Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

มิลาเรปะ

ธรรมปราโมทย์

 ขอน้อมคารวะต่อคณาจารย์ทั้งปวง

พระภิกษุจาก เดรตรีเบ ผู้ได้ยินการโจษขานถึงท่านมิลาเรปะ มาช้านาน ได้เดินทางมา กราบนมัสการท่านด้วยความศรัทธาเป็นครั้งแรก สภาพบริเวณที่พำนักของ ท่าน มิลาเรปะ ณ ภูผาแดงซึ่งอยู่เหนือเมือง ดริน ไม่มีคัมภีร์แม้แต่เพียงเล่มเดียววางให้เห็น ไม่มีรูปองค์พระปฏิมา ไม่มีสัญลักษณ์ใดๆ ส่อให้เห็นถึงความเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งผู้บรรลุธรรม พระอาคันตุกะผู้มาเยือนจินตนาการไปใกลถึงคติที่ไปในภพหน้าของท่านมิลาเรปะ ว่าจะเป็นเช่นใด ท่านมิลาเรปะ หยั่งทราบความคิดของพระภิกษุผู้มาเยือนได้ด้วยญาณวิเศษของท่าน ท่านได้ระงับข้อปริวิตกของภิกษุรูปนี้ด้วยการแสดงธรรมให้เห็นถึงความหมายของ พระคัมภีร์, พระพุทธปฏิมา, และรังสีแห่งพระธรรม ตามแบบฉบับของท่าน โดยแสดงบทโศลกว่า

อาตมาขอน้อมคารวะต่อคณาจารย์ผู้เปรียบดุจบิดาทั้งปวง

เรือนกายของอาตมาคือวิหารอันศักดิ์สิทธิ์แห่งพระธรรม
พุทธภาวะอันเป็นอมตะย่อมดำรงอยู่ภายในตลอดกาล อิ่มอุดมด้วยพรชัยมงคลของพุทธะ อาตมาจึงถูกปลดปล่อยจากตัณหาราคะและ อุปาทานยึดมั่นทั้งปวง วันและคืนที่ผ่านไปย่อมนำความผาสุกมาให้เสมอ โดยไม่ต้องอาศัยอามิสบูชาด้วยวัตถุปัจจัยใดๆ

ด้วยความรู้ที่ว่าสรรพชีวิตในโลกภพทั้งหก ล้วนมีธรรมชาติแห่งพุทธะซ่อนเร้นอยู่ภายใน
ภพทั้งสามแห่งสังสารวัฏย่อมเกิดจากการปรุงแต่งกำหนดหมายด้วยอวิชชาที่มีนัยยะเป็นอนันต์
การกระทำทั้งปวงของอาตมาคือนิมิตหมายแห่งอุปรากรของพระธรรมธาตุ
ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดอาตมาล้วนเป็นดังเทพาอารักษ์ ทุกแห่งหนที่อาตมาพำนักอยู่คือวิหารแห่งพุทธะ
ด้วยสัมมาญาณทัสนะวิเศษสูงสุด อาตมาย่อมรู้แจ้งต่อสิ่งทั้งปวง
อาตมาผาสุกยิ่งหรือไม่หนอ ที่ไม่ต้องอาศัยปัจจัยภายนอกและสัญลักษณ์ใดๆมาช่วยเหลือ

อาตมาอาศัยปรีชาญาณจารึกข้ออรรถธรรมทั้งปวง จากวิชชาสัมผัสในทวารทั้งห้า
รูปลักษณะสภาวะทั้งปวงอันล้วนเป็นมายา ทำให้เกิดการสละปล่อยวางเข้าถึงธรรมกาย
อาตมาผาสุกยิ่งหรือไม่หนอ ที่ไม่ต้องอาศัยคัมภีร์ที่เป็นรูปเล่มหนังสือโง่ๆ แบบใด

สรรพชีวิตทั้งมวลในสังสารวัฏพากันกำหนดหมายในความดำรงอยู่ของบรรดาสรรพสิ่ง
โดยมิได้เคยแจ่มแจ้งตระหนักชัดต่อธรรมชาติอันแท้จริงของมัน
ด้วยการนำคำสั่งสอนมาประยุกต์เป็นมรรควิธีในการปฏิบัติธรรม
อาตมาย่อมเข้าถึงเอกสภาวะเดียวของกายทั้งสามแห่งพุทธะ

เมื่อใดก็ตามที่มรณะกาลมาเยือน อาตมาไม่รู้สึกอื่นใดนอกไปจากสภาพที่ยิ่งกว่าสุข

การหยั่งรู้วาระจิตของผู้อื่นจากการแสดงออกของท่าน ทำให้ศรัทธาหยั่งลงอย่างมั่นคงในพระอาคันตุกะรูปนี้ และท่านได้ขอศึกษาปฏิบัติธรรมอยู่กับท่านมิลาเรปะ ท่านได้รับ ประสบการณ์มากมายเกี่ยวกับปิติที่บังเกิดขึ้นในภายในโดยมิต้องอาศัยวัตถุรูปที่เป็นอามิสใดๆ วันหนึ่งพระรูปนี้ มากราบนมัสการท่านมิลาเรปะขณะอยู่ท่ามกลางบรรดาสานุศิษย์ และได้กล่าวว่า “ในอดีต กระผมไม่มีประสบการณ์ใดๆเกี่ยวกับสันติสุขภายใน เพราะฉะนั้นความทะยานอยากในโภคทรัพย์และวัตถุปัจจัยทั้งหลาย จึงท่วมท้น แต่ท่านอาจารย์ผู้ไม่มีตัณหาในสิ่งใดๆ มีสันติสุขยิ่งใหญ่ภายในอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป กระผมจักเดินตามแนวทางของท่านอาจารย์ กระผมจะบำเพ็ญสมาธิภาวนาตลอดช่วงชีวิตที่เหลือในกระท่อม เพื่อที่ว่ากระผมจะได้บรรลุถึงสันติสุขเช่นเดียวกับท่านอาจารย์”
ท่านมิลาเรปะกล่าวตอบด้วยความยินดีว่า “ที่เธอกล่าวนั้นถูกต้อง นอกจากตนเองได้รับความสุขแล้ว ยังช่วยชี้แนะให้คนอื่นๆได้รับความสุขอีกด้วย” จากนั้นท่านมิลาเรปะแสดงบทโศลกที่ชื่อว่า “ความผาสุกอันมหัศจรรย์แปดอย่าง”

อาตมาขอน้อมเศียรเกล้าลงกราบคารวะท่าน ผู้เป็นเจ้าแห่งราชา
ท่านผู้เป็นองค์นิรมานกายแห่งความสำเร็จตามปรารถนา ของพุทธะ
ท่านผู้เป็นดวงประทีปขจัดความมืดบอดแห่งอวิชชา
อาตมาขอน้อมอภิวาทด้วยความภักดีสูงสุด ต่อท่านอาจารย์ มาระปะ ผู้ถ่ายทอดพระธรรม

บนยอดภูผาแดงสูงตระหง่านเทียมฟ้าอันเป็นที่สิงสถิตของปวงเทพธิดา ณ ดินแดนแห่งนี้
นำมาซึ่งความผาสุกและแรงบันดาลใจที่ดีงามแก่อาตมา
โอ้สานุศิษย์ผู้มีปัญญาและเต็มไปด้วยความวิริยะอุตสาหะ
จงได้ตั้งใจสดับรับฟังธรรมบรรยายจากชายชราผู้ผาสุกยิ่ง

กระท่อมที่เงียบสงบแห่งนี้ ปราศจากความยึดมั่นถือมั่นต่อลัทธินิกายใดๆ
ดวงจิตของอาตมาจึงดำเนินสู่สัมมาสมาธิ
ชายผู้ผาสุกย่อมล่วงรู้ถึงสัมมาอริยมรรคอันมีองค์แปดประการ
เขาย่อมตระหนักชัดว่าเรือนกายของเขาคือวิหารแห่งพุทธะ
โอ้ช่างน่ามหัศจรรย์จริงหนอ
ที่ได้หยั่งรู้ว่าธรรมชาติของดวงจิตนั้นสะอาดสว่างสงบดังห้วงเวหา

ด้วยดวงใจที่มั่นคงและเปี่ยมศรัทธาจึงสามารถนำพาอาตมา ให้หลุดรอดจากสังสารวัฏ
มีผู้ใดในที่นี้บ้างหรือไม่หนอ ที่ได้รับการชี้นำเช่นอาตมา?
โอ้ ช่างผาสุกจริงหนอ ที่ได้หยั่งรู้ว่าทั้งสังสารวัฏและพระนิพพาน คือการปลดปล่อยอัตตาตัวตน
ช่างน่าอัศจรรย์จริงหนอ ที่ได้ตระหนักชัดว่าบรรดากายทั้งสี่แห่งพุทธะ ดำรงอยู่ในดวงจิตของบุคคลนี้เอง

ด้วยหมดอุปาทานยึดมั่นต่อผัสสะทั้งหกทวาร
รูปลักษณะสภาวะทั้งปวงที่เคยหลอกลวง จึงกลับกลายมาเป็นผู้ชี้นำที่ประเสริฐสุด
มีผู้ใดในที่นี้บ้างหรือไม่หนอ ที่มีผู้ชี้นำเช่นอาตมา?
ผาสุกยิ่งนักที่ได้มาถึงฝั่งแห่งการหมดสิ้นตัณหาอุปาทาน
มหัศจรรย์จริงหนอที่สามารถระงับการกำหนดหมายแยกแยะคุณค่าของสิ่งต่างๆ ออกเป็นคู่ๆ เสียได้

คุรุและการถ่ายทอดชี้แนะของท่าน คือผู้ขจัดความลังเลสงสัยและความโง่งมทั้งมวล
มีใครในที่นี้บ้างหนอ ที่มีผู้ชี้นำเช่นอาตมา?
โอ้ช่างผาสุกยิ่งนัก ที่ได้รับใช้คุรุผู้ประเสริฐสุดดุจเดียวกับพระพุทธองค์
ช่างน่าอัศจรรย์จริงหนอที่ได้เผชิญหน้ากับธรรมชาติอันแท้จริงแห่งดวงใจ

ผ้าฝ้ายบางๆที่ห่อหุ้มเรือนกายของอาตมาผืนนี้ สามารถปกป้องทั้งความหนาวและความร้อน
มีใครในที่นี้บ้างหนอ ที่ได้รับการชี้นำเช่นอาตมา?
โอ้ช่างน่าประหลาดมหัศจรรย์ที่อาตมาสามารถทอดร่างเปลือยเปล่าลงบนภูเขาหิมะ
มันเป็นความผาสุกที่ไม่ต้องหวั่นไหวทั้งความร้อนและความเย็น

ข้อชี้นำเกี่ยวด้วยความเป็นมายาของสรรพสิ่ง, การเห็นโลกโดยความเป็นประการอื่น
และการที่มิได้แยกปรากฏการณ์ทั้งปวงออกจากธรรมกาย
ย่อมสามารถขจัดความหวาดหวั่นต่อสภาวะสัมภเวสีลงได้
มีผู้ใดในที่นี้บ้างหนอ ที่มีผู้ชี้นำเช่นอาตมา?
โอ้ช่างน่าอัศจรรย์ที่สามารถบรรลุถึงปรมัตถสภาวะธรรม
ช่างผาสุกจริงหนอ ที่ปราศจากทั้งความดำรงอยู่และความตาย

มรรคาอันเกิดแต่คำสอนที่เป็นเสียงกระซิบในภายใน ย่อมชี้ชัดถึงกุศลและอกุศล
มีใครในที่นี้บ้างหรือไม่หนอ ที่มีผู้ชี้นำเช่นอาตมา?
โอ้ช่างอัศจรรย์จริงหนอที่ได้หยั่งรู้ถึงลมปราณอันเป็นสายใยแห่งชีวิตโดยผ่านมัชฌิมาปฏิปทา
ผาสุกยิ่งนัก ที่กายและจิตช่างเบาสบายและเต็มเปี่ยมไปด้วยธรรมปิติ

นักบวชผู้ซึ่งบำเพ็ญเพียรจนบรรลุถึงเมตตาเจโตวิมุติ
ย่อมล่วงพ้นความหมายของถ้อยคำอันเป็นเพียงสิ่งสมมุติ
มีผู้ใดในทีนี้บ้างหรือไม่หนอ ที่มีผู้ชี้นำเช่นอาตมา?
โอ้ช่างผาสุกยิ่งนัก ที่แวดล้อมไปด้วยบรรดาวิสุทธิบุคคลผู้บรรลุถึงบรมธรรมสูงสุด
และช่างมหัศจรรย์จริงหนอ ที่ปราบสานุศิษย์ได้ด้วยการจำแลงกาย

นี้คือธรรมคีตาอันผาสุกแปดอย่างของอาตมาผู้ชราภาพ
เพื่อชะล้างดวงใจของบรรดาสานุศิษย์
ธรรมบรรยายแห่งความปราโมทย์นี้ จงได้ถูกจารึกจดจำไว้ในดวงใจของพวกเธอทั้งหลายด้วยเถิด

ท่านดรีดันและสานุศิษย์องค์อื่นๆ เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ท่านดรีดันได้กล่าวว่า “ท่านแสดงได้มหัศจรรย์มาก ณ บัดนี้ จงได้แนะนำถึง สัมมาทิฐิ การปฏิบัติ การกระทำ และการตรัสรู้ ซึ่งง่ายที่จะเข้าใจ ง่ายที่จะปฏิบัติ และง่ายที่จะจดจำไว้” ท่านมิลาเรปะได้กล่าวว่า

อาตมาขอน้อมเศียรเกล้าคารวะต่อบรรดาคุรุที่เป็นดังบิดา

เมื่อเธอเข้าถึงญาณทัสนะโดยผ่านทางความคิดที่ลึกซึ้ง จงได้ระมัดระวังต่อมิจฉาทิฐิ
ซึ่งเกิดจากความรู้ชนิดที่มาจากถ้อยคำอันเป็นเพียงสมมุติบัญญัติ

ก่อนที่เธอจะตระหนักถึงความมีสติอันสมบูรณ์ที่ดำเนินไปเอง
จงอย่าได้กล่าวถ้อยคำมากมาย เกี่ยวกับทัศนียภาพแห่งสุญตาธรรมเลย

แม้ว่าปรากฎการณ์แห่งรูปลักษณะสภาวะทั้งปวงจะเป็นเพียงมายาดุจเดียวกับเสียงสะท้อนก็ตาม ทฤษฎีของกรรมและวิบากก็ไม่เคยหยุดยั้งที่จะดำเนินไปโดยสม่ำเสมอ
ดังนั้นกุศลกรรมจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องปฏิบัติบำเพ็ญ

จงอย่าได้เอาความเห็นของตนเป็นใหญ่ในการวิพากวิจารณ์ผู้อื่น
จงปล่อยวางบรรดาทิฐิที่มิได้เกิดจากความตระหนักชัดในปรมัตถสัจจะ
เธอจะต้องเริ่มต้นด้วยการแจ่มแจ้งตระหนักชัดต่อธรรมชาติอันแท้จริงของตนเองก่อน
อันทำให้สามารถขจัดมิจฉาทิฐิทั้งปวงในภายในลงได้ถึงรากเหง้า

ก่อนที่แสงสว่างแห่งสัมมาญาณทัสนะวิเศษอันยิ่งใหญ่จะได้เจิดจ้าขึ้นในดวงใจของเธอ
จงอย่าได้วาดวิมานของสภาพที่ยิ่งกว่าสุขแห่งสุญตาธรรมไว้ล่วงหน้า
จงอย่าได้ยึดติดอยู่กับธรรมปิติ และอย่าได้มีตัณหาล้ำหน้าที่จะหน่วงเอาปฏิเวธธรรมเลย

สรรพสิ่งย่อมมีธรรมชาติที่ว่างเปล่าจากตัวตนของมันเอง ดังนั้นจงอย่ายึดมั่นกับพิธีรีตรองใดๆ

ในคุกตะรางแห่งโลกียสุข สัญชาติญาณของบุคคลย่อมหมกจมอยู่กับบรรดาความคิดที่หลั่งไหล
ผู้ที่ยังไม่อาจสามารถละวางมัน ย่อมดำเนินออกไปนอกลู่นอกทาง

ก่อนที่แสงสว่างแห่งปัญญาญาณจะได้เจิดจ้าขึ้นในภายใน
หรือก่อนที่บุคคลจะได้ตระหนักชัดต่อธรรมชาติอันแท้จริงของรูปลักษณะสภาวะทั้งปวง
และก่อนที่ประสบการณ์แห่งผัสสะในทวารทั้งห้าจะได้กลับกลายมาเป็นสภาพที่ยิ่งกว่าสุข
หรือก่อนที่ความคิดปรุงแต่งอันเป็นอวิชชาสังขารจะถึงจุดจบของมัน
จงได้หลีกเลี่ยงการกระทำอันผิดพลาดที่เป็นไปโดยเจตนา
มิฉะนั้นเธอจะสูญเสียมรรคาที่จักนำพาสู่การเข้าถึงความเป็นเอกสภาวะเดียวของสรรพสิ่ง

ในการดำเนินเพื่อบรรลุถึงบรมธรรมสูงสุดอันเป็นการจบกิจแห่งพรหมจรรย์นั้น
บุคคลไม่ควรจะเที่ยวเสาะแสวงหาพุทธะในที่อื่นใดอีก
ก่อนที่ความแจ่มแจ้งต่อธรรมชาติของดวงจิตจะปรากฏ
จงได้ระมัดระวังต่อหลุมพรางของความหวังและความหวั่นไหวให้จงดี

พวกเธอสานุศิษย์ที่คิดว่าเรือนกายของเธอคือกายแห่งพุทธะ
จงอย่าได้สรุปตัดสินว่ามันคือนิรมานกายที่เป็นความจริง
พวกเธอสานุศิษย์ที่คิดว่ากระแสคลื่นแห่งความคิดของพวกเธอสูญสลายไปในธรรมกาย
จงอย่าได้คิดว่ามันเป็นสิ่งใดๆที่มีอยู่จริงๆเลย
ณ บัดนี้ จงบรรลุถึงความดับไม่เหลือเถิด

แม้แต่มหากุศล, สัมมาปฏิบัติ, และดินแดนบริสุทธิ์
ก็เป็นเพียงวิถีแห่งการปรากฏตามธรรมชาติของสัมมาญาณทัสนะ
บุคคลไม่ควรที่จะเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่มีตัวตนแท้จริงอยู่นอกพิภพเลย

เมื่อได้ยินธรรมคีตาบทนี้จบลง ท่านดรีดันได้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ท่านได้ไปบำเพ็ญสมาธิภาวนาในกระท่อมที่สงบสงัดเป็นเวลานาน จนในที่สุดก็ได้รับประสบการณ์และบุญกุศลมากมาย จากนั้นท่านถูกรู้จักในนาม ดรีดันดราชิบา และกลายเป็นศิษย์ใกล้ชิดท่านมิลาเรปะ

เกี่ยวกับท่านมิลาเรปะ
ตำนานแห่งหุบเขาอัญมณีแดง
การจาริกธุดงค์สู่ ลาชิ
ธรรมลีลาแห่งเทศกาลหิมะโปรย
วิวาทะกับเจ้าแม่ผู้ชาญฉลาด
มณฑล รักม่า
วิหารเทียมฟ้า จันแพน
ธรรมปิติของสมณะ
ท่านมิลาเรปะ กับนกพิราบ
หุบเขา วัชชระ สีเทา
ภิกษุ เรชุงปะ
ข้อตักเตือนถึงโอกาสที่หาได้ยากในการปฏิบัติธรรม
การค้นหาธรรมชาติแห่งจิตของชายเลี้ยงแกะ
ธรรมคีตาแห่งความตระหนักชัด
การมุ่งสู่โพธิญาณของสตรีเพศ
ธรรมคีตา ณ ที่พักผู้เดินทาง
พาลชนที่กลายเป็นสาวก
การพบกันที่สายธารสีเงินยวง
นิมิตหมายแห่งพระธรรมจากไม้เท้า
ข้อชี้นำยี่สิบเอ็ดประการ
ภิกษุ กาชอนเรปะ
คำตักเตือนสำหรับท่าน ธัมมะวอนชู
การแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ณ ภูเขาหิมะดีซี
การบรรลุธรรมจักษุของท่าน เรชุงปะ
การกลับใจของชาวลัทธิ บอน ผู้กำลังจะตาย
แสดงธรรมกับหญิงสาวผู้ชาญฉลาด
นายพรานกับกวาง
พระราชาแห่ง เนปาล
เผชิญเจ้าแม่ ทเซรินมา
การกลับใจของเจ้าแม่ ทะเซรินมา
ข้อแนะนำเกี่ยวกับภาวะ สัมภเวสี
ทะเซรินมา กับการปฏิบัติสุญญตาธรรม
ข้อตักเตือนสำหรับท่าน ดอจี วอนชู
การพบกับท่าน ธรรมโพธิ
เผชิญนักปริยัติ
เยือนอินเดียครั้งที่สามของท่าน เรชุงปะ
ความตระหนักชัดของท่าน เมกอมเรปะ
สาลีอุยกับพระธรรม
เขาของตัวจามรี
การสำนึกผิดของ เรชุงปะ
ความที่ยิ่งกว่าสุข
ศิษย์เอก กัมโบปะ
นักปริยัติผู้กลับใจ
ธรรมปราโมทย์
แสดงอภิญญาจูงใจคน
รวมโศลกธรรมสั้นๆ
ธรรมเทศนาที่ภูผา บอนโบ้
แรงบันดาลใจ
ชินดอโมและเลซีบุม
แกะที่กำลังจะตาย
ธรรมคีตาแห่งการดื่ม
แด่ เรชุงปะ ด้วยเมตตา
เรชุงปะ สู่เมือง วู
พบท่าน ธัมปาสันจี
มิติแห่งสวรรค์
คำพยากรณ์แห่งเทพธิดา
คำตักเตือนคุณหมอ ยางงี
การจากไปของ เรชุงปะ
เรื่องราวของ ดราชิเซ
กัลยาณมิตร
ประจักษ์พยานแห่งการบรรลุธรรม
ปัจฉิมโอวาท
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com