Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

มิลาเรปะ

การพบกับท่าน ธรรมโพธิ

 ในช่วงเวลาที่ท่านมิลาเรปะกำลังหมุนกงล้อแห่งธรรมจักรอยู่ ณ ท้องถ้ำแห่งนะยานัน พร้อมด้วยท่านเรชุงปะ และสานุศิษย์องค์อื่นๆ เป็นที่ทราบกันดีในเวลานั้นว่า มีสมณะอยู่ห้ารูปที่บรรลุถึงบรมธรรมสูงสุด อันได้แก่ ท่านคุรุ เสมชิน แห่งลาดั้ด, ท่านธัมปาสันจี แห่งดินรี, ท่าน ไชลับฮาโร แห่งเนปาล, ท่านธรรมโพธิ แห่งอินเดีย, และท่านมิลาเรปะ แห่งนะยานัน.
สมัยหนึ่งท่านไชลับฮาโร ได้นิมนต์ท่านธรรมโพธิ ให้ไปแสดงธรรมยัง บัลโบซั่น ชาวทิเบต และเนปาลเป็นจำนวนมาก ได้พากันเดินทางมาเพื่อกราบนมัสการท่าน บรรดาสานุศิษย์ของท่านมิลาเรปะ ก็มีความปรารถนาที่จะไปด้วย ท่าน เรชุงปะ ได้ให้เหตุผลหลายประการในการรบเร้าท่านมิลาเรปะ ให้ร่วมเดินทางไปในครั้งนี้ ท่านมิลาเรปะ ได้กล่าวตอบว่า

ด้วยความเมตตากรุณาของบรรดาคณาจารย์ พระอรหันต์หลายรูปได้มาชุมนุมกัน
พระสัทธรรมอันมหัศจรรย์จักถูกทำให้ไม่เป็นสิ่งเหลือวิสัยที่จะสามารถหยั่งรู้ได้
พรชัยอันประเสริฐได้ถูกแจกจ่ายเป็นของกำนัลแด่สาธุชน
บรรดาผู้แสวงบุญต่างได้มีโอกาสน้อมคารวะต่อวิสุทธิบุคคล
จะมีผู้เคราะห์ร้ายเพียงสองสามรายเท่านั้นที่อาจปรากฏได้

ท่าน ธัมปาสันจี แห่ง ดินรี, ท่านคุรุ เสมชินแห่ง ลาดั้ด,
ท่าน ไชลับฮาโร แห่งเนปาล, ท่าน ธรรมโพธิ แห่งอินเดีย, และ มิลาเรปะ แห่ง กุงตัง
ทุกๆท่านล้วนเป็นวิสุทธิบุคคลผู้บรรลุถึงบรมธรรมสูงสุด
เข้าถึงญาณทัสสนะอันวิเศษ ซึ่งทำให้สามารถตระหนักชัดต่อธรรมชาติอันสว่างไสวของดวงใจ
พระอริยเจ้าทั้งห้าท่านนี้ ย่อมมีความสามารถใน การแสดงอภิญญา, การเจริญเมตตาเจโตวิมุติ,
และต่างก็ประกอบแต่กุศลกรรมอันก่อประโยชน์สุขเป็นที่น่าอัศจรรย์
ในการแสดงธรรมโดยไม่ต้องตระเตรียมนั้น อาตมาเป็นผู้เลิศที่สุดในห้าท่านนี้
ความสันโดษก็เป็นคุณธรรมที่อาตมามีมากกว่า ไม่มีท่านใดที่พิเศษไปกว่าอาตมา
อาตมาจึงคิดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องไป
แต่พวกเธอซึ่งเป็นสานุศิษย์ของอาตมาสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องไป
มันไม่ใช่เป็นเพราะว่าอาตมามีจิตเบื่อหน่ายต่อพระอริยเจ้าเหล่านั้น
หากแต่เป็นเพราะว่าอาตมาแก่ชราเกินกว่าที่จะเดินทางไป
อาตมาตั้งความปรารถนาอันบริสุทธิ์
ที่จะพบท่านทั้งหลายเหล่านั้นในดินแดนวิโมกขศิวาลัยแห่งอสังขตธรรม
ลูกเอ๋ยจงได้วางใจในอาตมาโดยไม่ต้องเคลือบแคลงสงสัยใดๆ

ท่านเรชุงปะได้กล่าวว่า “ถ้าท่านอาจารย์ไม่ไป ผู้คนจะพากันเข้าใจว่าท่านอาจารย์เย่อหยิ่งและริษยา พวกเขาจะกล่าวถ้อยคำจ้วงจาบท่าน ท่านอาจารย์ได้กรุณาไปเถิดครับ” ท่านมิลาเรปะกล่าวตอบว่า

อาตมาขอสวดภาวนาเพื่อน้อมรำลึกถึงวิสุทธิบุคคล
ในการชำระล้างบาปกรรมและความชั่วร้ายทั้งมวล

บุคคลผู้ซึ่งหวั่นไหวกับคำนินทาของผู้คนนั้น นับได้ว่าเป็นผู้ทำอันตรายให้แก่ตนเองอยู่โดยแท้
การเป็นผู้ชอบท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่างๆ ย่อมเป็นเพียงการซุกซ่อนความอิสระหลุดพ้นเอาไว้
การที่ชอบแส่ส่ายไปหลายเรื่องในขณะที่อยู่ต่อหน้าคุรุผู้ประเสริฐนั้น
ย่อมทำให้ความฟุ้งซ่านรำคาญใจกำเริบได้ อันเป็นการปลุกเร้าความเลวร้าย
เมื่อกำลังบำเพ็ญเพียรอยู่ในมรรคาแห่งคำสอนส่วนที่ลึกซึ้ง
ดวงจิตที่ถูกแบ่งแยกย่อมหมดโอกาสที่จะบรรลุธรรม
ยิ่งใหญ่หนักหนาคือพรชัยของพระอริยเจ้า การที่มีผู้มาเยี่ยมเยียนมากเกินไป
ย่อมทำให้ดวงจิตอาพาธไม่ปรกติ
เรชุงปะ จงได้ไปพบพระอริยเจ้าเหล่านั้นพร้อมๆกับบรรดาญาติธรรมของเธอเถิด

ท่านเรชุงปะ กลับอ้างเหตุผลต่อไปอีกว่า “การปล่อยให้ผู้คนกล่าวจ้วงจาบท่านอาจารย์ เพราะความไม่รู้นั้น ย่อมเป็นบาปกรรม และในทางตรงกันข้าม ถ้าท่านอาจารย์จะได้กรุณาตามคำรบเร้าของพวกเรา ย่อมก่อให้เกิดบุญกุศลแก่พวกเรา ในการที่สามารถระงับการหลงผิดของผู้คนลงได้” ในที่สุดท่าน มิลาเรปะ ก็ยินยอมที่จะปฏิบัติตามคำขอร้องของท่าน เรชุงปะ ซึ่งทำให้บรรดาสานุศิษย์ของท่านเต็มไปด้วยความยินดีโดยทั่วหน้ากัน และพากันกล่าวว่า “ชาวอินเดียส่วนมากชอบทองคำ เราควรได้ตระเตรียมไปถวายท่าน เพื่อแสดงการต้อนรับ” ท่านมิลาเรปะ ได้กล่าวแสดงความเห็นต่อคำแนะนำของบรรดาสานุศิษย์ว่า
อาตมาขอสวดภาวนาระลึกถึงวิสุทธิบุคคลทั้งมวล
เพื่อชำระล้างตัณหาราคะออกจากดวงใจของผู้ปฏิบัติธรรม
อาตมาตั้งความปรารถนาให้กรรมกิริยาทุกรูปแบบของอาตมา
จงได้สอดคล้องกลมกลืนกับพระธรรม
ยังมีการสั่งสมพระโพธิญาณอยู่ทำไมกันหนอ
ถ้าการกระทำของบุคคลเต็มไปด้วยความขัดแย้งต่อพระธรรม
ผู้ที่กำลังดำรงมั่นอยู่ในอัปปนาสมาธิอันมั่นคง ย่อมไม่ต้องการเพื่อนแม้แต่คนเดียว
ผู้ที่ได้รับประสบการณ์ในการสละคืนอัตตา ย่อมไม่ต้องการคู่คิดแต่อย่างใด
จะมีประโยชน์หรือคุณค่าอันใดสำหรับการบำเพ็ญอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานในการฝึกสมาธิภาวนา
ถ้าอาตมา มิลาเรปะ ยังคงปรารถนาทองคำ ชีวิตพรหมจรรย์ของอาตมาย่อมปราศจากทิศทาง
ท่าน ธรรมโพธิ ย่อมไม่ปรารถนาทองคำ ไม่เช่นนั้นแล้ว การบรรลุธรรมของท่านย่อมไร้ความหมาย
เรชุงปะ ย่อมไม่คำนึงถึงการตักตวงผลกำไรใดๆ
ไม่เช่นนั้นแล้วการปฏิบัติศึกษาทั้งมวลนี้ย่อมหมดความหมาย

ท่านมิลาเรปะได้ให้บรรดาสานุศิษย์ของท่านออกเดินทางล่วงหน้าไปก่อน ท่านจะติดตามไปในภายหลัง เมื่อเดินทางมาใกล้จะถึง บัลโบซั่น สานุศิษย์ของท่านหลายองค์เกิดไม่แน่ใจว่าท่านมิลาเรปะ จะติดตามมาจริงๆ แต่แล้วในที่สุดบรรดาสานุศิษย์ต่างก็ได้เห็นประกายสว่างพุ่งลงมาเหมือนดาวตกต่อหน้าท่านธรรมโพธิ พร้อมๆกับการปรากฎกาย ที่เนรมิตเป็นรูปเจดีย์ของท่านมิลาเรปะ ท่านธรรมโพธิและบรรดาสานุศิษย์ของท่านมิลาเรปะ ต่างเต็มไปด้วยความปลื้มปิติ
ในขณะนั้น ผู้คนเป็นจำนวนมากกำลังแวดล้อมท่านธรรมโพธิอยู่ การมาถึงของคณะของท่านมิลาเรปะ ทำให้ท่านธรรมโพธิลุกจากอาสนะ และ น้อมกายลงแสดงความคารวะต่อท่าน มิลาเรปะแห่งทิเบต ฝูงชนจึงได้ตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของท่านมิลาเรปะ และพากันเชื่อมั่นว่าสมณะทั้งสองรูปนี้ไม่ได้แตกต่างจากพระพุทธองค์เลย จากนั้นพระอริยเจ้าทั้งสองรูปได้นั่งลงในอาสนะใกล้ๆกัน ท่านธรรมโพธิ ได้กล่าวสรรเสริญ อรัญญิกปฏิปทาของท่านมิลาเรปะ ว่าเป็นเลิศยอดกว่าผู้ใด ท่านมิลาเรปะได้กล่าวตอบว่า

อาตมาขอสวดระลึกถึงนิรมานกายแห่งบรรดาคุรุ
และต่อพรชัยอันศักดิ์สิทธิ์ของวิสุทธิบุคคลแห่งคำสอนอันเป็นเสียงกระซิบในภายใน

อาตมา มิลาเรปะ แห่งทิเบตจะได้แสดงธรรมคีตาจากประสบการณ์ของญาณทัสสนะ
ต่อหน้าท่าน ธรรมโพธิ แห่งอินเดีย
และต่อหน้าพุทธศาสนิกชนชาวทิเบตและเนปาลที่อยู่ในมหาสมาคมนี้
ผู้คนจำนวนเพียงเล็กน้อยที่ไม่ใส่ใจต่อวิสุทธิบุคคล

การบิดงอห้าแห่งของท่อพลังเร้นลับที่เนื่องอยู่กับสุริยันด้านขวาและจันทราด้านซ้าย
ย่อมสามารถแก้ไขให้กลับตรงดังเดิมได้ด้วยการฝึกเดินลมปราณ
การบำเพ็ญอานาปานที่เป็นมิจฉาสติทั้งห้านัยยะ
ย่อมแก้ไขได้ด้วยการสงบระงับซึ่งกายสังขาร
ธาตุทั้งห้าที่สั่งสมไว้ด้วยมลทินหมองมัวย่อมถูกเผาให้มอดมลาย
และภาชนะที่บรรจุไว้ด้วยกิเลสนิวรณ์ทั้งห้าประการย่อมถูกนำไปเททิ้ง
ด้วยการดำเนินไปในมัชฌิมาปฏิปทา
ในท่อพลังเร้นลับส่วนกลาง ลมร้ายแห่งมโนกรรมที่เต็มไปด้วยโมหะย่อมสงบระงับลง
ณ บัดนี้ ไม่มีความจำเป็นที่อาตมาจะต้องผูกพันตนเองไว้กับปัจจัยร่วมเดินทางที่มีพิษร้าย

จากนั้นท่านธรรมโพธิได้กล่าวว่า “วิถีทางที่ท่านกำราบปรปักษ์ ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ จงได้บอกอาตมาถึงทฤษฎีอันวิเศษ ที่นำไปสู่ข้อยุติในเรื่องนี้” ท่านมิลาเรปะ ได้กล่าวตอบว่า

อาตมาขอสวดภาวนาน้อมรำลึกถึงวิสุทธิบุคคลทั้งปวง
อาตมาสวดขอพรชัยอันศักดิ์สิทธิ์จากท่าน
เพื่อที่ว่ากัลยาณมิตรคู่ชีวิตร่วมเดินทางจักได้ถูกค้นพบในตัวอาตมา

เมื่อมารดาแห่งท่อพลังเร้นลับที่บริสุทธิ์ทั้งห้า พบกันกับบิดาแห่งพลังปราณอันบริสุทธิ์ทั้งห้า
ธาตุอันบริสุทธิทั้งห้าก็ถือกำเนิดออกมา
ดวงหน้าแห่งจิตเดิมแท้อันประภัสสรย่อมปรากฏ
อมตนครอันอยู่เหนือการคำนึงคำนวณบนเส้นทางแห่งมัชฌิมาปฏิปทา
ย่อมทำให้เกิดมีผู้ที่สามารถปฏิญาณถึงการบรรลุสู่ พุทธภาวะ
ท่านประกาศก้องถึงมายาการดังสายรุ้งทั้งสี่นัยยะ
ต่อหน้ากองทัพแห่งกระแสคลื่นของรูปลักษณะสภาวะทั้งหลายทั้งปวง
บทบัญญัติแห่งพระธรรมวินัยย่อมเป็นไปเพื่อถอดถอนอัตตาตัวตน
ด้วยการตระหนักชัดว่ารูปลักษณ์ทั้งปวงนั้น คืออุปาทานในความมีอัตตาตัวตน
อาตมาย่อมแลเห็นดวงหน้าคู่ชีวิตของอาตมา อันคือสัจจะสูงสุดซึ่งเป็นจิตเดิมแท้ในภายใน
ไม่มีสรรพชีวิตในโลกภพทั้งสาม
ที่อยู่นอกเหนือตถาคตภาพแห่งความเป็นเช่นนั้นเองอันยิ่งใหญ่นี้ไปได้เลย
โพธิจิตอันมหัศจรรย์คือกัลยาณมิตรคู่ชีวิตร่วมเดินทางของอาตมา
อาตมาย่อมผาสุกเสมอที่ร่วมดำเนินไปกับโพธิจิต
เพราะคู่ชีวิตอันคือโพธิจิต ย่อมไม่ทอดทิ้งหรือพลัดพรากจากอาตมา ตลอดกาลนิรันดร
ท่านธรรมโพธิชื่นชมบทโศลกธรรมของท่านมิลาเรปะมาก ท่านได้กล่าวว่า “จริงทีเดียว ประสบการณ์ภายในของสมณะ ย่อมอยู่เหนือถ้อยคำอธิบาย ถึงกระนั้นก็ตาม จงได้กรุณาบอกพวกเราถึง สัมมาทิฐิ สัมมาปฏิบัติ และการประกอบกุศลกรรม” ท่านมิลาเรปะได้กล่าวแสดงว่า

บุคคลผู้ซึ่งสามารถเฝ้าสังเกตธรรมชาติแห่งดวงจิตของตนโดยปราศจากสิ่งรบกวน
ย่อมไม่ยินดีในการพูดมาก
บุคคลผู้ซึ่งสามารถดำรงมั่นด้วยความสมบูรณ์แห่งสติอยู่เสมอ
ย่อมไม่ยินดีกับการนั่งอยู่นิ่งๆประดุจซากศพ
ถ้าบุคคลได้หยั่งรู้ถึงสัจจะแท้จริงของรูปลักษณะสภาวะทั้งปวงแล้วไซร้
โลกธรรมทั้งแปดประการย่อมหมดฤทธิ์อำนาจลง
เมื่อปราศจากราคะและโทสะในดวงใจ บุคคลย่อมไม่เสแสร้งและโอ้อวดตนอีกต่อไป
พระโพธิญาณและกายทั้งสามแห่งพุทธะ ซึ่งอยู่เหนือทั้งสังสารวัฏและพระนิพพาน
ย่อมไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยการค้นหาหรือเพียงด้วยความปรารถนาใดๆ
ไม่มีใครเลยที่สามารถบรรลุธรรมได้
โดยปราศจากการแรกเริ่มได้รับพรชัยอันศักดิ์สิทธิ์
จากพระธรรมคำสอนที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา

ท่านธรรมโพธิ ได้กล่าวว่า “สัมมาทิฐิ สัมมาปฏิบัติ และการประกอบกรรมที่เป็นสัมมา ของท่าน ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ” ท่านมิลาเรปะได้กล่าวว่า “โปรดบอกพวกเรา ณ บัดนี้เถิด ถึงความเข้าใจต่อคำแนะนำที่เป็นแก่นสารอันล้ำลึก ซึ่งท่านได้บรรลุถึงในการปฏิบัติบำเพ็ญของท่าน” จากนั้น ท่านธรรมโพธิได้แสดงบทโศลกว่า

เพื่อเป็นของกำนัลแด่ท่านสาธุชนที่มาประชุมกันอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้
อาตมาขอสวดภาวนาระลึกถึงความสำเร็จอันมหัศจรรย์ในการประพฤติธรรม
ด้วยกุศลแห่งวจีกรรมของอาตมา เราทั้งหลายคงจะได้ร่วมดำเนินไปด้วยกันในอนาคตอันใกล้นี้
ถ้าบุคคลไม่สามารถขจัดสามัญสำนึก
และความคิดปรุงแต่งอย่างอวิชชาที่หลั่งไหลอยู่ในภายในให้ได้แล้วไซร้
จะมีอะไรอื่นอีกเล่าที่เป็นประโยชน์จากการเฝ้าสังเกตพฤติของดวงใจ
ถ้าบุคคลไม่อาจถอดถอนอัตตาตัวตนและขจัดตัณหาราคะแห่งโลกียสุขได้แล้วไซร้
ประโยชน์อะไรกันเล่า ที่จะได้จากการเฝ้าบำเพ็ญเพียรจนตลอดชีวิต
บุคคลผู้ซึ่งมิได้พยายามประกอบกรรมอันปราศจากความเห็นแก่ตัว

ย่อมจะถูกครอบงำด้วยความหยิ่งลำพองและถือตน
อันทำให้ไม่อาจเจริญก้าวหน้าในพระธรรมวินัยนี้
ถ้าบุคคลมิได้ปฏิบัติตามคำชี้แนะแห่งอาจารย์ของตน
เขาจะหวังได้รับประโยชน์จากเพื่อนพ้องที่ยังรักสนุกของเขาได้อย่างไร

การเสแสร้งและฉ้อฉลย่อมนำมาซึ่งความไม่น่ายินดีโดยตรง
การทะเลาะวิวาทและไม่ปรองดองกันนำโชคร้ายมาให้
ถ้าไม่เลือกโอกาสอันเหมาะควรในการกล่าวถึงความสัตย์จริง ย่อมอาจเสียดแทงจิตใจของผู้คนได้
เมื่อบุคคลยังเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว เขาจะใช้ชีวิตตามแบบอย่างของสมณะได้อย่างไร
คำแนะนำซึ่งบุคคลได้รับ ย่อมจะยิ่งลึกซึ้งมากขึ้นไปอีก
ถ้าเขาจะได้เพ่งพิจารณามีธัมมวิจัยอย่างสงบสงัดแต่ผู้เดียว

ท่านมหาสมณะแห่งทิเบต ท่านมีจริตนิสัยแห่งกวี
ส่วนอาตมาไม่ค่อยถนัดในการสาธยาย
แต่เป็นด้วยความเบิกบานใจในวันนี้ อาตมาจึงได้กล่าวแสดง
พวกเราทั้งหลายคงจะได้พบกันอีกในเร็ววันนี้ ณ ดินแดนอันบริสุทธิ์ที่ยิ่งกว่าสุขแห่งอสังขตธรรม

ท่านธรรมโพธิ และท่านมิลาเรปะได้สนทนากันอย่างร่าเริงเป็นระยะเวลาพอสมควร จึงได้แยกย้ายกันกลับ
เมื่อท่านมิลาเรปะและบรรดาสานุศิษย์กลับมาถึงนะยานัน ผู้คนในหมู่บ้านออกมาต้อนรับ และซักถามถึงการไปพบกับท่านธรรมโพธิ ท่านมิลาเรปะได้เล่าให้ฟังว่า

เมื่อดวงจันทร์หรือดวงอาทิตย์ทอแสงจรัสขึ้นเหนือขอบฟ้า ทวีปทั้งสี่ย่อมสว่างไสวไปทั่ว
เมื่อความชื้นและไออุ่นล้อมรอบมวลพฤกษา ผลไม้ย่อมจักงอกงามแตกรวง
เมื่อมารดาและบุตรได้พบกัน ความเจ็บปวดจากการโหยหาอาลัยก็ยุติลง
เมื่อวิสุทธิบุคคลได้ปรากฏขึ้นมา โลกย่อมผาสุกและรุ่งเรืองไพบูลย์
เมื่อท่านธรรมโพธิจาริกมายัง บัลโบซั่น อาตมา มิลาเรปะ แห่งทิเบตก็ได้ไปพบท่าน ณ ที่นั้นด้วย
ท่านลุกขึ้นต้อนรับและน้อมกายลงคารวะอาตมา หมู่ชนจึงเต็มไปด้วยความสงสัยและประหลาดใจ
การที่ท่านกราบลงเบื้องหน้าอาตมานั้น คือนิมิตหมายแห่งเอกสภาวะเดียวของสรรพสิ่ง
การที่ท่านกล่าวถามถึงสุขภาพและภารกิจของอาตมานั้น
เป็นนิมิตหมายแห่งการสวมกอดของท่าน
อาตมากล่าวตอบคำถามอันเปี่ยมด้วยเมตตาธรรมของท่าน
ด้วยการแสดงถึงสุญญตภาวะซึ่งสถิตอยู่ในวิหารแห่งความไม่กำหนดหมายแบ่งแยกออกเป็นคู่ๆ
เราทั้งสองได้มีวจีกรรมอันแจ่มกระจ่างต่อกันด้วยความเบิกบานใจโดยปราศจากถ้อยคำ
ด้วยความปรารถนาอันบริสุทธิ์ในอดีต จึงเป็นเหตุให้มีการพบกันในวันนั้น
อาตมาย่อมเคยมีสัมพันธภาพกับท่าน
มาตั้งแต่ครั้งสมัยที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลก
การได้พบปะกับบรรดาญาติธรรมในครั้งนี้ ก่อให้เกิดปีติสุขอันน่าอัศจรรย์
มันจะถูกโจษขานไปทั่วสารทิศนานเท่านานทีเดียว

ชาวบ้านนะยานันต่างพากันตื้นเต้น ยินดี ที่ได้ทราบถึง การน้อมคารวะของท่านธรรมโพธิ ชื่อเสียงเกียรติ์คุณของท่านมิลาเรปะ ขจรขจายไปมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
นี้คือ ตำนานเรื่องราว ที่ท่านมิลาเรปะพบกับท่านธรรมโพธิ

เกี่ยวกับท่านมิลาเรปะ
ตำนานแห่งหุบเขาอัญมณีแดง
การจาริกธุดงค์สู่ ลาชิ
ธรรมลีลาแห่งเทศกาลหิมะโปรย
วิวาทะกับเจ้าแม่ผู้ชาญฉลาด
มณฑล รักม่า
วิหารเทียมฟ้า จันแพน
ธรรมปิติของสมณะ
ท่านมิลาเรปะ กับนกพิราบ
หุบเขา วัชชระ สีเทา
ภิกษุ เรชุงปะ
ข้อตักเตือนถึงโอกาสที่หาได้ยากในการปฏิบัติธรรม
การค้นหาธรรมชาติแห่งจิตของชายเลี้ยงแกะ
ธรรมคีตาแห่งความตระหนักชัด
การมุ่งสู่โพธิญาณของสตรีเพศ
ธรรมคีตา ณ ที่พักผู้เดินทาง
พาลชนที่กลายเป็นสาวก
การพบกันที่สายธารสีเงินยวง
นิมิตหมายแห่งพระธรรมจากไม้เท้า
ข้อชี้นำยี่สิบเอ็ดประการ
ภิกษุ กาชอนเรปะ
คำตักเตือนสำหรับท่าน ธัมมะวอนชู
การแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ณ ภูเขาหิมะดีซี
การบรรลุธรรมจักษุของท่าน เรชุงปะ
การกลับใจของชาวลัทธิ บอน ผู้กำลังจะตาย
แสดงธรรมกับหญิงสาวผู้ชาญฉลาด
นายพรานกับกวาง
พระราชาแห่ง เนปาล
เผชิญเจ้าแม่ ทเซรินมา
การกลับใจของเจ้าแม่ ทะเซรินมา
ข้อแนะนำเกี่ยวกับภาวะ สัมภเวสี
ทะเซรินมา กับการปฏิบัติสุญญตาธรรม
ข้อตักเตือนสำหรับท่าน ดอจี วอนชู
การพบกับท่าน ธรรมโพธิ
เผชิญนักปริยัติ
เยือนอินเดียครั้งที่สามของท่าน เรชุงปะ
ความตระหนักชัดของท่าน เมกอมเรปะ
สาลีอุยกับพระธรรม
เขาของตัวจามรี
การสำนึกผิดของ เรชุงปะ
ความที่ยิ่งกว่าสุข
ศิษย์เอก กัมโบปะ
นักปริยัติผู้กลับใจ
ธรรมปราโมทย์
แสดงอภิญญาจูงใจคน
รวมโศลกธรรมสั้นๆ
ธรรมเทศนาที่ภูผา บอนโบ้
แรงบันดาลใจ
ชินดอโมและเลซีบุม
แกะที่กำลังจะตาย
ธรรมคีตาแห่งการดื่ม
แด่ เรชุงปะ ด้วยเมตตา
เรชุงปะ สู่เมือง วู
พบท่าน ธัมปาสันจี
มิติแห่งสวรรค์
คำพยากรณ์แห่งเทพธิดา
คำตักเตือนคุณหมอ ยางงี
การจากไปของ เรชุงปะ
เรื่องราวของ ดราชิเซ
กัลยาณมิตร
ประจักษ์พยานแห่งการบรรลุธรรม
ปัจฉิมโอวาท
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com