Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

มิลาเรปะ

ทะเซรินมา กับการปฏิบัติสุญญตาธรรม

 ดึกสงัดของคืนวันหนึ่ง ท่านมิลาเรปะ ได้สัมผัสกับกลิ่นหอมประหลาดพร้อมๆกับได้ยินเสียงการมาเยือนของอาคันตุกะในยามวิกาล ในขณะที่ท่านมิลาเรปะกำลังรอดูอยู่นั้นเอง ทะเซรินมา ผู้มีอายุอันยืนยาวก็ปรากฏกายขึ้น นางสวมใส่อาภรณ์อันงดงาม นางและเพื่อนหญิงอีกสี่คนได้ตระเตรียม อาหารและเครื่องดื่มอย่างดี รวมทั้งได้นำเอาเครื่องกำยานหอมกรุ่นพร้อมดอกไม้สวยสด เพื่อมากราบนมัสการท่านด้วย นางได้กล่าวขึ้นว่า

ข้าแต่ท่านอาจารย์ผู้จุติลงมาสู่โลกภพด้วยบารมีอันยิ่ง
สมญานามว่าวัชระผู้แย้มยิ้มนั้น เป็นชื่อซึ่งท่านถูกเรียกโดยบรรดาคุรุทั้งหลายมิใช่หรือ
บิดามารดาเรียกท่านว่า ทูบาก้า ส่วนสาธุชนโดยทั่วไปรู้จักท่านในนาม พระอริยเจ้า ใช่หรือไม่หนอ
ท่านไม่ใช่บุคคลผู้มีสมญานามอันมหัศจรรย์ทั้งสามนี้ดอกหรือ

ทางซ้ายของภูเขา ลาแมน แจลโม ณ ริมฝั่งแม่น้ำโลหิดา กุฏิหลังน้อยของท่านอาจารย์สถิตอยู่
พญานาคราชผู้เป็นใหญ่ บรรเลงทิพย์ดนตรี ด้วยการเป่าหอยสังข์อันวิเศษของท่าน
กุฏิหลังนี้ได้แปรสภาพเป็นปราสาทแห่งกัลปพฤกษ์ของความได้ดังใจปรารถนาทุกประการแล้ว
ใช่หรือไม่หนอ

บนริมฝั่งแม่น้ำแห่งนี้ ในหุบเขาสมุนไพร
ท่านสมณะผู้มหัศจรรย์ ได้ปฏิบัติบำเพ็ญตามคำสอนอันสูงสุด ด้วยความวิริยะอุตสาหะอย่างยิ่ง
ท่านสละโลกธรรมทั้งแปดประการมาได้โดยเด็ดขาด ท่านจึงเป็นอิสระจากคุกตะรางแห่งสังสารวัฏ
ด้วยอิทธิฤทธิ์ของพวกเรา พวกเราทั้งห้าพากันมาเยือนท่าน เพื่อเปล่งสาธุการด้วยถ้อยคำอันไพเราะ
เราเป็นตัวแทนแห่งนิมิตหมายทั้งสี่ของสตรีเพศ อันได้แก่ ดอกบัว, หอยสังข์, กงจักร, และช้าง
ขอท่านอาจารย์จงได้ร่วมสวดสาธยายและปฏิบัติเพื่ออยู่เหนือกรรม
พระคุณเจ้ารู้ดีมิใช่หรือ ถึงอุบายวิธีทั้งสี่ ในการปฏิบัติ เพื่ออยู่เหนือกรรม
อันมีสี่ขั้นตอน ได้แก่ การหยั่งลง, การสมาทาน, การสละคืน, และการทำให้กระจ่าง
ถ้าเป็นดังนั้น ขอท่านอาจารย์ได้ประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติบำเพ็ญ ณ บัดนี้
มันได้ถูกกล่าวถึงในคัมภีร์ตันตระอันศักดิ์สิทธิ์ว่า
สมณะผู้ประเสริฐนั้นจักต้องโปรดบรรดาทวยเทพ ,เหล่านาคา, เหล่าอสูร, และมวลมนุษย์
ทั้งยังได้กล่าวไว้ด้วยว่า การบำเพ็ญเพื่ออยู่เหนือกรรมเป็นความเลิศยอดที่สุด
พวกเรามาที่นี่ในค่ำคืนนี้ ก็เพื่อจะได้เป็นประจักษ์พยานในการสวดสาธยายของท่านเกี่ยวกับเรื่องนี้
โอ้ ท่านสมณะผู้ยิ่งใหญ่ เรือนกายเปลือยเปล่าอันงดงามของท่าน ผ่องใสอยู่ด้วยฉัพพรรณรังสี

ท่านมิลาเรปะ ได้กล่าวแสดงธรรมว่า

อาตมาได้ยินเสียงอันไพเราะของพวกเธอ ดังขึ้นมาในยามวิกาล
ความนึกคิดของพวกเธอ ได้แสดงผ่านวจีสังขารของพวกเธอแล้ว
พวกเธอมีที่พำนักอยู่บนยอดภูเขาหิมะใช่หรือไม่หนอ?
มันอยู่ใต้หมู่เมฆซึ่งเป็นดังมวลบุบผามาลีแห่งห้วงเวหาที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว
ชีวิตอันยืนยาวและพลังอำนาจของพวกเธอล้วนมีเหตุปัจจัยมาจากกุศลผลบุญแห่งเมตตาธรรม
การที่พวกเธอเต็มไปด้วยความมั่งคั่ง ล้วนมีเหตุปัจจัยมาจากกุศลผลบุญแห่งการบริจาค
บริวารที่ซื่อตรงและอ่อนน้อมถ่อมตนของพวกเธอล้วนเกิดมาแต่กุศลผลบุญแห่งขันติธรรม

การที่พวกเธอขวนขวายในการประกอบกุศลกรรมโดยไม่รั้งรอ
นี้ย่อมเป็นนิมิตหมายแห่งความวิริยะอุตสาหะ
การที่พวกเธอได้มาพบอาตมาในชีวิตนี้
ได้พิสูจน์ถึงความปรารถนาอันบริสุทธิ์ในอดีตชาติของพวกเธอ
อาตมาจะได้แสดงธรรมเพื่อเป็นประจักษ์พยานแห่งสัมพันธภาพอันลึกล้ำที่มีต่อกัน

อาตมาเป็นผู้ศึกษาปฏิบัติตามแนวทางคำสั่งสอนของท่าน นาโรปะ
ผู้เชี่ยวชาญยิ่งนักในการบำเพ็ญสมถะและวิปัสสนา
มันเป็นความจริงที่ว่า ในบรรดาของกำนัลทั้งปวงนั้น สุญญตาธรรมย่อมมีคุณค่าสูงที่สุด
มหัศจรรย์อย่างแท้จริง คือสุญญตาธรรมอันสมบูรณ์ทั้งสี่

ใบหน้าที่มีรัศมีผ่องใสและสัญลักษณ์อันได้แก่ดอกบัวนั้น
ย่อมเป็นนิมิตหมายแห่งปีติสัมโพชฌงค์
ทรวดทรงของหอยสังข์ ย่อมเป็นนิมิตหมายแห่งปัสสัทธิสัมโพชฌงค์
กงจักรย่อมเป็นนิมิตหมายแห่งการขจัดอวิชชา
ส่วนช้างนั้นเป็นนิมิตหมายแห่งการตรัสรู้

แม่เทพธิดาผู้มีอายุอันยืนยาว เธอเป็นความ แจ่มใส เป็นสง่าราศี และเป็นอิสระจากโทษภัย
ในดอกบัวแห่งปัญญาอันเร้นลับของเธอ
เกสรตัวเมีย “บแฮม” รอพร้อมอยู่แล้ว
เกสรตัวผู้สีน้ำเงิน “ฮัม” ถูกเปรียบว่าเป็นดังรัตนชาติ
และเมื่อหลอมรวมกันด้วย “แพด”
แก่นสารสาระแห่งปรมัตถ์สัจจะ ย่อมเข้ารูปเข้ารอยเป็นอย่างดี
เมื่อปรีชาญาณและประสบการณ์อันช่ำชองดำเนินไปด้วยกันอย่างมีเอกภาพ
ความที่ยิ่งกว่าสุขแห่งเอกสภาวะเดียวของทวิลักษณ์ ก็ปรากฏ
อันเป็นการได้รับของกำนัลที่มีค่าสูงสุด

การบรรลุถึงสภาพที่ยิ่งกว่าสุขและขณะแห่งขั้นตอนทั้งสี่ คือแก่นสารสาระของกายทั้งสี่แห่งพุทธะ
เหมือนกับการคืบคลานและจุ่มตัวลงในบึงของเต่า นี้คือความหมายของการหยั่งลง
และแล้วย่อมดำรงมั่นอยู่ในมัชฌิมาปฏิปทา อันหมายถึงการสมาทาน
และเหมือนสุนัขไล่เนื้อ ที่หยุดหันตัวกลับ อันเป็นนิมิตหมายแห่งการสละคืน
ต่อมา เมื่อเธอกระจายมันออก โดยใช้สุญญตาแห่งการปลดปล่อยสู่ความอิสรเสรี
“แก่นสาร” คือสัมมาอริยมรรคสู่พระนฤพาน
“แห่งสัจจะสูงสุด” คือสภาพที่ยิ่งกว่าสุขแห่งเอกสภาวะเดียว
“วิปัสสนา” คือธรรมวิจัยในรูปแบบต่างๆ
“จดจ่อกับ” คือการผสมกันระหว่าง ความที่ยิ่งกว่าสุขและสุญญตภาวะ
“สุญญตา” คือการจดจ่อกับ ‘สุญญตาธรรม’ และ ‘สิ่งที่ธรรมชาติปรากฏให้รู้เห็นได้’
และ “ธรรม” คือการหลอมรวมกันของ สังสารวัฏและพระนิพพาน

“วิปัสสนา” คือสัมผัส ‘สุญญตาธรรม’ และจดจ่อบน ‘สิ่งที่ธรรมชาติปรากฏให้รู้เห็นได้’
“จดจ่อกับ” คือการทำ ‘สุญญตาธรรม’ และ ‘สิ่งที่ธรรมชาติปรากฏให้รู้เห็นได้’ ให้สัมพันธ์กัน
“สุญญตา” คือการหลอมรวมกัน ของความที่ยิ่งกว่าสุขและสุญญตภาวะ
ขณะที่ “ธรรม” ไม่ใช่การไป จนพ้นอย่างสุดโต่ง
นี้คือเส้นทางดำเนินที่รวดเร็วของการหลอมรวมกัน มันเป็นมรรคาที่เต็มไปด้วยความผาสุก
เป็นมรรคาของการสั่งสมสัมฤทธิ์ผลแห่งสุญญตาธรรมอันสว่างไสว
เป็นการนำพาสู่ธรรมกายที่ไม่มีการแบ่งแยก
เป็นการนำพาบุคคลสู่สัมโภคกายอันสมบูรณ์
และเป็นการนำพาสู่การเปิดเผยของสุญญตภาวะแห่งนิรมานกาย
นี้เป็นเส้นทางดำเนินแห่งสภาพที่ยิ่งกว่าสุข
ของสุญญตาธรรม, ของการปราศจากความนึกคิด, และของเอกสภาวะเดียวแห่งทวิลักษณ์
เป็นมรรคาที่มีการช่วยเกื้อหนุนอย่างรวดเร็ว โดยเทพธิดา
ด้วยการดำเนินตามมรรคาอันน่าประทับใจนี้
เธอ แม่เทพธิดา จักบรรลุถึงความอิสรเสรี และเธอจักสถิตอยู่ในอาณาจักรแห่งความไม่อุบัติอีก
โอ้ แม่เทพธิดาผู้มีพรสวรรค์ เธอช่างเป็นผู้ที่มีศักยภาพสูงส่งจริงๆ

จากนั้น ความว่างเปล่าแห่งกรรมหรือสุญญตากรรม ได้ถูกอภิเษก ขณะที่ เทพธิดาทั้งห้า ปฏิญาณถวาย กาย วจี และมโน และประเคนอาหารพร้อมเครื่องดื่ม ต่อท่านมิลาเรปะ
ในท่ามกลางเทพธิดาทั้งห้า ซึ่งประกอบไปด้วย เทพธิดาผู้แจ่มใสและมีอายุยืนยาว, ดร๊อกแมนซูลีม่าแห่งภูเขาหิมะลาชิ, แมนโมแห่งลินปา ดรั๊ก, ธโซแมนม่าแห่งเนปาล, และยิดาโม แห่งภูเขาหิมะยลโม บุคคลที่สามารถเข้าถึงสุญญตากรรมได้ดีที่สุด คือ เทพธิดาผู้แจ่มใสและมีอายุยืนยาว
นี้คือตำนานเรื่องราวที่ท่านมิลาเรปะ วัชระผู้แย้มยิ้ม พบกับ เทพธิดาผู้แจ่มใสและอายุยืนยาว และมีการปุจฉาวิสัชชนา ที่ถูกตั้งชื่อว่า “สร้อยประคำแห่งปรีชาญาณ ของความที่ยิ่งกว่าสุขและสุญญตภาวะ”
ตำนานเรื่องราวที่เทพธิดาผู้แจ่มใสและมีอายุยืนยาว พบกับ ท่านมิลาเรปะ รวมทั้งคำสอนมากมายของท่านมิลาเรปะ และคำอาราธนาของเทพธิดาทั้งห้า ถูกรจนาและเรียบเรียงขึ้นโดย ท่าน โพธิรักษา และ เรปะชิวาอุย

สุญญตาธรรมอันสมบูรณ์ทั้งสี่ ในโศลกบทนี้ ไม่ได้มีคำอธิบายไว้ท้ายบท ผู้แปลไทยเข้าใจว่า น่าจะหมายถึง

1. สัจจะสูงสุด หรือ สุญญตาธรรม หมายถึงความว่างเปล่าแห่ง การดำรงอยู่ที่เป็นไปตามจิตสังขารด้วยอวิชชาซึ่งหยั่งลงเป็นสามัญสำนึกโดยสันดาน ของ สิ่งที่ธรรมชาติปรากฏให้รู้เห็นได้ทั้งปวง
2. สัจจะตามธรรมเนียมนิยม หรือ สมมุติสัจจะ หมายถึง การ สักว่าเห็น สักว่าได้ยิน สักว่าลิ้มรส สักว่ากายสัมผัส ต่อ สิ่งที่ธรรมชาติปรากฏให้รู้เห็นได้ทั้งปวง ในจุดยืนของผู้ที่บรรลุสุญญตาธรรมแล้ว
3. การหลอมรวมกันของสองสัจจธรรมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หมายถึงสองสัจจธรรม อันคือ ความว่างเปล่าหรือสัจจะสูงสุด กับ ความสักว่าปรากฏหรือสมมุติสัจจะ หลอมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในจุดยืนของพระอริยบุคคล สิ่งที่ธรรมชาติปรากฏให้รู้เห็นได้ทั้งปวง เป็นสักว่าปรากฏ เพราะว่าบรรดาพระอริยบุคคล บรรลุถึงความจริงสูงสุดที่ว่า สิ่งซึ่งธรรมชาติปรากฏให้รู้เห็นได้ทั้งปวง ในจุดยืนของบรรดาปุถุชนคนธรรมดาสามัญ อันที่จริงแล้ว ล้วนว่างเปล่าจาก การดำรงอยู่ที่เป็นไปตามจิตสังขารด้วยอวิชชาซึ่งหยั่งลงเป็นสามัญสำนึกโดยสันดาน ดังนั้น สิ่งที่ธรรมชาติปรากฏให้รู้เห็นได้ จึงเป็นวีถีแห่งการปรากฏของความว่างเปล่า สำหรับพระอริยบุคคล
4. การที่สองสัจจะธรรมถูกแยกแยะให้สักว่าแตกต่างกัน หมายถึง ปฏิเวธธรรมในพระอริยบุคคลผู้มีความช่ำชองในการบรรลุถึงสองสัจจธรรม ย่อมสามารถแยกแยะสองสัจจธรรมให้สักว่าแตกต่างกันด้วย ทั้งๆที่มันเป็นหนึ่งเดียวกัน

ข้าพเจ้าถือเอาหลักสุญญตาธรรมทั้งสี่ข้อนี้ เข้าไปช่วยแปลความหมายหลังคำทิเบต “Las” “Kyi” “Phyag” และ “rGya” ซึ่งใช้นำหน้าบทกวีแต่ละบรรทัดเพื่อให้อ่านตามแนวตั้งได้ด้วย (เหมือนของไทย) ตามลำดับ วลี‘สุญญตาธรรม’ แทนคำว่า ‘นี้’ และวลี ‘สิ่งที่ธรรมชาติปรากฏให้รู้เห็นได้’ แทนคำว่า ‘นั้น’ เพราะถ้าใช้คำว่า ‘นี้’ กับ ‘นั้น’ ตรงตามภาษาอังกฤษต้นฉบับที่ใช้สำหรับแปลเป็นภาษาไทย อ่านแล้วไม่ได้ใจความ …..ผู้แปลไทย

เกี่ยวกับท่านมิลาเรปะ
ตำนานแห่งหุบเขาอัญมณีแดง
การจาริกธุดงค์สู่ ลาชิ
ธรรมลีลาแห่งเทศกาลหิมะโปรย
วิวาทะกับเจ้าแม่ผู้ชาญฉลาด
มณฑล รักม่า
วิหารเทียมฟ้า จันแพน
ธรรมปิติของสมณะ
ท่านมิลาเรปะ กับนกพิราบ
หุบเขา วัชชระ สีเทา
ภิกษุ เรชุงปะ
ข้อตักเตือนถึงโอกาสที่หาได้ยากในการปฏิบัติธรรม
การค้นหาธรรมชาติแห่งจิตของชายเลี้ยงแกะ
ธรรมคีตาแห่งความตระหนักชัด
การมุ่งสู่โพธิญาณของสตรีเพศ
ธรรมคีตา ณ ที่พักผู้เดินทาง
พาลชนที่กลายเป็นสาวก
การพบกันที่สายธารสีเงินยวง
นิมิตหมายแห่งพระธรรมจากไม้เท้า
ข้อชี้นำยี่สิบเอ็ดประการ
ภิกษุ กาชอนเรปะ
คำตักเตือนสำหรับท่าน ธัมมะวอนชู
การแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ณ ภูเขาหิมะดีซี
การบรรลุธรรมจักษุของท่าน เรชุงปะ
การกลับใจของชาวลัทธิ บอน ผู้กำลังจะตาย
แสดงธรรมกับหญิงสาวผู้ชาญฉลาด
นายพรานกับกวาง
พระราชาแห่ง เนปาล
เผชิญเจ้าแม่ ทเซรินมา
การกลับใจของเจ้าแม่ ทะเซรินมา
ข้อแนะนำเกี่ยวกับภาวะ สัมภเวสี
ทะเซรินมา กับการปฏิบัติสุญญตาธรรม
ข้อตักเตือนสำหรับท่าน ดอจี วอนชู
การพบกับท่าน ธรรมโพธิ
เผชิญนักปริยัติ
เยือนอินเดียครั้งที่สามของท่าน เรชุงปะ
ความตระหนักชัดของท่าน เมกอมเรปะ
สาลีอุยกับพระธรรม
เขาของตัวจามรี
การสำนึกผิดของ เรชุงปะ
ความที่ยิ่งกว่าสุข
ศิษย์เอก กัมโบปะ
นักปริยัติผู้กลับใจ
ธรรมปราโมทย์
แสดงอภิญญาจูงใจคน
รวมโศลกธรรมสั้นๆ
ธรรมเทศนาที่ภูผา บอนโบ้
แรงบันดาลใจ
ชินดอโมและเลซีบุม
แกะที่กำลังจะตาย
ธรรมคีตาแห่งการดื่ม
แด่ เรชุงปะ ด้วยเมตตา
เรชุงปะ สู่เมือง วู
พบท่าน ธัมปาสันจี
มิติแห่งสวรรค์
คำพยากรณ์แห่งเทพธิดา
คำตักเตือนคุณหมอ ยางงี
การจากไปของ เรชุงปะ
เรื่องราวของ ดราชิเซ
กัลยาณมิตร
ประจักษ์พยานแห่งการบรรลุธรรม
ปัจฉิมโอวาท
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com