความจริงใจ อาตมาสอนธรรมะให้พวกเขาได้บรรลุถึงสันติสุข

ในเมื่ออาตมาไม่เคยมีเรื่องใดๆ ที่ต้องเสียใจในอดีต
ณ บัดนี้ อาตมาผู้เฒ่า จะมีเรื่องที่ต้องเสียใจได้อย่างไร?
เมื่อมรณะกาลมาเยือน อาตมาย่อมมีแต่ความเบิกบานใจ
เรปะที่รักทั้งหลาย พวกเธอสมควรปฏิบัติบำเพ็ญด้วยธรรมวิจัย
เพื่อสละปล่อยวางโลกทั้งมวล ณ สถานที่นี้
พวกเธอจงบำเพ็ญสมาธิภาวนาให้บรรลุถึงความผาสุก แม้ในขณะเมื่อมรณะกาลมาเยือน

บรรดาศิษย์ของท่านได้กราบเรียนถามท่าน ถึงความสามารถในการปฏิบัติธรรมของเหล่าอสูร ท่านมิลาเรปะได้ชี้แจงว่า มนุษย์เป็นภพภูมิที่สามารถปฏิบัติธรรมเพื่อก่อประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน ได้มากมายกว่าเหล่าอสูร แต่สำหรับเจ้าแม่ผู้มีอายุอันยาวนานนั้น เธออยู่ในภพภูมิกึ่งมนุษย์กึ่งเทพธิดา เธอเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่สามารถช่วยปกปักษ์รักษาศาสนธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านมิลาเรปะ ได้กล่าวตักเตือนสานุศิษย์ของท่านให้ใส่ใจกับการขจัดโลกธรรมทั้งแปดประการลงให้ได้ มากกว่าที่จะมาใส่ใจกับเรื่องของปวงเทพยดา ท่านได้กล่าวบทโศลกว่า

ด้วยพรชัยจากท่านอาจารย์ของอาตมา
อาตมาจึงสามารถขจัดอวิชชาสังขารที่แบ่งแยกคุณค่าของสิ่งต่างๆ ออกเป็นคู่ๆ ลงได้

ดุจดังคนจรจัด อาตมาท่องไปทั่วทุกแว่นแคว้น จนในที่สุด อาตมาก็ได้พบพานวิสุทธิบุคคล
อาตมาสละโลกีย์วิสัยออกตามข้อชี้แนะของท่าน อาตมาปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังโดยไม่ย่อท้อ
ความชั่วร้ายและความอับโชคจึงผ่านพ้นไป

อาตมาสละอุทิศชีวิตทั้งมวลนี้ให้แก่การประพฤติธรรมตลอดมาจนล่วงเข้าสู่วัยชรา
สภาพที่ยิ่งกว่าสุขในภายใน ได้ประจักษ์แจ้งต่ออาตมาอย่างชัดเจน

ด้วยตระหนักถึงความทุกข์ทรมานในภพภูมิที่ต่ำทราม อาตมาจึงไม่ใส่ใจกับโลกีย์สุข
อาตมาเป็นนักบวชที่ไม่เคยประจบเอาใจสาธุชน อาตมาเฝ้าบำเพ็ญสมาธิภาวนาในกระท่อม
อาตมาล่องลอยขึ้นสู่ภูมิธรรมเบื้องสูงด้วยลมแห่งเมตตาธรรมของท่านอาจารย์
ด้วยการนั่งลงอย่างต่ำต้อยติดขอบรอบนอกๆ อาตมาจึงบรรลุถึงความสง่างามในท่ามกลาง
ด้วยมั่นคงอยู่กับความอ่อนน้อมถ่อมตน อาตมาจึงเข้าสู่สถานภาพอันเลิศ
ด้วยการไม่คลุกคลีกับผู้คน อาตมาจึงมีโอกาสเข้าถึงพุทธภาวะ
ด้วยการเผชิญหน้ากับธรรมชาติของความทุกข์ อาตมาจึงขจัดมันลงได้
ด้วยการสละออก ความเมตตากรุณาจึงเติบใหญ่ขึ้นในภายใน
ด้วยการแสวงหาแต่ความวิเวกอาตมากลับพบสานุศิษย์มากมาย
ด้วยการปฏิบัติตามคำสอนของ กายูบา พระธรรมจึงแผ่ไพศาลกว้างไกลออกไป

อยู่เหนือเศียรเกล้าของอาตมาเสมอ คือท่านอาจารย์ มาระปะ
ดุจดังพยัคฆ์แก่ๆที่ไม่หวาดกลัวความตาย อาตมาสูงส่งทั้งวัยวุฒิและคุณธรรม
พวกเธอทั้งหลายจงอย่าได้ปล่อยให้วันเวลาของชีวิตล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์
แต่จงเต็มไปด้วยขันติและความวิริยะต่อการปฏิบัติบำเพ็ญเถิด

ในโอกาสที่สานุศิษย์ยังคงอยู่ร่วมกันต่อไปอีกครึ่งค่อนวัน ท่านมิลาเรปะได้แสดงบทโศลกที่ชื่อว่า “แก่นสารสาระทั้งหก” ให้เรชุงปะและบรรดาสานุศิษย์องค์อื่นๆได้รับฟังว่า

พระคุณเจ้า กัมโบปะ และเรชุงปะ ได้เป็นตัวแทนของบรรดาเรปะ ณ ที่นี้
อาราธนาให้อาตมาแสดงธรรม
ถ้าพวกเธอมีปัญญา ก็จงได้รับฟังธรรมคีตาจากอาตมาผู้ชราภาพ

ธรรมชาติของนกย่อมรู้ว่าเมื่อใดและที่ไหนมันสมควรที่จะกางหรือหุบปีกของมัน
คนที่มั่งคั่งจริงๆ นั้น มักเป็นผู้ใช้จ่ายอย่างประหยัด
คนที่ไม่เชื่อเรื่องเครื่องรางของขลัง มักคำนึงถึงความปลอดภัยโดยไม่ประมาทอยู่เสมอ
เหล่านี้คือถ้อยคำอุปมาของอาตมา

ในเวลานี้พวกเธอบางคนกำลังนึกถึงสถานที่อันสงบวิเวก บางคนปรารถนาที่จะติดตามอาตมาไป
สำหรับอาตมาเองนั้นระลึกอยู่เสมอว่า ลาภสักการะและเสียงสรรเสริญเยินยอ
ย่อมชักนำบุคคลไปสู่ความชั่วร้ายเสมอ

นับว่าเป็นการปลอดภัย ที่ลูกๆของอาตมาแสวงหาเครื่องปกป้องภยันตรายจากข้อชี้แนะของอาตมา

จงอย่าได้ฟังมันเล่นเพลินๆ แต่จงได้จารึกลงไปในดวงใจของพวกเธอ

ผู้ปฏิบัติบำเพ็ญที่ชอบดึงดูดความสนใจของมหาชนโดยไม่พึ่งพาคุรุ
ยังไม่สมควรปฏิบัติสู่ความวิมุติหลุดพ้น
เพราะมันจะก่อให้เกิดอันตรายได้ง่ายๆ เหมือนกำลังปีนป่ายอยู่บนหน้าผาที่สูงชัน

ถ้าปราศจากเสียซึ่งความเมตตากรุณาอันไม่มีประมาณ
การปฏิบัติธรรมขั้นปรมัตถ์ เพื่อบำเพ็ญประโยชน์ตนและผู้อื่น ไม่ควรอิงอาศัยอิทธิปาฏิหาริย์ใดๆ
เพราะอาจมีอันตรายถึงกับทำให้ตกล่วงลงสู่ภพภูมิที่ต่ำทรามได้

แม้แต่ผู้ที่สำเร็จอภิญญาแล้วด้วยพลังจิตและพลังปราณ
แม้แต่ผู้ที่แจ่มแจ้งตระหนักชัดตามวิถีทางแห่งสัมมาทิฐิ
ในธรรมชาติแห่งมายาและความไร้อัตตาตัวตนของบรรดาสิ่งทั้งปวงแล้ว
ก็ยังไม่สมควรที่จะเป็นผู้ทำพิธีกรรมในการนำเอาศพขึ้นมาจากหลุมในป่าช้า
เพราะจะปลุกเร้าโทสะให้บังเกิดแก่เหล่าเทพธิดาที่ยังเสพของสดๆ เป็นอาหาร
นอกเสียจากว่า เขามีพลังอำนาจในสรีระของเขา และสามารถจำแลงแปลงกายเป็นสัตว์ป่าต่างๆ
หรือพวกงูได้

บุคคลไม่สมควรที่จะเปิดเผยประสบการณ์แห่งความรู้เห็นทางจิตวิญญาณของตน
อันเป็นผลจากการบำเพ็ญสมาธิแก่นักบวชในลัทธิอื่นๆ และแม้แต่กับผู้ที่เข้าใจลึกซึ้งในพุทธศาสนา
ยกเว้นการบอกกล่าวต่อญาติธรรมใกล้ชิดและคุรุที่เป็นวิสุทธิบุคคลเท่านั้น
ถ้าเขายังฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ที่กล่าวมานี้
พลังแห่งพรชัยอันเกิดแต่ความสำเร็จในการประพฤติธรรมจักเสื่อมคลายลง

จงอย่าได้ชี้แนะคำสอนลึกซึ้งที่เป็นเสียงกระซิบในภายใน
ต่อผู้ที่ท่านมิได้แน่ใจถึงความสามารถในการปฏิบัติบำเพ็ญของเขาเป็นอันขาด
จงอย่าได้กล่าวแสดงถ้ามิได้รับการอาราธนาจากเทพธิดา
ไม่เช่นนั้นแล้วเงาดำมืดแห่งอกุศลกรรมและการล่วงละเมิดพระธรรมวินัยจะเริ่มครอบคลุมตัวท่าน
ก่อนที่บุคคลจะสามารถมีพลังอำนาจและปัญญาญาณที่จะถอดถอนมิจฉาทิฐิในใจของผู้อื่นได้
เขาจะต้องไม่ประกอบพิธีกรรมเร้นลับใดๆ อย่างเปิดเผยในเขตชุมชน
นอกจากสามารถกระทำได้เฉพาะในสถานที่อันวิเวก
ไม่เช่นนั้นแล้วเขาจะถูกกล่าวจาบจ้วงให้ร้ายอย่างแน่นอน

นี้เป็นข้อชี้แนะเล็กๆ น้อยๆ หกประการต่อผู้ปฏิบัติบำเพ็ญ
มันย่อมมีค่าดุจอัญมณีสำหรับผู้ดำเนินตาม
จงได้จดจำเอาไว้ให้ดี สานุศิษย์ที่เป็นดังบุตรธิดาของอาตมา

เรปะที่ปรารถนาจะอยู่กับท่านมิลาเรปะ กล่าวว่า “ณ บัดนี้ เราอยู่ในช่วงกาลที่เต็มไปด้วยมลทินหมองมัว ได้โปรดแสดงธรรมที่เหมาะสมกับพวกเรา ผู้ต่ำต้อยด้วยเถิด” ท่านมิลาเรปะแสดงบทโศลกว่า

จงฟัง สานุศิษย์ของอาตมา
ในช่วงกาลที่เต็มไปด้วยมลทินหมองมัว ซึ่งเงาดำมืดของมันกำลังบดบังพระธรรม
ของพระพุทธองค์
เมื่อความเกียจคร้านครอบงำเธอ จงได้ปรารภความเพียรอย่าได้ท้อถอย
จงปลุกเร้าให้วิริยะสัมโพชฌงค์ดำเนินไป

เมื่อความง่วงเหงาซึมเซาครอบงำเธอ จงได้ปลุกเร้าทั้งกาย วจี และมโนของเธอ ให้ตื่นโพลงอยู่เสมอ
เมื่อแสงสว่างแห่งปรีชาญาณในภายในริบหรี่ลง
เธอจงได้ทำให้มันโชติช่วงขึ้นมาใหม่ด้วยลมแห่งสัมมาสติ
ถ้าเธอต้องการเป็นอิสระจากคุกตะรางแห่งสังสารวัฏ จงได้บำเพ็ญเพียรโดยไม่ผันแปร
เมื่อปรารถนาพระนิพพาน ก็จงปล่อยวางโลกทั้งมวล
ถ้าเธอมีความต้องการล้ำลึกลงไปในดวงใจต่อการปฏิบัติธรรม จงได้เชื่อฟังและเจริญรอยตามอาตมา
ถ้าเธอมุ่งหวังต่อบรมธรรมสูงสุด จงได้ระลึกไว้เสมอว่าความตายจักมาเยือน
การปฏิบัติอย่างต่อเนื่องของเธอ ย่อมได้รับสาธุการจากพระพุทธเจ้าทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
ถ้าเธอซื่อตรงต่อการปฏิบัติธรรม เธอย่อมได้รับพรชัยจากบรรดาคุรุทั้งหลายเสมอ
ถ้าเธอเข้าใจข้อชี้แนะของอาตมาโดยไม่ผิดพลาด
ก็ย่อมเป็นอันหวังได้ ว่าเธอจะบรรลุถึงสภาพยิ่งกว่าสุขเช่นเดียวกับอาตมา

ด้วยความร่าเริงเบิกบานใจ บรรดาสานุศิษย์ต่างพากันตั้งใจสละวางโลกทั้งปวง และสละอุทิศตน

เกี่ยวกับท่านมิลาเรปะ
ตำนานแห่งหุบเขาอัญมณีแดง
การจาริกธุดงค์สู่ ลาชิ
ธรรมลีลาแห่งเทศกาลหิมะโปรย
วิวาทะกับเจ้าแม่ผู้ชาญฉลาด
มณฑล รักม่า
วิหารเทียมฟ้า จันแพน
ธรรมปิติของสมณะ
ท่านมิลาเรปะ กับนกพิราบ
หุบเขา วัชชระ สีเทา
ภิกษุ เรชุงปะ
ข้อตักเตือนถึงโอกาสที่หาได้ยากในการปฏิบัติธรรม
การค้นหาธรรมชาติแห่งจิตของชายเลี้ยงแกะ
ธรรมคีตาแห่งความตระหนักชัด
การมุ่งสู่โพธิญาณของสตรีเพศ
ธรรมคีตา ณ ที่พักผู้เดินทาง
พาลชนที่กลายเป็นสาวก
การพบกันที่สายธารสีเงินยวง
นิมิตหมายแห่งพระธรรมจากไม้เท้า
ข้อชี้นำยี่สิบเอ็ดประการ
ภิกษุ กาชอนเรปะ
คำตักเตือนสำหรับท่าน ธัมมะวอนชู
การแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ณ ภูเขาหิมะดีซี
การบรรลุธรรมจักษุของท่าน เรชุงปะ
การกลับใจของชาวลัทธิ บอน ผู้กำลังจะตาย
แสดงธรรมกับหญิงสาวผู้ชาญฉลาด
นายพรานกับกวาง
พระราชาแห่ง เนปาล
เผชิญเจ้าแม่ ทเซรินมา
การกลับใจของเจ้าแม่ ทะเซรินมา
ข้อแนะนำเกี่ยวกับภาวะ สัมภเวสี
ทะเซรินมา กับการปฏิบัติสุญญตาธรรม
ข้อตักเตือนสำหรับท่าน ดอจี วอนชู
การพบกับท่าน ธรรมโพธิ
เผชิญนักปริยัติ
เยือนอินเดียครั้งที่สามของท่าน เรชุงปะ
ความตระหนักชัดของท่าน เมกอมเรปะ
สาลีอุยกับพระธรรม
เขาของตัวจามรี
การสำนึกผิดของ เรชุงปะ
ความที่ยิ่งกว่าสุข
ศิษย์เอก กัมโบปะ
นักปริยัติผู้กลับใจ
ธรรมปราโมทย์
แสดงอภิญญาจูงใจคน
รวมโศลกธรรมสั้นๆ
ธรรมเทศนาที่ภูผา บอนโบ้
แรงบันดาลใจ
ชินดอโมและเลซีบุม
แกะที่กำลังจะตาย
ธรรมคีตาแห่งการดื่ม
แด่ เรชุงปะ ด้วยเมตตา
เรชุงปะ สู่เมือง วู
พบท่าน ธัมปาสันจี
มิติแห่งสวรรค์
คำพยากรณ์แห่งเทพธิดา
คำตักเตือนคุณหมอ ยางงี
การจากไปของ เรชุงปะ
เรื่องราวของ ดราชิเซ
กัลยาณมิตร
ประจักษ์พยานแห่งการบรรลุธรรม
ปัจฉิมโอวาท
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com