Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

มิลาเรปะ

นักปริยัติผู้กลับใจ

ท่านมหาโลดัน ได้มากราบนมัสการท่านมิลาเรปะ ที่ตำบล ทามาหริก และได้แจ้งให้ท่านทราบถึงมรณกรรมของมหาดาโล พร้อมกับอาราธนาให้ท่านชี้แนะเส้นทางดำเนินแก่ตนด้วย ท่านมิลาเรปะ เน้นย้ำให้เจริญมรณสติอยู่เป็นนิจ

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงพระธรรมเทศนาก็เพื่อขจัดความปรารถนาต่อโลกธรรม
แต่ผู้ที่ยังมัวเอาแต่หยิ่งทะนงกับความเป็นปราชญ์เมธีเรืองนาม
ย่อมตกเป็นข้าทาสแห่งแรงปรารถนาของตนเอง

พระพุทธองค์ได้ทรงบัญญัติข้อวัตรปฏิบัติสำหรับบรรดาสาวก
ก็เพื่อที่ว่าโลกียกรรมทั้งมวลจักถูกถ่ายถอนละวางลง
แต่ผู้ที่ยังคงข้องเกี่ยวกับมันทั้งๆที่ปฏิญาณว่าเป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์
ย่อมถูกจองจำกักขังไว้โดยสิ้นเชิง

พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสสรรเสริญความเป็นอยู่ที่สันโดษมักน้อย
ก็เพื่อที่ว่าเครื่องผูกของโลกจักได้หย่อนคลายลง
แต่สาวกของท่านในทุกวันนี้ กลับเพิ่มพูนความติดยึด
กับการเป็นอยู่ที่โอ่อ่าอัครฐานแบบโลกๆมากขึ้นไปอีก

ถ้าเธอมิได้คอยระลึกอยู่เสมอว่ามรณกาลจักมาเยือน
การปฏิบัติบำเพ็ญของเธอย่อมมีความหมายน้อยและไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเแก่ตัวเธอได้

ท่านโลดันกล่าวว่า “กระผมเสียใจ ที่กระผมเป็นเหมือนดังที่ท่านกล่าวมา จากนี้เป็นต้นไป ผมจักเจริญมรณสติอย่างสม่ำเสมอ ท่านโปรดแนะนำให้กระผมปฏิบัติด้วยเถิด” ท่านมิลาเรปะตอบว่า “ผู้ใดก็ตามที่ไม่ปรารถนาสิ่งใดในชีวิตนี้แล้ว สามารถบรรลุสู่พุทธภาวะ ด้วยการปฏิบัติแบบนักปริยัติผู้คงแก่เรียน มันอาจใช้เวลายาวนานมากกว่า”

อาตมาขอน้อมคารวะต่อคณาจารย์ทั้งปวง

จงได้ฟังอาตมา พระคุณเจ้า
บทบัญญัติแห่งพระวินัย เป็นดังบรรดาเสาใหญ่ ที่ค้ำวิหาร
บุคคลต้องตั้งใจปฏิบัติให้ตรง รักษาไว้ให้ได้ตามที่เล่าเรียนมา

การศึกษาด้วยตรรกะแห่งเหตุผลและพระสูตรทั้งหลาย
เป็นการชำระล้างมิจฉาทิฐิ ด้วยพระธรรมคำสอนที่ทรงคุณค่ายิ่ง

บทบัญญัติแห่ง ศีล สมาธิ และ ปัญญา เป็นกัลยาณมิตรของพุทธศาสนิกชนทุกท่าน
ไม่ควรมีผู้ใดมองเห็นว่าเป็นศัตรู

ตรรกะและทัศนะของมหายาน ย่อมมีชัยเหนือการโต้เถียงด้วยความโง่งม
ทำให้เกิดแสงสว่างต่อผู้คนที่อยู่ในความมืดบอด

แต่ท่านโลดันได้กล่าวขึ้นว่า “ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ที่กระผมปฏิบัติธรรมด้วยปากพูด ได้โปรดอวยพรชัยให้กระผม ได้รับฟังคำสอนที่เป็นแก่นสารด้วยเถิด”
ท่านมิลาเรปะได้หยั่งรู้ว่า เวลาของท่านโลดันได้มาถึงแล้ว ท่านกล่าวขึ้นว่า “อาตมาหวังว่าเธอคงปฏิบัติอย่างขยันขันแข็ง ถ้าบุคคลรู้จำและไม่ยอมปฏิบัติ ผลจะเป็นดังต่อไปนี้” ท่านได้กล่าวบทโศลกว่า

อาตมาขอน้อมอภิวาทต่อบรรดาคุรุทั้งหลาย

ทั้งพระคุณเจ้าและสานุศิษย์ของอาตมา ได้อาราธนาอาตมา
พระคุณเจ้าผู้คงแก่เรียนที่มีชื่อเสียงไปทั้งสามหุบเขา
ท่านขอคำแนะนำเพื่อเข้าสู่สัมมาอริยมรรค ด้วยความตั้งใจที่ดีงาม

อาตมาเป็นศิษย์เอกของท่าน มาระปะ พุทธะ
การแสดงธรรมของอาตมามิได้เกิดจากการจดจำถ้อยคำที่เคยได้ยินได้ฟังเอาไว้แล้วนำมากล่าว
และไม่ได้เกิดเพราะความโอ่อวดภูมิรู้ใดๆทั้งสิ้น
แต่มันถูกแสดงผ่านดวงใจที่เต็มไปด้วยความรู้แจ้งตระหนักชัดของอาตมา
ดังนั้นจึงสามารถคงทนท้าทายต่อการพิสูจน์ทุกรูปแบบ
จงได้ตั้งใจรับฟังชายชราผู้นี้ด้วยความพินิจพิจารณา

บุคคลที่ปฏิญาณว่าเป็นผู้ปฏิบัติธรรมโดยไม่มีการสละอุทิศตน
ย่อมสามารถเป็นได้แค่เปรตที่ท่องเที่ยวไปในฟากฟ้า
สัตว์ที่ท่องเที่ยวไปในท้องฟ้าเหล่านี้ มีลักษณะพูดได้ไพเราะด้วยโวหารอันน่าฟัง ในเชิงของตรรกวิทยา
เต็มไปด้วยความรอบรู้มากมายในพระปริยัติธรรม
สามารถแสดงพลังแห่งเดรัจฉานวิชชาได้อย่างน่าอัศจรรย์
จะดำรงชีวิตอยู่ด้วยความโอ่อ่าอัครฐาน เต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดีต่อโลกียสุข
แต่โดยที่การกระทำเช่นนี้มิได้เป็นการปฏิบัติธรรม
และไม่ได้เป็นการสำรวมระวังในความผิดเล็กๆน้อยๆ
เขาทั้งหลาย จึงไม่สามารถปลดปล่อยพวกเขา
ออกจากความทะยานอยากร่านทุรนและความหยิ่งผยองลำพองตนไปได้เลย
ดังนั้นความวิมุติหลุดพ้นจะไม่มีวันงอกงามขึ้นในบรรดาโมฆะบุรุษเหล่านี้
เมล็ดพันธุ์แห่งความทุกข์ระทมย่อมไม่มีวันที่จะดับสูญไปได้เลย
บุคคลเช่นนี้จักท่องเที่ยวไปในมหาสมุทรแห่งสังสารวัฏอันหาที่สุดมิได้ตลอดกาลนิรันดร

การเรียนรู้จดจำไว้มาก, ความคิดที่ว่องไวและพลังแห่งไสยศาสตร์
เมื่อประกอบร่วมกันย่อมเป็นดังไฟกับไม้ฟืน จักเผาไหม้ดวงใจของบุคคล
จงแน่ใจเถิดว่าความทุกข์ระทมทั้งปวงนั้นล้วนเกิดแต่อกุศลกรรมที่ตนเองได้ก่อเอาไว้ทั้งสิ้น
ดังนั้นการประพฤติธรรมจึงเป็นทิศทางดำเนินที่ถูกต้องเสมอ
โอสถขนานเอกที่สามารถเยียวยารักษาชีวิตไว้ได้ย่อมไร้ประโยชน์ ถ้าบุคคลมิได้กินมันเข้าไป
คนป่วยที่ต้องการจะหายต้องใช้ยาให้ถูกกับโรคของตน

น้ำอมฤตจากสรวงสวรรค์เพื่อความยืนยาวของชีวิตปรากฏอยู่ในมือของเหล่าอสูร
ถ้าเขาทั้งหลายมิได้ดื่มกินมัน เขาย่อมทุกข์ทรมานจากความตายที่ไม่มีกำหนดเวลาอันแน่นอน
น้ำอมฤตจะก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อบุคคลได้อย่างไรกันเล่า
เพื่อปกป้องตัวท่านจากความตายที่ไม่มีกำหนดเวลาแน่นอน
จงได้เทน้ำอมฤตลงในปากของท่านและดื่มกินมันเข้าไปเถิด

ในคลังสมบัติแห่งทวยเทพชั้นยามา
อาหารอันเป็นทิพย์มากมายถูกเก็บตุนเอาไว้
แต่เทพแห่งยามาหลายองค์ไม่ยอมบริโภคมัน และย่อมถึงแก่ความตายในที่สุด
อาหารทิพย์จะก่อให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไรกันเล่า
บุคคลผู้ปรารถนาจะบรรเทาความหิวโหย จักต้องตักอาหารใส่ปากและกลืนกินมันลงไป

ด้วยความศรัทธาอย่างยิ่ง ท่านโลดันได้กล่าวว่า “ทุกถ้อยคำของท่านอาจารย์ ประทับใจกระผมมาก คำสอนของท่านล้ำลึก ณ บัดนี้ จงได้แนะนำกระผมถึงแก่นสารสาระของบารมีทั้งหก” ท่านมิลาเรปะได้กล่าวบทโศลกว่า
อาตมามิใช่นักพูดที่เต็มไปด้วยสำนวนโวหารอันวิจิตรพิสดารแต่อย่างใด
ทั้งอาตมายังมิใช่นักบวชผู้คงแก่เรียนอีกด้วย
แต่การอาราธนาให้อาตมาแสดงธรรมก็ยังเป็นไปด้วยความสุจริตและจริงใจ

บารมีทั้งหกนั้นได้รวมเอาคำสั่งสอนในศาสนาพุทธไว้
สำหรับผู้ปฏิบัติธรรมทั้งมวล ความมั่งคั่งย่อมนำไปสู่มิจฉาปฏิปทา
ผู้ที่สละวางมาได้ ย่อมจักได้ถือกำเนิดเป็นดุจดังเจ้าชายในสรวงสวรรค์
มันเป็นความประเสริฐที่ได้บำเพ็ญทานบารมี

ศีลบารมีคือบันใดสู่ความอิสระหลุดพ้น
ไม่ว่าจะอยู่ในสมณะเพศหรือยังเป็นฆราวาสก็ตาม ย่อมไม่อาจที่จะละเลยมัน
พุทธศาสนิกชนทั้งมวลจำเป็นต้องสมาทานในการบำเพ็ญศีลบารมี

ขันติบารมีเป็นคุณธรรมที่พระพุทธองค์ทรงดำรงไว้อย่างมั่นคงที่สุด
มันเป็นอาภรณ์ที่ยากแก่การสวมใส่
แต่ผู้ที่สามารถจะสวมใส่ ย่อมเป็นผู้สั่งสมเพิ่มพูนกุศลธรรมให้แก่ตน

วิริยะบารมี คือการย่นย่อเส้นทางดำเนินสู่ความอิสระหลุดพ้นให้สั้นเข้ามา
ดังนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติธรรม
ไม่มีการกระทำใดจะสำเร็จลุล่วงไปได้ถ้าปราศจากมัน
จงได้ขับขี่มาบนอาชาไนยแห่งความวีริยะเถิด

การบำเพ็ญสมณธรรมทั้งสี่ ย่อมนำบุญบารมีมาสู่บุคคล ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้
ณ บัดนี้ อาตมาจะได้พูดถึงปัญญาบารมี

การบำเพ็ญสมาธิภาวนา เป็นคำสอนที่ประยุกต์ใช้กับปัญญาญาณและบุญกุศล
อุปสรรคและความยุ่งยากทั้งมวลย่อมถูกขจัดลงสิ้น
สำหรับผู้ปฏิบัติธรรมทั้งมวล มันเป็นบารมีที่สำคัญที่สุด

ปัญญาบารมี คือขั้นตอนสุดท้ายแห่งพระสัทธรรม
เป็นอริยทรัพย์ที่น่าปลื้มใจของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
จงได้ชื่นชมยินดีในมันโดยไม่เสื่อมคลาย
มันเป็นสุดยอดแห่งอัญมณีจากสวรรค์ มันเป็นความปรารถนาสูงสุดของสรรพชีวิต
ผู้ที่สามารถสละอุทิศตนอย่างแท้จริง ย่อมดำเนินไปสู่ความจบกิจแห่งพรหมจรรย์ด้วยปัญญาบารมี
การสั่งสมปัญญาบารมีเป็นความประเสริฐสูงสุด
โดยอาศัยปัญญา บุคคลย่อมก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรม

พระคุณเจ้า นี้คือคำตอบของอาตมา
จงได้จดจำและนำไปปฏิบัติ ด้วยความร่าเริงเบิกบานเถิด

สานุศิษย์หลายองค์ ได้รับความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณ จากนั้น ท่านมิลาเรปะได้กล่าวกับท่านเรชุงปะและท่านซีวานเรปะว่า “จัดเครื่องบูชา อาตมาจะจุดประกายให้พระคุณเจ้าของเรา”
ท่านโลดันได้รับประสบการณ์มากมาย หลังจากบำเพ็ญไปได้ระยะเวลาพอสมควร วันหนึ่งท่านกลับเข้ามาหาท่านมิลาเรปะซึ่งอยู่ท่ามกลางสานุศิษย์ และกล่าวว่า “ในระหว่างบำเพ็ญสมาธิภาวนา ความคิดที่หลั่งไหลและภาพนิมิตที่น่ากลัวมากมายปรากฏขึ้นมา กระผมไม่สามารถเข้าถึงความสงบระงับได้ กระผมไม่รู้ว่ามันดีหรือเลว ถ้ามันเลว ช่วยสอนว่าจะเอาชนะมันได้อย่างไรด้วยครับ แต่ถ้ามันดี ก็บอกด้วยว่า จะทำให้ก้าวหน้าต่อไปอย่างไร?” ท่านมิลาเรปะหยั่งรู้ว่าท่านโลดันปฏิบัติอย่างหนัก ท่านได้กล่าวว่า “เธออาจมีความคิดที่หลั่งไหลและภาพนิมิตที่น่ากลัวมากมายปรากฏขึ้นมา แต่ทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียว ไม่สำคัญว่ามันจะดีหรือเลว สิ่งที่เธอต้องทำ คือเพ่งเพียรให้ตั้งมั่น บนการปฏิบัติต่อสัมมาทิฐิ ณ บัดนี้ จงฟัง”

ขอน้อมคารวะต่อคณาจารย์ทั้งปวง

จงได้ฟังอาตมาท่าน โลดัน และคนอื่นๆด้วย
จงได้รู้ไว้เถิดว่าดวงจิตนี้เองคือผู้กำหนดหมายให้ปรากฏการณ์ทั้งปวงอุบัติขึ้นมา
ผู้ที่ไม่อาจเข้าใจข้อความนี้ได้ จักต้องเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏตลอดไป
สำหรับผู้ที่ได้ตระหนักชัดแล้วว่าปรากฏการณ์ทั้งปวงคือธรรมกาย
ย่อมหมดความจำเป็นที่จะต้องศึกษาค้นคว้าในเรื่องใดๆ ต่อไปอีก

เธอรู้หรือไม่หนอ ท่านมหาที่น่านับถือ ว่าสมควรจะได้ดำรงดวงจิตให้สงบนิ่งอยู่ได้อย่างไร
ความลับในเรื่องนี้ก็คือ อย่าได้พากเพียรจนจัดจ้านเกินไป
ปล่อยให้ดวงจิตหยุดอยู่ในความเบาสบายโดยไม่ต้องกระทำอะไร
เช่นเดียวกับทารกที่หลับนอนอย่างง่ายๆ หรือเหมือนกับมหาสมุทรที่ปราศจากคลื่น
จงสงบอยู่ด้วยความสว่างไสว เหมือนกับดวงประทีปที่เจิดจรัสเถิด

จงได้ดำรงดวงจิตไว้อย่างสันติดุจเดียวกับซากศพที่ปราศจากความหยิ่งผยองลำพองตน
จงได้ดำรงดวงจิตของเธอให้อยู่ในสัมมาสมาธิที่ตั้งมั่นดุจเดียวกันกับขุนเขาที่ไม่ไหวติง
ธรรมชาติแท้จริงแห่งดวงใจนั้นย่อมปราศจากมิจฉาทิฐิทั้งปวง

เธอรู้หรือไม่หนอ ท่านมหาที่น่านับถือ ว่าความคิดที่หลั่งไหลนั้นบังเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน
เหมือนกับความฝันที่ปราศจากวัตถุรูปใดๆ เหมือนกับห้วงเวหาที่ปราศจากขอบเขต
เหมือนภาพสะท้อนของดวงจันทร์ในน้ำ เหมือนกับสายรุ้งที่เป็นเพียงมายา
เหล่านี้คือธรรมชาติที่เป็นเช่นเดียวกับบรรดาความคิดที่หลั่งไหล
เธออย่าได้พยายามตั้งใจที่จะหยุดยั้งมันโดยตรง
เพราะว่าเมื่อใดก็ตามที่ญาณทัสนะในภายในเจิดจ้าออกมา
มันจักสูญสลายไปเช่นเดียวกับความมืดที่ต้องแสงสุริยา

เธอรู้หรือไม่หนอท่านมหาที่น่านับถือ ว่าควรจะได้จัดการอย่างไรกับกระแสคลื่นแห่งความคิด
หมู่เมฆที่ลอยฟ่อง ย่อมสามารถกระจัดกระจายไปได้ทุกทิศทาง
แต่ไม่อาจแยกตัวออกจากท้องฟ้าแต่อย่างใด
เต็มไปด้วยพลังอำนาจในการเคลื่อนไหวคือบรรดาหมู่คลื่นใหญ่น้อย
แต่มันก็ยังมิได้แยกตัวออกจากท้องมหาสมุทรแต่อย่างใด
กลุ่มหมอกควันที่มืดครึ้มก็มิได้แยกตัวออกจากบรรยากาศโดยรอบแต่อย่างใด
จิตที่เดือดพล่านในความว่างเปล่า ก็ไม่เคยแยกตัวออกจากสุญตภาวะแต่อย่างใด
ผู้ที่สามารถกำหนดรู้น้ำหนักของสติสัมปชัญญะได้
จักเข้าใจคำสอนที่เกี่ยวกับการดำเนินดวงจิตไปกับลมหายใจ
ผู้ที่สามารถเห็นความคิดหลั่งไหลแอบเล็ดลอดเข้ามาดุจโจร
ย่อมเข้าใจข้อแนะนำเกี่ยวกับการเฝ้าตรวจตราดวงจิตของตนเอง
ผู้ที่มีประสบการณ์กับการแส่ส่ายออกไปภายนอกของดวงจิต
ย่อมสามารถเข้าใจนิทานที่เป็นข้ออุปมาเกี่ยวด้วยเรื่องนกพิราบกับเรือเดินสมุทร
นกพิราบเมื่อบินออกจากเรือแล้วมองไม่เห็นฝั่งย่อมบินกลับมาที่เรืออีก

เธอรู้หรือไม่หนอท่านมหาที่น่านับถือ ว่าสมควรจะได้ประกอบกรรมอย่างไร
เหมือนกับสิงโตเชื่อง เหมือนกับช้างขี้เมา เหมือนกระจกเงาใสสะอาด
และเหมือนกับดอกปทุมไร้มลทิน ที่เบ่งบานขึ้นมาเหนือกองดินเลน
จงได้ถือเป็นแบบอย่างในการประกอบกรรมทั้งปวงเถิด

เธอรู้หรือไม่หนอท่านมหาที่น่านับถือ ว่าจะบรรลุถึงบรมธรรมสูงสุดได้อย่างไร
การเข้าถึงธรรมกายนั้นต้องผ่านการระงับความกำหนดหมายแยกแยะคุณค่าของสิ่งใดๆ
การเข้าถึงสัมโภคกายต้องผ่านธรรมปิติ
การเข้าถึงนิรมานกายต้องผ่านสมาธินิมิตอันสว่างไสว
การเข้าถึงเอกภาพแห่งกายทั้งสามหรือสวภาวิกากายอันเป็นกายที่สี่แห่งพุทธะ ต้องผ่านความล้ำลึกภายใน
อาตมาย่อมเข้าถึงกายทั้งสี่แห่งพุทธะนี้
แต่มันก็มิได้ก่อให้เกิดมลทินหมองมัวหรือความเปลี่ยนแปลงใดๆ ในพระธรรมธาตุ

สัมมาทิฐิ, การปฏิบัติ, ประสบการณ์, การแก้ไข, การกระทำและการตรัสรู้
เป็นแก่นสารสาระหกประการที่นักบวชจักต้องเผชิญในการออกบรรพชา
จงได้เรียนรู้และนำมาประยุกต์เป็นมรรควิธีในการปฏิบัติธรรม

ท่านโลดันบำเพ็ญสมาธิภาวนาด้วยความขยันขันแข็งและทรหดอดทนตามคำแนะนำของคุรุ ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดี และได้แสดงให้ท่านมิลาเรปะฟังว่า

อยู่เหนือความหมายของการอุบัติขึ้นมาหรือการดับสูญไป
นี้มิใช่ธรรมชาติของจิตเดิมแท้อันประภัสสรดอกหรือ
ขับขี่มาบนอาชาไนยแห่งอานาปานสติภาวนาซึ่งสามารถนำพาไปทุกดินแดน
โดยที่พลังอำนาจของจิตอยู่เหนือการหยั่งรู้ทั้งมวล
สรรพสิ่งที่อาตมาค้นหาย่อมสามารถพบได้ในคลังสมบัติแห่งจิตวิญญาณในภายในนี้เอง

ปราศจากวัตถุรูปและสีสันใดๆ มิใช่ภพภูมิในที่ไหนๆ
นี้มิใช่ธรรมชาติอันมหัศจรรย์แห่งดวงจิต
ที่อยู่เหนือถ้อยคำและตรรกวิทยาใดๆ จะสามารถอธิบายได้ดอกหรือ

ด้วยการปฏิบัติตามคำสอนในส่วนที่ลึกซึ้ง
ขณะที่ ปิติและปัสสัทธิ จางคลายออกไป
ความรู้แจ้งตระหนักชัดอันล้ำลึก ก็งอกงามขึ้นภายใน
และแล้วบุคคลย่อมถูกปลดปล่อยจากโลกียวิสัยตลอดกาลนิรันดร

การบรรลุสู่ความวิมุติหลุดพ้นไม่อาจบังเกิดขึ้นได้ เมื่อดำเนินออกนอกสัมมาอริยมรรค
มหัศจรรย์จริงหนอสำหรับพระธรรมคำสอนส่วนที่ลึกซึ้งอันเป็นเสียงกระซิบอยู่ในภายใน
ด้วยการปฏิบัติบำเพ็ญตามแนวทางดังกล่าวมานี้
อาตมาได้บรรลุถึงปฏิเวธธรรมแล้วใช่หรือไม่หนอ

ท่านมิลาเรปะได้แนะนำท่านโลดันว่า “พระคุณเจ้า อย่าได้ผูกยึดดวงจิตไว้กับภูมิธรรมใดๆ อย่าปิดกั้นดวงจิต อย่างได้ตกจมลงไปในมิจฉาทิฐิอันสุดโต่ง ดวงจิตของท่านเป็นสิ่งที่ไม่เคยถูกสามารถอธิบายหรือถูกระบุถึงได้ ท่านอาจเรียกมันว่าอะไรก็ได้ตามใจชอบ เมื่อได้ตระหนักชัดถึงสัจจะธรรมนี้โดยสิ้นเชิงแล้ว”
ท่านโลดันได้บำเพ็ญสมาธิภาวนาต่อไปในขุนเขา จนกลายเป็นดังสิงโตหิมะ ลูกศิษย์มิลาเรปะ

นี้คือตำนานเรื่องราวของ พระคุณเจ้าโลดัน

เกี่ยวกับท่านมิลาเรปะ
ตำนานแห่งหุบเขาอัญมณีแดง
การจาริกธุดงค์สู่ ลาชิ
ธรรมลีลาแห่งเทศกาลหิมะโปรย
วิวาทะกับเจ้าแม่ผู้ชาญฉลาด
มณฑล รักม่า
วิหารเทียมฟ้า จันแพน
ธรรมปิติของสมณะ
ท่านมิลาเรปะ กับนกพิราบ
หุบเขา วัชชระ สีเทา
ภิกษุ เรชุงปะ
ข้อตักเตือนถึงโอกาสที่หาได้ยากในการปฏิบัติธรรม
การค้นหาธรรมชาติแห่งจิตของชายเลี้ยงแกะ
ธรรมคีตาแห่งความตระหนักชัด
การมุ่งสู่โพธิญาณของสตรีเพศ
ธรรมคีตา ณ ที่พักผู้เดินทาง
พาลชนที่กลายเป็นสาวก
การพบกันที่สายธารสีเงินยวง
นิมิตหมายแห่งพระธรรมจากไม้เท้า
ข้อชี้นำยี่สิบเอ็ดประการ
ภิกษุ กาชอนเรปะ
คำตักเตือนสำหรับท่าน ธัมมะวอนชู
การแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ณ ภูเขาหิมะดีซี
การบรรลุธรรมจักษุของท่าน เรชุงปะ
การกลับใจของชาวลัทธิ บอน ผู้กำลังจะตาย
แสดงธรรมกับหญิงสาวผู้ชาญฉลาด
นายพรานกับกวาง
พระราชาแห่ง เนปาล
เผชิญเจ้าแม่ ทเซรินมา
การกลับใจของเจ้าแม่ ทะเซรินมา
ข้อแนะนำเกี่ยวกับภาวะ สัมภเวสี
ทะเซรินมา กับการปฏิบัติสุญญตาธรรม
ข้อตักเตือนสำหรับท่าน ดอจี วอนชู
การพบกับท่าน ธรรมโพธิ
เผชิญนักปริยัติ
เยือนอินเดียครั้งที่สามของท่าน เรชุงปะ
ความตระหนักชัดของท่าน เมกอมเรปะ
สาลีอุยกับพระธรรม
เขาของตัวจามรี
การสำนึกผิดของ เรชุงปะ
ความที่ยิ่งกว่าสุข
ศิษย์เอก กัมโบปะ
นักปริยัติผู้กลับใจ
ธรรมปราโมทย์
แสดงอภิญญาจูงใจคน
รวมโศลกธรรมสั้นๆ
ธรรมเทศนาที่ภูผา บอนโบ้
แรงบันดาลใจ
ชินดอโมและเลซีบุม
แกะที่กำลังจะตาย
ธรรมคีตาแห่งการดื่ม
แด่ เรชุงปะ ด้วยเมตตา
เรชุงปะ สู่เมือง วู
พบท่าน ธัมปาสันจี
มิติแห่งสวรรค์
คำพยากรณ์แห่งเทพธิดา
คำตักเตือนคุณหมอ ยางงี
การจากไปของ เรชุงปะ
เรื่องราวของ ดราชิเซ
กัลยาณมิตร
ประจักษ์พยานแห่งการบรรลุธรรม
ปัจฉิมโอวาท
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com