Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

มิลาเรปะ

ความที่ยิ่งกว่าสุข

ท่านมิลาเรปะ ได้พยากรณ์ต่อหน้าบรรดาสานุศิษย์ที่มาร่วมชุมนุมกันเพื่อต้อนรับการกลับมาของท่านเรชุงปะ ที่ภูผาแดงแห่ง โบโต้ ว่าจะมีศิษย์คนสำคัญซึ่งไม่มีผู้ใดเทียบเทียมได้ มาสู่สำนักของท่านในไม่ช้านี้ มีฉายานามว่าท่าน กัมโบปะ ขณะที่ท่านมิลาเรปะ พำนักอยู่ที่ ชูบา ตามคำอาราธนาของบรรดาสานุศิษย์ โยคีจากเมือง แด๊กโบ ได้มากราบนมัสการท่าน และขอคำแนะนำในการที่จะปฏิบัติบำเพ็ญในส่วนที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นจากภูมิรู้ของตน ทันทีที่ได้เห็นท่านมิลาเรปะ สภาวธรรมแห่งความที่ยิ่งกว่าสุขในสุญญตสมาธิ แสงสว่างใส และการปราศจากความคิดที่หลั่งไหล ก็ปรากฏให้ท่านได้หยั่งรู้ในภายใน ความศรัทธาในท่านมิลาเรปะตั้งมั่นมากยิ่งขึ้น โยคีกล่าวว่า “ผมเป็นโยคีจาก แด๊กโบ ผมได้ศึกษาคำสอนต่างๆ มามากมาย รวมทั้งปรัชญาปารามิตา จากคุรุหลายองค์ กระผมได้ฝึกปฏิบัติ สมาธิภาวนาแห่งการสักว่าแยกแยะให้แตกต่าง และเอกภาพของการกระทำ ผมมีประสบการณ์ตื้นๆที่เป็นเพียงความเข้าใจในเรื่องพวกนี้ ผมได้รับแรงบันดาลใจจากชื่อเสียงของท่าน จึงได้มากราบนมัสการเพื่อฟังข้อแนะนำจากท่าน” ท่านมิลาเรปะ ได้สอบถามถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาของโยคีผู้นี้ก่อนที่จะได้เริ่มแนะนำสั่งสอน ท่านแสดงบทโศลกว่า
การที่เธอไม่ได้รับประโยชน์จากคำแนะนำอันล้ำลึกของคุรุ
ก็เป็นเพราะเอาแต่หมกจมอยู่กับความรู้ทางปริยัติที่เป็นเพียงแค่คำพูด มิใช่หรือ?
การที่เธอไม่อาจบรรลุถึงปรีชาญาณแห่งการสักว่าแยกแยะให้แตกต่าง อันล้ำลึก
ก็เป็นเพราะเอาแต่หมกจมอยู่กับอุปาทานในอัตตาตัวตนของบุคคลและ ตัวตนของสรรพสิ่ง มิใช่หรือ?
การที่เธอได้สูญเสียโอกาสตระหนักชัดด้วยสัมมาญาณทัสสนะวิเศษในภายในอันล้ำลึก
ก็เป็นเพราะมิจฉาทิฐิที่ยังคงกำหนดหมายแบ่งแยกคุณค่าของสิ่งต่างๆ ออกเป็นคู่ๆ มิใช่หรือ?
การบำเพ็ญสมาธิที่ปราศจากการนึกคิดปรุงแต่งทั้งปวงนั้น
ยังจะทำให้เธอต้องตกล่วงลงไปในหลุมพรางของรูปลักษณะสภาวะใดๆ อยู่อีกหรือ?
ในการปฏิบัติเพื่อให้กรรมกิริยาทั้งปวงเป็นไปโดยไม่กำหนดหมายแบ่งแยกคุณค่าของสิ่งใดๆ นั้น
ยังทำให้เธอต้องอยู่ใต้อำนาจของความคิดปรุงแต่งอย่างอวิชชา และ เต็มไปด้วยความลังเลสงสัยอยู่อีกหรือ?
เธอล้มเหลวที่จะตระหนักชัดว่ามรรคผลนิพพานนั้นสามารถค้นพบได้ในตัวเธอใช่หรือไม่หนอ?
เธอได้หลงเข้าใจว่าประสบการณ์อันผิดพลาดที่ขัดแย้งกับพระคัมภีร์ เป็นสัจจะธรรมใช่หรือไม่หนอ?
เธอมิได้ตระหนักชัดต่อสุญตภาวะอันเป็นแก่นสารเนื้อแท้แห่งธรรมชาติของดวงจิต
เพราะยังคงถูกปิดกั้นอยู่ด้วยสุญตาจำลองที่เกิดจากความนึกคิดใช่หรือไม่หนอ?
เมื่อเธอปฏิบัติบำเพ็ญอยู่ในสถานที่อันสงบสงัด
เธอยังคงหวั่นไหวต่อภาพมายาของภูตผีปีศาจใช่หรือไม่หนอ?
เหมือนกับช่างปั้นหม้อหมุนวงล้อไปเพื่อแต่งดินให้เป็นรูปหม้อ
พลังแห่งอวิชชาย่อมผลักไสบุคคลให้หมุนเวียนอยู่ในวัฏฏะสงสารตามอำนาจของมันฉันนั้น

โยคีตอบว่า “ผมเป็นอย่างที่ท่านว่าจริงๆ ครับ ได้โปรดกรุณาแนะนำผม เพื่อให้สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดเหล่านี้ด้วยครับ” โยคีได้รับการตั้งสมญานามให้ใหม่ว่า แลนกอมเรปะ ท่านยังไม่สามารถปล่อยวางการยึดมั่นกับกุศล เพราะยังคิดว่าเป็นสิ่งซึ่งมีตัวตนอยู่อย่างแท้จริง ความคิดที่หลั่งไหล เป็นอุปสรรคอย่างยิ่งในความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณ ท่านไม่อาจปลดปล่อยตนเองให้เป็นอิสระ ท่านมีความร้อนรนที่จะเข้าไปในเมือง ฯลฯ แต่แล้วในที่สุด ท่านมิลาเรปะ ก็สามารถชี้จุดอ่อนแห่งจริตนิสัยส่วนตัวของท่านแลนกอม ท่านกล่าวว่า “แลนกอม เธอไม่ควรยึดมั่นกับรูปแบบของการกระทำกุศลทั้งหลาย จงได้ขจัดความนึกคิดที่จะเข้าไปในเมือง และจงตั้งมั่นอยู่กับการบำเพ็ญสมาธิภาวนา ไม่เช่นนั้น เธอจักไม่สามารถปลดปล่อยตนเองให้เป็นอิสระจากภพทั้งสามแห่งสังสารวัฏได้ จงได้ปฏิบัติตามที่อาตมาแนะนำ” จากนั้นท่านได้แสดงบทโศลกว่า

บุคคลผู้เฝ้ารักษารูปแบบตามธรรมเนียมนิยมของศาสนธรรม
ย่อมขจัดข้อผิดพลาดทั้งปวงได้ด้วย ปรมัตถสภาวะธรรม
การบรรลุมรรคผลย่อมบังเกิดขึ้นอย่างง่ายดายเมื่อถึงเวลาของมัน
นี้คือรูปแบบอันถูกต้องของผู้ปฏิบัติธรรม

ในการบำเพ็ญมหามุทราหรือสุญตาธรรม ย่อมปราศจากการปรากฏของอุปาทานในเบญจขันธ์
เมื่อความตระหนักชัดต่อปรมัตถสภาวะธรรมอันอยู่เหนือถ้อยคำอธิบายแจ่มแจ้งออกมา
เธอก็ย่อมหมดความจำเป็นที่จะต้องท่องสวดสาธยาย
และหมดความจำเป็นที่จะต้องคอยระมัดระวังว่าจะล่วงละเมิดพระวินัยอีกต่อไป

นักบวชที่ชอบท่องเที่ยวไปในเมือง มักจะปล่อยใจให้ผูกพันกับผู้คนเสมอ
กายกรรมทั้งปวงของเขาย่อมจะเป็นเพียงการเสแสร้ง วจีกรรมของเขาย่อมหาสาระมิได้
แสงสว่างแห่งสุญตาธรรมในโมฆะบุรุษย่อมมืดมัว
ในสังคมเมือง ถ้าบุคคลไม่สนใจกับความรู้สึกของผู้คน
ย่อมจะทำให้ความยุ่งยากและความวิตกกังวลสาดเทลงมาที่ตัวเขาประดุจห่าฝน

เพื่อหลีกเลี่ยงความกลัวและความเศร้าโศกในขณะแห่งมรณกาล
เพื่อหลุดรอดจากช่วงเวลาที่ทุกข์ทรมานในสังสารวัฏ
บุคคลควรได้ขจัดข้าศึกศัตรูที่แท้จริงอันได้แก่ กามตัณหา ภวตัณหา และวิภวตัณหา
จงได้ระลึกถึงความไม่ยั่งยืนและความตายอยู่เสมอ
และจงได้ปฏิบัติบำเพ็ญอย่างต่อเนื่องในสถานที่อันสงบวิเวก

บุคคลที่มิได้เฝ้าสังเกตพฤติกรรมอันแท้จริงแห่งดวงจิตของตน
ย่อมจะกลับกลายเป็นคนเฉื่อยชาและโง่งม
บุคคลผู้ที่มิได้ภาวนาด้วยความตั้งใจจริง
ย่อมพลัดหลงเข้าไปสู่อันตรายของประสบการณ์ที่ผิดพลาด
บุคคลที่พากเพียรอย่างหนัก แต่มิได้ปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนอันล้ำลึก
แห่งสัมมาอริยมรรคอันเต็มไปด้วยความช่ำชอง
ย่อมพ่ายแพ้ต่ออิทธิพลของกิเลสตัณหา
ถ้าบุคคลได้สำรวมอินทรีย์อยู่ในสถานที่อันสงบสงัด
ย่อมเป็นที่แน่ใจได้ว่าบุญกุศลทั้งหลายจักงอกงามขึ้นมา

ท่านแลนกอม นึกคิดไปว่า “ถ้อยคำของท่านอาจารย์ ช่างจี้เข้าไปตรงจุดดีแท้ๆ ท่านพูดถูกทั้งหมด ถึงความผิดพลาดของเรา” โยคีเชื่อฟังและปฏิบัติตามอย่างเอาจริงเอาจัง ในเวลาต่อมา ท่านได้รับประสบการณ์ทางจิตวิญญาณอย่างมากมาย ท่านได้กลับมารายงานความก้าวหน้าให้ท่านมิลาเรปะทราบ ท่านมิลาเรปะมีความยินดี และกล่าวว่า “ดีจริงๆ แต่เธอยังต้องทำต่อไปให้มากขึ้นอีก เธอควรได้จดจำสาระสำคัญดังต่อไปนี้ไว้”

บุตร, ภรรยา, และชื่อเสียงเกียรติคุณ เป็นโซ่ตรวนที่ร้อยรัดผู้ปฏิบัติบำเพ็ญ
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องสละคืนความผูกพันทั้งสามประการลงเสีย

โภคทรัพย์, โลกียสุข, และความโอ่อ่าอัครฐาน เป็นอุปสรรคของนักบวชทุกคน
ดังนั้นผู้ปฏิบัติธรรมจำเป็นต้องละทิ้งมันทั้งสามอย่าง

บรรดาวงศาคณาญาติ, โยมอุปัฏฐาก, และสานุศิษย์ เป็นสิ่งรบกวนสามประการของนักบวชทุกคน
ผู้ปฏิบัติธรรมจักต้องไม่ผูกพันกับมัน

เหล้าองุ่น, ความเมื่อยล้า, และความง่วงเหงาหาวนอน เป็นจอมโจรสำหรับนักบวชทุกคน
ผู้ปฏิบัติธรรมควรได้พยายามหลีกเลี่ยงจากมัน

การพูดมาก, การตลกคะนอง, และการละเล่น เป็นสิ่งรบกวนสามประการของนักบวชทุกคน
ผู้ปฏิบัติธรรมย่อมไม่ข้องแวะกับมัน

คุรุ, คำชี้นำ, และความอุตสาหะ เป็นสรณะสามประการของนักบวชทุกคน
ผู้ปฏิบัติธรรมทุกคน ควรได้พึ่งพามัน

สถานที่อันสงบสงัด, บุญกุศล, และกัลยาณมิตร เป็นผู้ร่วมดำเนินทั้งสามของนักบวชทุกคน
ผู้ปฏิบัติธรรมควรได้เรียกหามัน

ปราศจากสิ่งรบกวน, ระงับความคิดที่หลั่งไหล, และธรรมปิติ คือเพื่อนที่แสนดีของนักบวชทุกคน
ผู้ปฏิบัติบำเพ็ญ จำต้องคบหากับมัน

ความผ่อนคลาย, ความไม่ต้องพักหรือเพียร, และความเป็นไปเองตามธรรมชาติ
เป็นคุณสมบัติสามประการของนักบวชทุกคน ผู้ปฏิบัติธรรมควรได้สมาทานอยู่เสมอ

ปราศจากราคะ, ปราศจากโทสะ, และการเต็มไปด้วยพลังอำนาจเหนือมนุษย์
คือสัญลักษณ์สามประการในความสำเร็จของนักบวชทุกคน
ผู้ปฏิบัติธรรมควรได้ครอบครองมัน

ท่านแลนกอม ถึงกับรำพึงว่าการปฏิบัติที่ถูกทางนั้นย่อมไม่ต้องอาศัยความเพียรที่จัดจ้านแต่อย่างใด ท่านมิลาเรปะได้แสดงธรรมให้ฟังถึงการบรรลุถึงสภาพที่ยิ่งกว่าสุขโดยหลีกเลี่ยงความทุกข์ยากทั้งมวล อันเป็นสุขาปฏิปทาที่สาธุชนพึงสมควรจดจำและนำไปปฏิบัติ

บุคคลผู้ซึ่งหยั่งรู้ธรรมชาติในภายในของตนเอง
และตระหนักต่อสัจจะสภาวะธรรมที่แทรกซึมอยู่ทุกแห่งหน
ย่อมเป็นผู้รู้, ผู้ตื่น, และผู้เบิกบานอยู่เนืองนิจ
สำหรับผู้ที่ประกอบแต่อกุศลกรรม ย่อมมีแต่ความเศร้าหมอง

บุคคลผู้ดำรงอยู่ในตถาตภาพแห่งความเป็นเช่นนั้นเองของธรรมชาติ
อย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์โดยมิต้องพักหรือเพียร ย่อมเป็นผู้รู้, ผู้ตื่น, และผู้เบิกบานอยู่เป็นนิจ
สำหรับบุคคลผู้หนาแน่นด้วยความคิดปรุงแต่ง ต้องโต้ตอบกับสิ่งเร้าอารมณ์โดยรอบด้าน
ย่อมเต็มไปด้วยราคะและโทสะอันนำความหม่นหมองมาให้เสมอ

บุคคลผู้ตระหนักชัดว่าสรรพสิ่งคือธรรมกาย
ย่อมหลุดพ้นจากความกลัว, ความหวัง,และความลังเลสงสัยใดๆ
บุคคลที่ไม่อดทน, พูดมาก, และใจเร็วด่วนได้ ย่อมตกอยู่ใต้อิทธิพลของโลกธรรมทั้งแปดประการ
อันนำความทุกข์ทรมานมาให้เสมอ

บุคคลผู้หยั่งรู้ว่าสรรพสิ่งคือจิตสังขารของเขาเองแล้วไซร้
ย่อมพบว่าสิ่งทั้งปวงนั้น โดยที่แท้แล้ว เป็นดังมิตรสหายของเขาเอง
ความผาสุกย่อมบังเกิดขึ้นได้เสมอ
บุคคลที่ใช้ชีวิตอย่างเหลวแหลก ย่อมหอบหิ้วความทุกข์ระทมไปจนถึงหลุมฝังศพของเขาเอง

บุคคลผู้ที่สามารถตระหนักชัดต่อปรมัตถสัจจะได้อย่างไม่ขัดข้อง ย่อมเข้าถึงสภาพที่ยิ่งกว่าสุข
บุคคลผู้ซึ่งต้องตกเป็นดังข้าทาสเพราะอิทธิพลของตัณหา ย่อมหิวกระหายอย่างไม่มีวันจบสิ้น

บุคคลผู้ซึ่งสามารถถอดถอนอุปาทานจากรูปลักษณะสภาวะทั้งหลายทั้งปวง
ย่อมได้รับประสบการณ์ที่ดีงามอันนำความผาสุกมาให้เสมอ
บุคคลผู้เพียงแต่ลูบคลำอยู่กับถ้อยคำโดยไม่เห็นแจ้งต่อธรรมชาติของดวงจิตจริงๆ
ย่อมเศร้าหมองอยู่เป็นนิจ

บุคคลผู้ที่ได้สละโลกทั้งปวงแล้ว ย่อมอิสระเสรีจากความวิตกกังวลใดๆ
พุทธศาสนิกชนที่ยังคงสะสมกักตุนเครื่องอุปโภคบริโภค
หมกจมอยู่กับมาตุคามและวงศาคณาญาติ ย่อมเศร้าหมองอยู่เป็นนิจ

นักบวชที่ขจัดเครื่องผูกของโลกออกเสียได้และสามารถรู้เท่าทันความเป็นมายาของสรรพสิ่ง
ย่อมเข้าถึงสภาพที่ยิ่งกว่าสุข
บุคคลผู้ไม่สำรวมกายกรรมและมโนกรรม ย่อมทุกข์ทรมานเสมอ

นักบวชผู้ขับขี่มาบนอาชาไนยแห่งความวิริยะ เพื่อไปสู่ดินแดนแห่งความวิมุติหลุดพ้น ย่อมผาสุกเสมอ
บุคคลผู้ซึ่งแบกโลกธรรมอันหนักอึ้ง ย่อมถูกฉุดให้ตกจมลงสู่ก้นบึ้งแห่งสังสารวัฏอันทุกข์ระทม

บุคคลผู้ซึ่งสามารถหลบหลีกปวงมิจฉาทิฐิ
และเต็มไปด้วยฉันทะต่อการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมแห่งดวงจิตของตน ย่อมผาสุกเสมอ
บุคคลผู้ซึ่งปฏิญาณตนที่จะปฏิบัติธรรม แต่ยังปล่อยใจให้กระทำบาปกรรมทั้งหลาย
ย่อมทุกข์ทรมานเสมอ

บุคคลผู้ซึ่งขจัดความกลัว ความหวัง และความลังเลสงสัยทั้งหลาย
ย่อมแทรกซึมอยู่ในอาณาจักรดั้งเดิมอันผาสุกเสมอ
บุคคลที่โลดแล่นไปตามความมุ่งมาดของคนอื่นๆ คอยประจบประแจง เสแสร้ง และอกตัญญู
ย่อมทุกข์ทรมานอยู่เป็นนิจ

บุคคลผู้ซึ่งปล่อยวางความกำหนดหมายว่าเป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้ กำลังปฏิบัติพระธรรมอันบริสุทธิ์
เขาย่อมพบสันติสุขเสมอ

ท่าน แลนกอม เรปะ และสานุศิษย์รูปอื่นๆ ต่างพากันได้รับแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ ด้วยพลานุภาพแห่งการดำรงอยู่ในมหามุทราหรือสุญญตสมาธิอันไม่กระเพื่อมไหว เขาทั้งหลายพากันได้รับความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณในการบรรลุถึงโลกอันแท้จริงของรูปลักษณ์ทั้งหลายที่เป็นดังมายากล
นี้เป็นตำนานเรื่องราว ของ แลนกอม เรปะ ลูกศิษย์องค์หนึ่ง ที่ใกล้ชิดท่านมิลาเรปะ

เกี่ยวกับท่านมิลาเรปะ
ตำนานแห่งหุบเขาอัญมณีแดง
การจาริกธุดงค์สู่ ลาชิ
ธรรมลีลาแห่งเทศกาลหิมะโปรย
วิวาทะกับเจ้าแม่ผู้ชาญฉลาด
มณฑล รักม่า
วิหารเทียมฟ้า จันแพน
ธรรมปิติของสมณะ
ท่านมิลาเรปะ กับนกพิราบ
หุบเขา วัชชระ สีเทา
ภิกษุ เรชุงปะ
ข้อตักเตือนถึงโอกาสที่หาได้ยากในการปฏิบัติธรรม
การค้นหาธรรมชาติแห่งจิตของชายเลี้ยงแกะ
ธรรมคีตาแห่งความตระหนักชัด
การมุ่งสู่โพธิญาณของสตรีเพศ
ธรรมคีตา ณ ที่พักผู้เดินทาง
พาลชนที่กลายเป็นสาวก
การพบกันที่สายธารสีเงินยวง
นิมิตหมายแห่งพระธรรมจากไม้เท้า
ข้อชี้นำยี่สิบเอ็ดประการ
ภิกษุ กาชอนเรปะ
คำตักเตือนสำหรับท่าน ธัมมะวอนชู
การแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ณ ภูเขาหิมะดีซี
การบรรลุธรรมจักษุของท่าน เรชุงปะ
การกลับใจของชาวลัทธิ บอน ผู้กำลังจะตาย
แสดงธรรมกับหญิงสาวผู้ชาญฉลาด
นายพรานกับกวาง
พระราชาแห่ง เนปาล
เผชิญเจ้าแม่ ทเซรินมา
การกลับใจของเจ้าแม่ ทะเซรินมา
ข้อแนะนำเกี่ยวกับภาวะ สัมภเวสี
ทะเซรินมา กับการปฏิบัติสุญญตาธรรม
ข้อตักเตือนสำหรับท่าน ดอจี วอนชู
การพบกับท่าน ธรรมโพธิ
เผชิญนักปริยัติ
เยือนอินเดียครั้งที่สามของท่าน เรชุงปะ
ความตระหนักชัดของท่าน เมกอมเรปะ
สาลีอุยกับพระธรรม
เขาของตัวจามรี
การสำนึกผิดของ เรชุงปะ
ความที่ยิ่งกว่าสุข
ศิษย์เอก กัมโบปะ
นักปริยัติผู้กลับใจ
ธรรมปราโมทย์
แสดงอภิญญาจูงใจคน
รวมโศลกธรรมสั้นๆ
ธรรมเทศนาที่ภูผา บอนโบ้
แรงบันดาลใจ
ชินดอโมและเลซีบุม
แกะที่กำลังจะตาย
ธรรมคีตาแห่งการดื่ม
แด่ เรชุงปะ ด้วยเมตตา
เรชุงปะ สู่เมือง วู
พบท่าน ธัมปาสันจี
มิติแห่งสวรรค์
คำพยากรณ์แห่งเทพธิดา
คำตักเตือนคุณหมอ ยางงี
การจากไปของ เรชุงปะ
เรื่องราวของ ดราชิเซ
กัลยาณมิตร
ประจักษ์พยานแห่งการบรรลุธรรม
ปัจฉิมโอวาท
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com