Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

มิลาเรปะ

การกลับใจของชาวลัทธิ บอน ผู้กำลังจะตาย

 เช้าตรู่วันหนึ่ง ระหว่างที่ท่านมิลาเรปะ จำพรรษาอยู่ที่ดราจาดอจีซั่น ได้มีเทพธิดาหลายองค์แต่งกายเหมือนหญิงทั่วๆไปเข้ามานมัสการท่าน และได้กล่าวคำอาราธนาพร้อมทั้งพยากรณ์ว่า
โอ้ ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้สงบระงับแต่เต็มไปด้วยพลังอำนาจแฝงเร้นอันยิ่งใหญ่
ท่านผู้เป็นดุจพญาราชสีห์ในท่ามกลางสรรพชีวิตทั้งปวง ณ ดินแดนหิมะแห่งนี้
ท่านเป็นผู้เดียวที่มีปัญญาญาณหยั่งรู้ถึงสัจจะสภาวะธรรมแห่งสังสารวัฎและพระนิพพาน
จงได้โปรดฟังคำพยากรณ์ของพวกเราเทพธิดาสี่พี่น้อง

เช้าตรู่ในวันพรุ่งนี้ ขอให้ท่านจงไปยังฝั่งตะวันออกของทะเลสาบบัลแตง
ในที่ซึ่งผู้คนพากันสั่งสมบาปกรรมเพิ่มพูนขึ้นในตน
ขอท่านผู้เป็นดุจพญาราชสีห์แห่งภูเขาหิมะ
จงได้เมตตากรุณาชักนำพวกเขาทั้งหลายให้หลีกเลี่ยงหนทางดำเนินที่ผิดพลาด
มาสู่ทิศทางแห่งสัมมาอริยมรรคด้วยเถิด

เมื่อกล่าวคำอาราธนาพร้อมทั้งพยากรณ์จบ เทพธิดาทั้งสี่พี่น้อง ก็อันตรธานไป

ในวันต่อมา ท่านมิลาเรปะ ได้เดินทางไปทางตะวันออก ระหว่างทางสู่ทะเลสาบบัลแตง ได้มีชายเลี้ยงแกะเฝ้าสังเกตเห็นว่า ขณะที่ ท่าน มิลาเรปะ เดินอยู่นั้น ฝ่าเท้าของท่านมิได้สัมผัสพื้นดินเลย จึงติดตามท่านมาด้วยความศรัทธาอย่างท่วมท้น เขาได้ถวายอาหารที่ตนนำติดตัวมากับท่าน และขอให้ท่านแสดงธรรมให้ฟัง ท่านมิลาเรปะได้แสดงถึงกฎแห่งกรรม โทษภัยแห่งสังสารวัฏ ความยากเย็นในการได้เกิดเป็นมนุษย์ ความยากเย็นในการได้รับสรีระของมนุษย์ และความยากเย็นในการดำรงชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อม และสุดท้าย คือความยากเย็นในการเผชิญกับความตายที่ไม่อาจพยากรณ์ได้และไม่ได้เชื้อเชิญ เมื่อได้ฟังท่านมิลาเรปะ ชี้ให้เห็นโทษภัยในสังสารวัฏอันทุกข์ทรมานอย่างชัดแจ้ง ชายเลี้ยงแกะกล่าวว่า “ท่านลามะ ข้อตักเตือนของท่านถึงความทุกข์ทรมานในสังสารวัฏ ทำให้กระผม รู้สึกหมดความสนใจใยดีต่อการได้มาหรือสูญเสียไป, หมดความสนใจต่อโลกียสุขและความพลัดพรากจากมัน กระผมคิดว่าไม่อาจทนอยู่กับมันได้อีกต่อไป ได้โปรดให้ข้อชี้แนะกระผม ซึ่งสามารถช่วยเหลือกระผมได้” ท่านมิลาเรปะตอบว่า “ดีเลย อาตมาจะสั่งสอนเธอ” ชายเลี้ยงแกะได้บอกท่านว่า “กระผมรู้จักถ้ำเร้นลับ มาโมซั่น จงไปที่นั่นกันเถิด”
เมื่อมาถึงถ้ำ ชายเลี้ยงแกะได้ปรนนิบัติท่านมิลาเรปะ และขอร้องให้ท่านสั่งสอนเพื่อปลดปล่อยตนเองออกจากสังสารวัฏอันทุกข์ทรมาน จากนั้นท่านมิลาเรปะได้สอนชายเลี้ยงแกะถึงวิธีบำเพ็ญสมาธิภาวนา ต่อมาอีกไม่นาน ชายเลี้ยงแกะได้แสดงความวางใจในตัวท่านและกล่าวว่า “เมื่อกำลังบำเพ็ญสมาธิภาวนา กระผมรู้สึกสงบสันติมาก และไม่มีความทุกข์ใดๆปรากฏเลย แต่ครั้นจิตเริ่มท่องเที่ยวอีก ภาพหลอกหลอนอันน่าสะพรึงกลัวแห่งสังสารวัฏก็ปรากฏต่อหน้าของกระผม กระผมไม่สามารถทนกับประสบการณ์อันนี้ได้ ขอความเมตตาอันยิ่งใหญ่ของท่าน ได้นำพากระผมสู่ความสุขที่เป็นอมตะด้วยเถิด” ท่านมิลาเรปะตอบว่า “ถ้าเธอปรารถนาความสุขอย่างต่อเนื่อง ต้องละเลิกอกุศลกรรมทั้งปวง และดูตัวอย่างจากอาตมา ในการประกอบกุศลกรรมทั้งปวง” ชายเลี้ยงแกะตอบว่า “กระผมเต็มใจที่จะกระทำตามนั้น เพื่อบรรลุถึงอมตะสุข กระผมขอเป็นข้าทาสรับใช้ท่าน โปรดนำกระผมไปกับท่านด้วยเถิด”
ท่านมิลาเรปะได้ให้คำแนะนำสั่งสอนอันล้ำลึกแกชายเลี้ยงแกะ ไม่ช้าไม่นาน ชายเลี้ยงแกะได้บรรลุธรรม เป็นศิษย์เอกของท่านคนหนึ่ง มีนามว่า ซีโวเรปะ
เช้าวันเดียวกับที่พบซีโวเรปะ เทพธิดากล่าวกับท่านว่า “มีสถานที่ชื่อว่า ลาปู ท่านควรจะได้ไปที่นั่น” ท่านมิลาเรปะ จึงได้เดินทางไปยังลาปู อันเป็นสถานที่ซึ่งคหบดีในลัทธิบอนผู้ซึ่งมีบุตรหลายคน พำนักอาศัยอยู่ เมื่อไม่นานมานี้เอง เขาเริ่มป่วยหนักมากอยู่ที่บ้านพัก วันหนึ่งขณะที่ท่านมิลาเรปะไปเยี่ยม บุตรชายคนหนึ่งในจำนวนหลายคนของเขาได้รับคำแนะนำจากหมอผี ให้ทำพิธีฆ่าตัวจามรี แพะ และแกะ อย่างละร้อยตัว เพื่อการบูชายัญอุทิศ แด่นักบวชแห่งลัทธิบอน ท่านมิลาเรปะ ได้เข้าไปบิณฑบาตยังบ้านคหบดีผู้นี้ ท่านได้แลเห็นผู้คนมากมายเดินเข้าออกกันพลุกพล่าน บุตรบางคนขอให้ท่านอย่าเพิ่งเข้ามารบกวนในเวลาเช่นนี้ ขณะที่ญาติมิตรและนายแพทย์แวดล้อมอยู่ที่เตียงคนป่วยเพื่อตรวจสอบอาการ ท่าน มิลาเรปะ ได้ถือโอกาสแทรกตัวเข้าไปดูด้วย เพียงคหบดีได้แลเห็นดวงหน้าของท่านมิลาเรปะ เขาก็บังเกิดศรัทธาขึ้นมาอย่างท่วมท้นเป็นที่น่าอัศจรรย์ พฤติภาพของดวงจิตผันแปรไปอย่างรวดเร็ว เขาเกาะกุมชายจีวรของท่านเอาไว้พร้อมกับพูดด้วยน้ำตานองหน้าว่า “ท่านลามะ ชีวิตของกระผมใกล้วาระสุดท้ายเต็มทีแล้วขอให้ท่านได้โปรดกรุณาช่วยเหลือด้วยความเมตตา” ท่านมิลาเรปะกล่าวว่า “เป็นเรื่องดี ที่มีศรัทธาในอาตมา ถ้าอาตมาสามารถรักษาท่านให้หายได้ ท่านจะสามารถสละโลกทั้งปวงและปฏิบัติธรรมได้หรือไม่?” คหบดีได้กล่าวปฏิญาณว่า “ถ้ากระผมหายจากโรคนี้ กระผมจะทำตามที่ท่านพูดทุกอย่าง ไม่ใช่เฉพาะกระผมที่จะปฏิบัติธรรม แม้แต่บุตรของกระผมก็จะพากันกลับกลายเป็นพุทธศาสนิกชนด้วย” ท่าน มิลาเรปะดำริว่า “นี้เป็นโอกาสที่จะช่วยกลับใจผู้คนเป็นจำนวนมากจากความชั่วร้ายในสถานที่นี้ตามคำพยากรณ์ของเทพธิดา” ท่านมิลาเรปะกล่าวกับคหบดีว่า “คุณโยมอาจฆ่าจามรีและแพะทั้งหมด ตามความปรารถนาของคุณโยม แต่มันไม่ได้เป็นไปเพื่อรักษาความเจ็บป่วยของคุณโยมแต่อย่างใด แต่กลับจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง มันย่อมเป็นการดีกว่า ที่จะปล่อยสัตว์พวกนั้นไป อันที่จริงแล้ว อาตมารู้จักวิธีที่จะรักษาคุณโยมได้อย่างแน่นอน แรกเริ่มขอถามว่า คุณโยมนับถือศาสนาอะไร?” คนป่วยตอบว่า “โยมไม่เชื่อในศาสนาพุทธ โยมศรัทธาศาสนาบอน” ท่านมิลาเรปะกล่าวว่า “กรณีเช่นนี้ คุณโยมต้องไม่ให้นายแพทย์และนักบวชในลัทธิบอนเข้าร่วมพิธีด้วย อาตมาจะจัดพิธีกรรมของบอนซึ่งสามารถช่วยให้คุณโยมฟื้นไข้” บุตรคนโตของคหบดีกล่าวว่า “กระผมเสนอให้พระในลัทธิบอนและลามะผู้นี้ ประกอบพิธีกรรมด้วยกัน ข้อเสนอนี้ไม่ดีกว่าหรือครับ?” ท่านมิลาเรปะตอบว่า “ข้อเสนอแนะของเธอก็ดีอยู่ แต่การมีหมอผีและนายแพทย์มากเกินไปนั้นช่วยเหลืออะไรไม่ได้ อย่างที่ได้เห็นๆกันอยู่แล้ว มันเป็นการดีกว่าที่ไม่ให้พวกเขาเข้าร่วมในพิธี” คหบดีกล่าวสนับสนุนท่านมิลาเรปะว่า “พวกเราควรทำตามท่านลามะ” ผู้คนเริ่มบ่นพึมพัมด้วยไม่แน่ใจว่าท่านมิลาเรปะจะสามารถรักษาผู้ป่วยได้ ทั้งหมดมีความกังวลเพิ่มมากขึ้น
คนป่วยได้ถามท่านมิลาเรปะว่า “เราจะฆ่าสัตว์อะไรดี เพื่อบูชายันต์” ท่านมิลาเรปะตอบว่า “วิธีของอาตมาไม่จำเป็นต้องบูชายันต์ อาตมามีบทสวดภาวนาด้วยท่วงทำนองลีลาแบบบอนของอาตมา จงตั้งใจฟังให้ดี” ท่านมิลาเรปะได้สวดบทโศลกชื่อ “ข้ออุปมาแห่งสมาชิกยี่สิบสองคนในครอบครัว”

เมื่อแรกเริ่มแห่งกาลเวลาอันหาจุดตั้งต้นไม่ได้นั้น ปรากฏการณ์ทั้งหลายก็บังเกิดขึ้นแล้ว
ในขณะแรกแห่งการบังเกิดนั้น รูปธรรมภายนอกปรากฏดังสิ่งซึ่งดำรงอยู่จริงตามที่ทึกทักกัน

การประชุมกันของธาตุต่างๆ การก่อตัวของสารประกอบ บ้านเมืองใหญ่โต
ภพทั้งสามแห่งสังสารวัฏ
จิตภาวะในภายในซึ่งมีธรรมชาติรับรู้ได้
ถูกสั่งสมความกำหนดหมายแยกแยะคุณค่าของสิ่งต่างๆขึ้นมา
จึงทำให้เกิดการหล่อหลอมเอกลักษณ์อันเป็นปัจเจกภาพของแต่ละบุคคล
ในดวงจิตอันสว่างไสวว่างเปล่าและสมบูรณ์พร้อมด้วยสติ
ได้บังเกิดความเห็นความเข้าใจอันมีนัยยะหลากหลายสุดคณานับ
และนี้เองคือมูลรากแห่งการก่อกำเนิดของกรรมและกิเลสทั้งมวล

สรรพสิ่งที่ปรากฎให้สัมผัสรับรู้ได้บนโลกภพอันทุกข์ทรมานนี้ล้วนเป็นเพียงมายา
เพราะการก่อตัวของรูปลักษณะสภาวะทั้งหลายทั้งปวงอันผันแปรอยู่ตลอดเวลา ล้วนเป็นมายาลวง
จนกล่าวได้ว่าไม่มีการดำรงอยู่ของอะไรที่มีตัวตนของมันเอง
ด้วยการยึดมั่นในนิมิตแห่งพระผู้เป็นเจ้าและพระบิดาผู้สร้าง
บุคคลย่อมกำหนดหมายทิศทางดำเนินของจิตอันมีธรรมชาติที่ว่องไวไปสู่การยึดถืออัตตาตัวตน
ด้วยการมีอุปาทานยึดมั่นในนิมิตหมายแห่งพระมารดาผู้สร้างและพระแม่เจ้า
ดวงจิตของบุคคลย่อมเกาะเกี่ยวไปกับสิ่งทั้งปวง

เมื่อพระบิดาและพระมารดารวมตัวกัน
ย่อมก่อให้เกิดบุตรชายอันได้แก่ปฏิจจสมุปบาทธรรมสิบสองอาการ
และธิดาแห่งมิจฉามรรคอันมีองค์แปด
เมื่อรวมสมาชิกทั้งครอบครัวก็กลายเป็นยี่สิบสองคน

การก่อกำเนิดของครอบครัวนี้ เป็นผลให้เกิดกิเลสแปดแสนสี่หมื่นวิถีทาง
รวมทั้งความลังเลสงสัยอีกสามร้อยหกสิบรูปแบบ บังเกิดตามมา
ดังนั้นความชั่วร้ายและอุปสรรคแปดหมื่นประการ จึงถูกสร้างขึ้นมา
เป็นผลให้เกิดโรคภัยถึงสี่ร้อยสี่ชนิด

นี้เป็นธรรมคีตาบทที่หนึ่งของอาตมาที่ว่าด้วยเรื่องสมาชิกในครอบครัว

สมาชิกในครอบครัวทั้งยี่สิบสองคนมีโรคภัยคุกคามอยู่ตลอดเวลา
ทั้งหมดถูกพันธนาการไว้ด้วยความมืดบอดแห่งอวิชชา
และต้องทุกข์ทรมานในหลายรูปแบบมากมายจนสุดที่จะคณานับได้
พิษไข้เผาผลาญสรีระเบื้องบนของเขา ขณะที่ไฟแห่งโทสะร้อนระอุอยู่ภายใน
ไม่ผิดอะไรกับตัวจามรีที่กำลังคลุ้มคลั่ง เขาทั้งหลายร้องครวญครางออกมาจากก้นบึ้งแห่งดวงใจ
ความหนาวสะท้านเกาะกุมเย็นยะเยือกบริเวณสรีระเบื้องล่างของเขา
วังวนแห่งความอยากใคร่ ผลักไสดุนดันไปสู่ความร่านทุรนอันมีสภาพทนได้ยาก

ความมืดบอดแห่งอวิชชาก่อโรคขึ้นที่สรีระส่วนกลาง
การสั่งสมอุปาทานยึดมั่นในอัตตาตัวตนเพิ่มพูนขึ้นจนทำให้เขาพุงโลเพราะท้องมาร
ความยุ่งยากอันเกิดจากการผิดปรกติของลมปราณส่วนย่อยในภายใน
ย่อมทำให้ถึงกับสำลัก เมื่อกลืนกินเอาความหยิ่งผยองลำพองตนเข้าไป
สำหรับโรคร้ายที่เกาะกุมอยู่ในดวงใจ คือการที่เขาทั้งหลายเอาแต่คอยจ้องติเตียนปรักปรำผู้อื่น
ในขณะเดียวกันกับที่เฝ้าสรรเสริญเยินยอตนเอง
เขาสร้างเตียงนอนขึ้นด้วยกิเลสนิวรณ์ทั้งห้าประการอันเต็มไปด้วยเชื้อโรคร้ายแรง

อวิชชาสังขารที่ดำเนินอย่างต่อเนื่องในดวงจิต
ก่อให้เกิดการกำหนดหมายแยกแยะคุณค่าของสิ่งทั้งปวง
ว่าเป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้อย่างบ้าคลั่งไร้สาระสิ้นเชิง
ทำให้เขาทั้งหลายต้องสูญเสียโอชารสแห่งการสั่งสมกุศลธรรม
การดับกระหายด้วยน้ำดื่มที่เจือปนด้วยบาปอกุศล ทำให้เขาสำรอกเอาธรรมโอสถออกมา

เขาพ่นน้ำลายแห่งวจีทุจริตอันหาสาระมิได้ออกไปในทิศทั้งสิบ
เขาพากันสวมใส่อาภรณ์แห่งโลกธรรมทั้งแปด
เตียงนอนของเขาล้อมรอบอยู่ด้วยบรรดาวงค์ศาคณาญาติอันได้แก่สังโยชน์ทั้งสิบประการ
เมฆหมอกอันหนาทึบห่อหุ้มจิตใจของเขา จนทำให้หลงวนเวียนอยู่ในความลังเลสงสัย
นานับประการ
เต็มไปด้วยความใคร่อยากต่อบรรดาเครื่องอุปโภคบริโภค
ความมืดบอดและสิ้นหวังคืออาการของโรคร้ายนี้

นี้เป็นธรรมคีตาบทเรียนที่สองของอาตมาซึ่งกล่าวถึงความเจ็บป่วยนาๆประการ

บรรดาโรคภัยไข้เจ็บดังได้กล่าวแสดงมาแล้วนั้น จะสามารถเยียวยารักษาได้อย่างไรกันเล่า?!
ลัทธิบอน จะช่วยเหลือพร้อมทั้งกล่าวคำพยากรณ์ โดยมีอาตมาเป็นผู้สาธยาย

ทูตสวรรค์คือสัจจะธรรมแห่งความไม่ยืนยงของสรรพชีวิต
ถูกส่งลงมาเพื่อชี้แจงคำพยากรณ์
โหราจารย์ผู้ชำนาญการถูกเรียกหา
เครื่องป้องกันความสั่นครอนของศรัทธาถูกตระเตรียม
น้ำอมฤตแห่งความสุจริตถูกผสมคลุกเคล้าลงไป
กองข้าวบาเล่ย์พร้อมแล้วสำหรับฤกษ์ยามอันอุดม
ด้วยความเลื่อมใสบูชาต่อพระธรรม ข้อปุจฉาที่มีต่อคำสอนอันลึกซึ้งแห่งพระธรรม
ได้ถูกนำเสนอต่ออาจารย์ผู้รอบรู้

โหราจารย์ซึ่งเป็นคุรุผู้เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ เริ่มกำหนดจักรราศีของธาตุทั้งสี่
โดยการคำนวณวงรอบแห่งปฏิจจสมุปบาทธรรมทั้งสิบสองอาการในขวบปีที่หมุนเวียนไป
และกำหนดรู้ถึงมรรคาอันมีองค์แปดประการ แห่งการประกอบกรรมด้วยกาย วจี และมโน
ยานพาหนะทั้งเก้าถูกกำหนดรูปแบบขึ้นมา
คำทำนายทายทักเกี่ยวกับความชั่วและความดีถูกเปิดเผยออกมา

นี้เป็นธรรมคีตาบทที่สามของอาตมา อันเกี่ยวด้วยเรื่องการพยากรณ์ตามจักรราศี

เมื่อได้ตรวจดูตารางพยากรณ์และคำทำนายของโหราจารย์ สำหรับสมาชิกทั้งยี่สิบสองคนแล้ว
ได้เกิดลางสังหรณ์ที่เลวร้ายยิ่ง
จากช่วงเวลาที่ไม่มีจุดเริ่มต้นแห่งมูลรากของสังสารวัฏและพระนิพพาน
ได้ก่อให้เกิดเตาหนาทึบแห่งความมืดบอดทางจิตวิญญาณ

ทูตสวรรค์พร้อมทั้งการเปิดเผยอันบริสุทธิ์ถูกจารึกไว้ด้วยถ้อยคำ
ผู้จุดพระเพลิง ความชิงชัง และตัณหาราคะ ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ในบริเวณที่มีการเผาไหม้
มันเป็นเพราะเตาเผา พระเพลิง และสถานที่ๆมีการเผาไหม้
เทพเจ้าผู้เป็นพระบิดาแห่งปรีชาญาณจึงละทิ้งบ้านและเสด็จสู่สรวงสวรรค์
เทวาอารักษ์ผู้ทำให้เกิดความผาสุกร่มเย็นประจำสถานที่ก็ถอดถอนตน และอันตรธานไป
เทพเจ้าแห่งชัยชนะ อันได้แก่ความสมบูรณ์ของสติก็หนีหายไปด้วย

การจากไปของเทพเจ้าทั้งสาม ทำให้บรรดาภูตผีปีศาจสามารถแผ่พลังมารบกวนได้
ซึ่งย่อมหมายถึงการก่อกำเนิดของโลกธรรมทั้งแปดประการ
ดังนั้นความทุกข์ทรมานจึงดำเนินไปในสังสารวัฏ
โทสจริตอันเผารนคือปีศาจที่ชั่วร้ายที่สุด
ราคะอันจัดจ้าน คือนางปีศาจที่เก่งฉกาจ
โมหะอันมืดบอดและโง่งม คือมังกรหฤโหด
ความริษยาที่เสียดแทงดวงใจ คืออมนุษย์ที่เลวทราม
ความยึดมั่นถือมั่นอันได้แก่อุปาทานในเบญจขันธ์ คือภูตผีที่ดุดัน
การเฝ้าคอยสรรเสริญตนเอง จนเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองลำพองตน
คือแบบฉบับของมารผู้ลามก
การประกอบอกุศลกรรมและสามัญสำนึกที่สังขารขึ้นมาด้วยอวิชชา ของบรรดาความคิดที่หลั่งไหล
คือผีร้ายที่เต็มไปด้วยความชั่วหยาบ
เหล่านี้คือบรรดาภูตผีปีศาจที่รบกวนท่านอยู่

เนื่องด้วยคำพยากรณ์ ชีวิตของท่านตกอยู่ในห้วงภยันตรายใหญ่หลวง
ใครก็ตามที่เกิดมา ย่อมหนีไม่พ้นความตาย
เนื่องด้วยคำพยากรณ์ ชีวิตครอบครัวของท่านกำลังประสบชะตากรรมที่เลวร้าย
ธรรมชาติแห่งการก่อรวมตัวกันย่อมลงเอยด้วยการแตกสลายเป็นธรรมดา
เนื่องด้วยคำพยากรณ์ โภคทรัพย์ของท่านจะไม่งอกงามไพบูลย์
บั้นปลายของการได้มา ก็คือการสูญเสียไปเป็นธรรมดา
เนื่องด้วยคำพยากรณ์ การเกี่ยวข้องกับศัตรูไม่เป็นผลดีแก่ท่าน
จะปล่อยให้สภาพเช่นนี้ดำเนินต่อไปอีกไม่ได้แล้ว
ท่านพร้อมหรือยังสำหรับการที่จักได้รับการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
เพื่อขจัดลางร้ายทั้งหมดให้สูญสิ้นไป ขอให้พวกเราจงได้รับการอนุเคราะห์จากลัทธิบอน

นี้เป็นธรรมคีตาบทที่สี่ของอาตมาอันเกี่ยวกับลางร้ายแห่งคำพยากรณ์

ณ บัดนี้อาตมาจะได้สวดสาธยายลัทธิบอน แก่ท่าน
ในความหมายที่ลึกซึ้งกว่าที่ท่านเคยรู้เคยเข้าใจมา
ในเช้าตรู่ของวันแรก ที่อาตมาจะได้มีโอกาสวางรากฐานแห่งพระไตรปิฎก
อันเป็นคัมภีร์วิเศษจากสรวงสวรรค์
การไถ่ถอนบาปกรรมย่อมจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว
ด้วยการรับฟัง นำไปปฏิบัติ และการเพ่งพิจารณามีธรรมวิจัย
การอธิษฐานจิตเพื่อถ่ายทอดคัมภีร์อันบริสุทธิ์ได้ถูกตระเตรียม
ธรรมคีตาแห่งอริยสัจทั้งสี่ประการได้ประกาศก้องขึ้น ณ บัดนี้แล้ว
แรงบันดาลใจจากของกำนัลซึ่งก่อให้เกิดความอิสระเสรีจากความกระหายอยากถูกหยิบยื่นให้

ด้วยการอันตรธานจากไปของพระบิดาสู่สรวงสวรรค์
โอสถแห่งธรรมวิจัยต่อมูลรากของโมหะ
คือวิธีการเยียวยารักษาที่อาตมามอบให้เป็นการทดแทน
ด้วยการถอดถอนตนของเทพยดาผู้คุ้มครองให้เกิดความผาสุกร่มเย็น
ชัยชนะเหนือความ เกิด แก่ เจ็บ และตาย คือวิธีการเยียวยารักษาที่อาตมามอบให้แทน
ด้วยการจากไปของเทพเจ้าแห่งความมีชัย
ความสมบูรณ์ของสติและการปลดปล่อยอัตตาตัวตน คือธรรมโอสถที่อาตมามอบให้
สำหรับความคิดอันชั่วร้ายแห่งโลกธรรมทั้งแปดประการ
อาตมาสกัดกั้นไว้ด้วยดาบแห่งสติสัมปชัญญะ ซึ่งเป็นอิสระจากตัณหาราคะทั้งปวง
เพื่อขจัดวิถีทางดำเนินชีวิตอันเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน ในโลกอันขมขื่นนี้
อาตมา ขอมอบโอสถอันหอมหวานของสภาพที่ยิ่งกว่าสุขแห่งสกลจักรวาลให้
ความร้อนด้วยไฟแห่งโทสะนั้น อาตมาทำลายล้างด้วยปรีชาญาณแห่งอนัตตาธรรม
นางปีศาจตัณหาราคะอันร่านทุรน อาตมาขจัดได้ด้วยการเห็นแจ้งต่อธรรมชาติของดวงใจ

เพื่อปราบพิชิตมังกรหฤโหดแห่งโมหะ
อาตมาเฝ้าสำรวมปฏิบัติตามสัมมาอริยมรรคอันมีองค์แปดประการ
สำหรับยอดแห่งมาร คือการสำลักในความหยิ่งผยองลำพองตนนั้น
อาตมากู่ก้องเพรียกหาปรีชาญาณแห่งสุญตภาวะ
เพื่อขจัดพิษร้ายแห่งความริษยาอันเป็นของแสลงเสียดแทงดวงใจ
อาตมาโน้มน้าวเกาทัณฑ์แห่งโพธิญาณ
สำหรับปีศาจร้ายแห่งการโอ้อวดและเฝ้าสรรเสริญตนเอง
อาตมาได้สวดสาธยายถึงความไม่ดำรงอยู่ของอะไร
เพื่อชำระล้างให้สะอาดจากความยึดถือในอัตตาตัวตน
อาตมาสร้างฉันทะในการบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่น
เพื่อลบล้างสามัญสำนึกด้วยอวิชชาสังขารอันชั่วร้าย ของความคิดที่หลั่งไหลตามความเคยชิน
อาตมาจำต้องสถิตอยู่ในสุญตวิหาร

การเยียวยารักษาทั้งหมดของอาตมานี้ ย่อมสามารถขจัดมารที่ชั่วร้ายทั้งผองลงไปได้
แต่ถ้าหากจะมีภูติแห่งความรุ่งเรืองไพบูลย์ปรากฏขึ้นมา
การกระทำดังกล่าวก็จะกลับกลายเป็นผู้พิทักษ์รักษาภูติเหล่านั้นเอาไว้
จงได้อธิษฐานจิตเพื่อดำเนินไปตามเส้นทางนี้

ธรรมชาติของดวงจิตย่อมปราศจากความเกิดและความตาย
เมื่อเข้าใจลัทธิบอน ตามที่อาตมาได้กล่าวแสดงมาแล้วนี้
ปัญหายุ่งยากทั้งมวลของชีวิตย่อมถูกขจัดให้หมดสิ้นไป

กัลยาณมิตรแห่งความรู้เห็นอันเป็นปัจจัตตังรู้เฉพาะตน
ย่อมไม่มีการรวบรวมหรือแยกแยะสิ่งใดๆ จึงก้าวล่วงการที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อครอบครัว

อริยะทรัพย์อันเป็นของอยู่เหนือธรรมชาติย่อมเป็นอมตะไม่มีวันหมดสิ้น
เมื่อรู้เห็นอยู่ดังนี้ย่อมไม่ต้องหวาดหวั่นต่อความยากจนอีกต่อไป

ด้วยคำสอนแห่งลัทธิบอน แบบนี้ อาตมาย่อมฝืนคำพยากรณ์อันเลวร้ายได้
ถ้าบุคคลสามารถเข้าใจในพระธรรมได้อย่างถ่องแท้แล้ว
แม้แต่ความทุกข์ทรมานที่จำเป็นต้องเผชิญ ก็จะกลับกลายมาเป็นบทเรียนสำหรับชี้นำที่ประเสริฐสุด
โดยผ่านทางคำสอนของลัทธิบอน แบบนี้ ความชั่วร้ายทั้งมวลย่อมถูกทำให้ผันแปรไปในทางที่ดีงาม

นี้คือธรรมคีตาบทที่ห้าของอาตมา อันเกี่ยวด้วยเรื่องการปราบพิชิตมารผู้ลามก

โอ้ครอบครัวแห่งสมาชิกทั้งยี่สิบสองคน โรคาพยาธิเนื่องด้วยโมหะแห่งดวงใจที่มืดบอด
ได้ถูกเยียวยารักษาแล้ว
เสียงร้องครวญครางด้วยความทุกข์ทรมานจากการยึดมั่นถือมั่นในอัตตาตัวตนสิ้นสุดลงแล้ว
ดูจากสีหน้าของคนป่วย ความยุ่งยากและข้อขัดข้องได้ทุเลาลงแล้ว
ด้วยนิมิตหมายแห่งสุญตภาวะอันสว่างไสว
อาหารและเครื่องดื่มแห่งธรรมปิติในการบำเพ็ญสมาธิ ให้โอชารสแก่ท่าน

ณ บัดนี้คนป่วยได้รับการเยียวยารักษาจนเข้ารูปเข้ารอยแล้ว
ด้วยหัวใจที่ซื่อตรงและปล่อยวาง เขาเปล่งสาธุการ และแสดงอโหสิกรรม
เขาส่งบุตรชายอันได้แก่สติสัมปชัญญะ ไปยังภูผาแห่งอสังขตธรรมอันเป็นอมตะ
ส่งชายเลี้ยงแกะอันได้แก่การสำรวมระวังในการปฏิบัติทางจิตอย่างต่อเนื่องมาบูชา
นำตัวจามรีอันได้แก่ยานพาหนะแห่งความสำเร็จทั้งเก้ามาถวาย
เขาส่งมอบแกะ อันได้แก่อริยสัจทั้งสี่ประการ
และส่งมอบแพะอันได้แก่สามัญลักษณะทั้งสามประการ

และแล้วบนดินแดนแห่งเอกสภาวะเดียวของสกลจักรวาล
แขกเหลื่อพากันเข้ามาร่วมพิธีเลี้ยงโภชนาหารแห่งสัมมาญาณทัสสนะวิเศษนานับประการ
ด้วยอาการอันสำรวม อาหารแห่งสุญตภาวะถูกแจกจ่าย
ผ้ากันเปื้อนแห่งการศึกษาอันประกอบพร้อมด้วยธรรมวิจัยถูกมอบให้
ความชื่นชมด้วยธรรมปิติถูกแสดงออก ให้บรรดาแขกเหลื่อทุกคนได้รับรู้

ต่อหน้าคุรุและโหราจารย์ผู้ชำนาญ กะโหลกศีรษะแห่งความมีสัญชาติของคนตรง
ถูกนำมาแขวนไว้ด้วยความน่าเลื่อมใสจากใจจริง
สำหรับอาจารย์ผู้ทรงคุณแห่งลัทธิบอน ท่านขับขี่มาบนอาชาไนยแห่งสัมมาญาณทัสสนะวิเศษ
แด่เรือนกายอันสมบูรณ์แห่งบอน เขามอบตัวจามรีอันได้แก่ยานพาหนะแห่งความสำเร็จทั้งเก้าให้
แด่เทพเจ้าแห่งชัยชนะอันหมายถึงนิรมานกายทั้งห้า
เขามอบแกะอันได้แก่อริยสัจทั้งสี่ประการให้
แด่เทพเจ้าแห่งชีวิตอันหมายถึงร่างจำแลงของพระตถาคตเจ้า
เขามอบแพะอันได้แก่คัมภีร์ พระไตรปิฎกให้
แด่เจ้าแม่แห่งทิพย์โอสถผู้ซึ่งสามารถเยียวยารักษาโรคภัยได้ทุกชนิด
เขามอบอาหารแห่งพรหมวิหารทั้งสี่ให้
เหล่านี้คือการสละอุทิศเพื่อเป็นเครื่องสักการระบูชา

นี้เป็นธรรมคีตาบทที่หกของอาตมาที่เกี่ยวด้วยเรื่องการบูชาและถวายเครื่องบวงสรวง

ในอาณาจักรอันไพศาลแห่งลัทธิบอน บรรดาตัวจามรี แพะ และแกะ ถูกเก็บตุนเอาไว้
คนชำแหละเนื้อซึ่งเป็นนิมิตหมายแห่งปัญญาเครื่องตัด เฝ้าพากเพียรลับคมมีดแห่งความเห็นชอบ
เพื่อฟันฝ่าอุปสรรคในเส้นทางดำเนินสู่เจโตวิมุติและปัญญาวิมุติ
คนชำแหละเนื้อได้แยกแยะลงไปจนถึงรากเหง้าของรูปและนามอันเป็นอุปสรรคขัดขวางทางดำเนิน
เขาลอกเอาหนัง อันหมายถึงบรรดาความคิดที่หลั่งไหลออก
และเฝ้าพากเพียรมีธรรมวิจัยกับความรู้ทางปริยัติอันเกี่ยวด้วยคำสอนเรื่องภายในอันลึกซึ้ง
คนชำแหละเนื้อ เพ่งดูการเกาะยึด อย่างรู้เท่าทัน
โดยคำนึงถึงถ้อยคำอันศักดิ์สิทธิ์และบทสรุปตัดสิน
เขาตัดแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆมากมาย ด้วยปรีชาญาณแห่งคำแนะนำอันล้ำลึก
สับเนื้อทั้งหมดออกเป็นชิ้นๆ
ส่วนต่างๆของเนื้อ คือรูปลักษณ์ แห่งบอน ถูกเทรวมลงในหม้อต้ม คือสาระ แห่งบอน
ก้อนหินแห่งกายทั้งสาม ถูกก่อเป็นเตา
ถ่านหินอัคนีแห่งภาวะเดิมแท้อันประภัสสรถูกสุมเข้าไปเป็นเชื้อเพลิง
เปลวไฟแห่งอริยสัจจธรรมทั้งสี่ประการอันเป็นอมตธรรมด้วยอยู่เหนือกาลเวลาลุกโชติช่วงขึ้นมา
เนื้อในหม้อต้มถูกเคี่ยวจนเปื่อยด้วยประสบการณ์แห่งความรู้แจ้ง
จากนั้นจึงบรรจงตักขึ้นมาอันเป็นนิมิตหมายแห่งการมีวิปัสสนาญาณในการประกอบกรรมทั้งปวง

ในคฤหาสน์อันกว้างใหญ่แห่งลัทธิบอน ซึ่งอยู่ในเมืองมายาของภพภูมิทั้งหก
แออัดไปด้วยฝูงชนซึ่งมาร่วมในงานเลี้ยงฉลอง

งานเลี้ยงถูกจัดขึ้นด้วยการบริการอย่างชำนิชำนาญ แห่งปรีชาญาณอันสูงส่งทั้งห้าประการ
อาหารและเครื่องดื่มถูกแจกจ่ายไปทั่วหน้าโดยไม่เลือกที่รักที่ชังแต่อย่างใด

สำหรับบรรดาคณาจารย์ผู้ประสบความสำเร็จและเต็มไปด้วยพลังแห่งการอวยชัยให้พร
ได้รับชิ้นส่วนเบื้องบนที่เป็นหัวกะทิ

คุรุที่แสดงถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์และคำแนะนำอันลึกซึ้ง
ได้รับเนื้อเยื่ออันเป็นนิมิตหมายแห่งพระโพธิญาณและสัมมาอริยมรรคอันเต็มไปด้วยแก่นสารสาระ

สำหรับอาจารย์ผู้ปลดปล่อยสรรพสัตว์ออกจากสังสารวัฏ
ได้รับดวงตาอันเป็นนิมิตหมายแห่งธรรมจักษุ

สำหรับอาจารย์ผู้รู้แจ้งทั้งอรรถและพยัญชนะแห่งคำสอน ได้รับส่วนของลิ้น
อันเป็นนิมิตหมายแห่งโอชารสในความสุขสงบของพระสัทธรรม อันเลิศกว่ารสทั้งปวง

สำหรับภิกษุผู้สำรวมปฏิบัติตามพระธรรมวินัย
ได้รับชิ้นส่วนอันเป็นนิมิตหมายแห่งปิติปราโมทย์ ที่มิได้เจือด้วยอามิสใดๆ

สำหรับชาวลัทธิบอนผู้รู้จักกฎแห่งกรรม ได้รับเหล้าองุ่นอันเป็นนิมิตหมายแห่งกุศล

สำหรับสมณะผู้ตระหนักชัดในความไม่ดำรงอยู่ของอะไร
ได้รับส่วนที่เป็นไขมันอันเป็นนิมิตหมายแห่งสภาพยิ่งกว่าสุข

สำหรับผู้สืบสานดำรงศาสนธรรม
ได้รับส่วนที่เป็นช่องทางเดินอาหารอันเป็นนิมิตหมายแห่งการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสรรพชีวิต

สำหรับผู้ที่ปฏิบัติบำเพ็ญอย่างชำนาญในมรรคาอันช่ำชองของตันตริก
ได้รับชิ้นหน้าอกส่วนบน อันเป็นนิมิตหมายแห่งสภาพปรมังสุขขัง

สำหรับสมณะที่ยิ่งใหญ่ผู้ปฏิบัติด้วยการเจริญอนิจจสัญญา
ได้รับชิ้นหน้าอกส่วนล่าง อันเป็นนิมิตหมายแห่งมรรคาสู่โพธิญาณ

สำหรับนักบวชผู้ไม่ยึดติดในลัทธินิกายใดๆ
ได้รับเนื้อแกะตอน อันเป็นนิมิตหมายแห่งความน่ายินดี

สำหรับนักบวชที่เปี่ยมล้นด้วยความเมตตากรุณา ได้รับชิ้นส่วนที่เป็นข้อต่อร้อยเรียงกันไป
อันเป็นนิมิตหมายแห่งพรหมวิหารทั้งสี่ประการซึ่งไม่มีวันผันแปร

สำหรับบุคคลผู้เลิกยุ่งเกี่ยวกับโลกียกรรมในโลกนี้ ได้รับส่วนกระดูกทรวงอก
อันเป็นนิมิตหมายแห่งความอิสระจากการแสวงหาด้วยอิทธิพลของตัณหาราคะ

สำหรับผู้ปฏิบัติในส่วนที่เป็นสาระแห่งคำสอน ได้รับชิ้นส่วนแขนขา
อันเป็นนิมิตหมายแห่งความจำเป็นในการประพฤติธรรม

บรรดานายแพทย์ได้รับกระดูกสันหลังอันเป็นนิมิตหมายแห่งพระโพธิญาณ

สำหรับอุบาสกอุบาสิกาผู้เปี่ยมด้วยความภักดี ได้รับชิ้นส่วนหัวใจ
อันเป็นนิมิตหมายแห่งคำสอนที่มีประโยชน์

สำหรับผู้มีศรัทธาอันมั่นคง ได้รับส่วนที่เป็นตับ
อันเป็นนิมิตหมายแห่งทฤษฎีของกรรมและวิบากที่ไม่เคยผันแปร

สำหรับผู้บำเพ็ญอย่างหนักหน่วง ได้รับส่วนที่เป็นไต
อันเป็นนิมิตหมายแห่งความชำนาญและญาณทัสสนะ

สำหรับผู้แรกเริ่มปฏิบัติบำเพ็ญ ได้รับส่วนเท้า
อันเป็นนิมิตหมายแห่งความต้องการ ที่จะดำเนินไปบนเส้นทางอันบริสุทธิ์

สำหรับนักบวชที่ปฏิบัติสมาธิภาวนาโดยสม่ำเสมอ
ได้รับเนื้อของคนเลี้ยงสัตว์ อันเป็นนิมิตหมายแห่งแก่นสารสาระของคำแนะนำที่ล้ำลึก

นี้เป็นธรรมคีตาบทที่เจ็ดของอาตมา เกี่ยวด้วยเรื่องแขกรับเชิญผู้ประเสริฐ
หลังงานเลี้ยงตามแบบฉบับของมิลาเรปะ แขกเหลื่อที่เต็มไปด้วยคุณค่าก็ลากลับ

แม้ว่าธรรมชาติเดิมแท้ของสกลจักรวาลจะเป็นเอกสภาวะเดียวก็ตาม
ศักยภาพที่แบ่งแยกออกมาเป็นการก่อกำเนิดของสรรพชีวิตแต่ละชีวิตกลับมีนัยยะหลากหลาย
ดังนั้นนักบวชที่หยิ่งลำพองและเสแสร้ง จึงได้รับอวัยวะเพศผู้
อันเป็นนิมิตหมายแห่งการก่ออุปาทานยึดมั่นในรูปลักษณะสภาวะทั้งปวง

สำหรับคุรุผู้ไม่สามารถปฏิบัติได้จริงโดยเอาแต่สั่งสอนผู้อื่น
ได้รับเนื้อบริเวณน่องที่เน่าแล้วเป็นบางส่วน

สำหรับนักบวชชั่วร้ายที่โด่งดัง ได้รับส่วนคอซึ่งมีเนื้อติดอยู่เพียงเล็กน้อย

สำหรับเกจิอาจารย์ทางไสยศาสตร์ผู้ชอบฝึกสาธยายมนต์
ได้รับน้ำมันจากท่อทางเดินอาหารที่คอ อันเป็นนิมิตหมายแห่งความขมขื่นหมองมัว

สำหรับนักบวชที่ดื้อดึงและเต็มไปด้วยมิจฉาทิฐิ ได้รับไขสันหลัง
อันเป็นนิมิตหมายแห่งการโต้เถียงกันไม่สิ้นสุด

สำหรับคนขี้โลภที่คอยเข้าไปยุ่งเกี่ยวรับใช้โดยไร้ความละอาย
ได้รับเนื้อแห้งๆตรงปลายจมูก อันเป็นนิมิตหมายของความไม่มีแก่นสารสาระ

สำหรับนักบวชที่ชอบวนเวียนอยู่ในหมู่บ้าน ได้รับส่วนใบหู
อันเป็นนิมิตหมายแห่งความกระหายอยากต่อข่าวลือทั้งปวง

สำหรับนักบวชนอกคอกที่ขาดศรัทธา ได้รับม้าม
อันเป็นนิมิตหมายแห่งโรคภัยไข้เจ็บ

สำหรับผู้หมดหวังที่คอยเบียดเบียนเพื่อนบ้านได้รับ ดี ที่ขม

คุรุที่ไม่เคยตระหนักชัดถึงแก่นสารสาระแห่งธรรมชาติของดวงใจ
ได้รับชิ้นส่วนกระบังลม ที่เป็นนิมิตหมายของความโอ่อวดแต่เต็มไปด้วยความเห็นผิด
นักบวชที่บำเพ็ญสมาธิภาวนาด้วยการพูดเพ้อเจ้อ ได้รับปอดขนาดใหญ่ซึ่งไม่มีรสชาติ
นักบวชรู้น้อยที่ชอบอวดรู้ ได้รับหนังหุ้มกระเพาะ
ผู้ที่สูญเสียสาระของชีวิต ได้รับหลอดคออันเป็นนิมิตหมายแห่งการหล่อเลี้ยงความรักและความชัง
โหราจารย์ที่หลอกลวงได้รับถุงที่มีแต่น้ำอันคือกระเพาะปัสสาวะ
ผู้ที่ไม่เชื่อเรื่องกรรมและวิบาก ได้รับส่วนหางอันเป็นนิมิตหมายแห่งความคิดที่วิปริต
ผู้ที่ไร้คุณธรรม ได้รับส่วนก้นอันเป็นนิมิตหมายแห่งการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น
นักบวชที่ยึดมั่นในสมาธินิมิต ได้รับสมองอันเป็นนิมิตหมายแห่งโมหะ
คนหลอกลวงที่อวดคุณวิเศษซึ่งไม่มีในตน ได้รับลำไส้
อันเป็นนิมิตหมายแห่งการเวียนว่ายในสังสารวัฏ
ผู้ที่ร่านทุรนด้วยตัณหาราคะ ได้รับคอหอยอันเป็นนิมิตหมายแห่งความทุกข์ทรมาน
ผู้ที่แยกตนเองออกจากสัจจะแห่งสุญตาธรรม ได้รับพังผืดที่ไม่ใช่ทั้งเนื้อหรือไขมัน
ผู้ที่ไม่สั่งสมบุญกุศลแต่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน ได้รับลูกกระเดือกที่ไม่มีรสชาติ
บุคคลที่รู้น้อย แต่อยากจะสั่งสอน ได้รับเครื่องในส่วนล่าง
นักบวชโง่ที่จมอยู่ในถ้ำ ได้รับผ้าขี้ริ้วเครื่องในวัวซึ่งดูเรียบภายนอกแต่ขรุขระมากในภายใน
สำหรับบุคคลที่ความปรารถนาสูงสุดอยู่ที่การสะสมเงินทอง ได้รับส่วนล่างของหลอดอาหาร
หญิงขี้บ่น ได้รับกะโหลกที่มีรูพรุน
ชายมั่งคั่ง ได้ช่องท้องที่กลมมน
ผู้ที่ไม่รู้จักชีวิตในภายหน้า ได้รับแจกอัณฑะที่สกปรกอยู่ภายใน
คนปากหวานที่มีดวงใจโสมม ได้รับส่วนลำไส้ดำซึ่งไร้ค่า
ผู้ที่ชอบนินทา ได้รับฟันซึ่งแข็งเหมือนหิน
พ่อแม่ที่มีลูกมาก ได้รับหนังเหนียวที่ไม่มีเนื้อ
คนทำงานหนักและต่อสู้เพื่อครอบครัว ได้รับเครื่องในชนิดที่กินไม่ได้
นักบวชที่ท้อถอยและแสวงหาหนทางอื่น ได้รับซุบใสที่ไม่มีเนื้อ
คนผัดวันประกันพรุ่งต่อการปฏิบัติธรรม ได้รับเศษเหลืออันเป็นนิมิตหมายแห่งความเกียจคร้าน
สรรพชีวิตมากมายในสภาวะสัมภเวสี ได้กากตะกอนสุดท้ายที่โยนทิ้งลงมา
การปลุกเร้าให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะปลดปล่อยตนเองให้เป็นอิสระจากสัมผัสในทวารทั้งห้า
คือนิมิตหมายแห่งปรีชาญาณ
น้ำอมฤตแห่งโพธิญาณซึ่งไม่มีวันผันแปร คือเหล้าองุ่นที่ถูกแจกจ่ายโดยไม่เลือกว่าเป็นผู้ใด
อาตมาได้ตระเตรียมงานเลี้ยงพร้อมแล้วสำหรับท่านทั้งหลาย
ขอจงได้ร่วมรับประทานและดื่มกินตามอัธยาศัย
นี้เป็นธรรมคีตาบทที่แปดของอาตมา อันเกี่ยวด้วยการจัดงานเลี้ยงและบรรดาแขกเหลื่อทั้งมวล

ณ บัดนี้ได้เวลาอันเป็นอุดมฤกษ์ ที่จะกล่าวถ้อยคำอันเต็มไปด้วยศุภมงคล
พุทธภาวะย่อมดำรงอยู่เป็นนิรันดรในอาณาจักรแห่งพระธรรมธาตุ
ท่านอาจารย์ย่อมสถิตอยู่เหนือเศียรเกล้าของอาตมา
บรรดาญาติธรรมย่อมนั่งล้อมรอบอาตมา
สิ่งแรกที่บุคคลจะต้องคำนึงถึง คือความจริงที่ว่าชีวิตนี้เป็นสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืน
ดังนั้นเขาจึงสมควรได้แสวงหาแนวทางแห่งการถือเพศพรหมจรรย์อันประเสริฐ
ควรเริ่มต้นศึกษาข้อความในพระสูตรที่เข้าใจได้โดยง่ายและถูกกับจริตนิสัยของตน
จากนั้นจึงเพ่งพิจารณามีธรรมวิจัยในการปฏิบัติ

ถ้าในข้อความต่อไปนี้ อาตมาได้ปกปิดบางอย่างเอาไว้ หรือไม่ให้ความกระจ่างเพียงพอ
ถ้าจะนับว่าเป็นการล่วงเกินด้วยแล้ว อาตมาขอขมาโทษต่อวิสุทธิบุคคลทั้งมวล

ณ บัดนี้ ถึงเวลาที่อาตมาผู้เป็นเจ้าภาพ จะได้เปล่งธรรมคีตาแห่งความภาคภูมิใจ

แรกเริ่มเมื่ออาตมาได้สัมผัสกับโรคร้ายนี้
อาตมาได้ส่งนักบวชผู้สละอุทิศตน มาเป็นโหราจารย์
เพื่อเปิดเผยการพยากรณ์
อาตมาจึงได้เสนอให้ ปลดปล่อยสัตว์จากการบูชายันต์ โดยไม่มีการสงวนเอาไว้เลย

เมื่อท่านได้ตระเตรียมพิธีมอบเครื่องบูชาบวงสรวงเสร็จสิ้นลงแล้ว
อาตมาได้ตระหนักชัดว่า ท่านเป็นนักบวชที่ปล่อยวางอย่างแท้จริง
ความมั่งคั่งของท่านไม่มีวันที่จะร่อยหรอลงได้เลย
จากนั้นท่านได้จัดงานเลี้ยงและให้ความบันเทิงกับแขกเหลื่อของท่าน ได้อย่างเหมาะสมที่สุด
อาตมาได้หยั่งรู้ว่าท่านเป็นนักบวชที่เต็มไปด้วยประสบการณ์
เมื่อท่านลุกขึ้นกล่าวสุนทรพจน์หลังอาหารเย็น
ท่านได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ท่านสามารถที่จะสั่งสอนพวกเราได้ทุกคน

เมื่องานเลี้ยงยุติลง ท่านได้แสดงความขอบคุณด้วยอัธยาศัยไมตรี
และในท้ายที่สุดท่านได้แสดงความปรารถนาที่จะเห็นผู้คนทั้งปวงบรรลุถึงความอิสระหลุดพ้น
ใครกันหนอที่เป็นนักบวชลัทธิบอน ผู้นี้
และลัทธิบอน ตามแบบของท่านผู้นี้ เป็นของผู้ใด
ท่านเป็นนักบวชของลัทธิบอน แห่งครอบครัวที่มีสมาชิกยี่สิบสองคน
ท่านบรรเทาความหวาดหวั่นให้แก่ผู้ที่ตกอยู่ในวงล้อมของศัตรู
ท่านเป็นชาวลัทธิบอน ที่ขจัดความรุนแรงของอิทธิพลอันชั่วร้าย

นี้เป็นธรรมคีตาเล็กๆน้อยๆของอาตมาหลังอาหารเย็น
ท่านสาธุชนทั้งหลาย ขอจงได้ร่วมกันดื่มและมึนเมาด้วยเหล้าองุ่นแห่งพระสัทธรรม

ด้วยอารมณ์อันร่าเริง ขอให้พวกเรา ร้อง เล่น และสนุกสนาน

มันเป็นความผาสุกที่ได้รับพรชัย และเป็นความผาสุกที่ได้บำเพ็ญสมาธิภาวนา
จงร่าเริงเบิกบานเถิด จงร่าเริงเบิกบานเถิด นี้เป็นถ้อยแถลงหลังอาหารเย็น
ขอให้ผู้ที่โชคดีทุกคน จงผาสุก และเต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจ
มันเป็นความผาสุกที่ได้สำรอกกิเลสตัณหาออกมา ด้วยความมึนเมาต่อการสละปล่อยวาง
มันเป็นความผาสุกที่ได้เอะอะโวยวายและร้องไห้ภายใต้การอวยพรชัย
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด ภายใต้ความเมตตากรุณาของบรรดาคณาจารย์

นี้เป็นธรรมคีตาบทที่เก้าของอาตมาซึ่งเกี่ยวด้วยการแสดงสุนทรพจน์หลังงานเลี้ยง

ท่านมิลาเรปะได้เปล่งธรรมคีตาโดยลอกเลียนลีลาท่วงทำนองสวดมนต์ของลัทธิบอนอย่างแนบเนียน เมื่อได้สดับรับฟังมัน คนป่วยก็ได้รับการอวยพรชัยและการรักษา บรรดาบุตร ธิดา คนรับใช้ เพื่อนพ้อง รวมทั้งลามะที่คงแก่เรียนบางรูป มีความปลื้มปิติมาก ที่บุคคลสามารถพรรณนาถึงความผาสุกของพวกตนได้อย่างหนักแน่น ชาวบ้านได้อุทานออกมาว่า “ช่างมหัศจรรย์จริงๆ ที่ทำให้คนตายฟื้นขึ้นมาได้ พรชัยของพุทธธรรม เหนือกว่าของพวกบอนอย่างแน่นอน” ความศรัทธาอย่างมั่นคง บังเกิดขึ้นในใจของทุกคน คหบดีพูดกับท่านมิลาเรปะว่า “ท่านลามะ คำสอนของท่านเป็นของพุทธล้วนๆ ไม่ใช่ของบอน โยมนับถือบอนและเชื่อในคำสอนของบอน แต่มาบัดนี้ โยมจะกลายเป็นพุทธศาสนิกชน และมอบความศรัทธาทั้งหมดให้ศาสนาพุทธ โยม รวมทั้ง บรรดาบุตรของโยม และครอบครัวของโยมทุกคน” ท่านมิลาเรปะแสดงความยอมรับ ดังนั้นทั้งครอบครัว รวมทั้งคุณพ่อลูกชายแปด จึงกลายเป็นพุทธศาสนิกชน
บุตรคนหนึ่งในแปดคน เป็นผู้ช่ำชองในลัทธิบอน ระดับเกจิอาจารย์ แต่หลังจากบิดาได้รับการรักษา ศรัทธาอันมั่งคงได้หยั่งลงในท่านมิลาเรปะ เขากล่าวกับท่านมิลาเรปะว่า “ภายนอก การปฏิบัติและถ้อยคำ ที่ใช้ในลัทธิบอนกับพุทธ ใกล้เคียงกันมาก แต่ความเมตตากรุณานั้นแตกต่างกัน การบรรลุธรรมก็แตกต่างกัน การปฏิบัติของบอน เต็มไปด้วยการตั้งความปรารถนาอย่างโลภมาก ไม่ว่าจะพิธีกรรมอะไร อย่างน้อยชีวิตหนึ่งต้องถูกสังเวย เทพเจ้าที่พวกเรานับถือ เป็นแบบโลกๆทั้งหมด เมื่อสาวกใกล้ตาย ไม่มีหลักประกันใดๆสำหรับเขาเลย หัวใจเต็มไปด้วยความยุ่งยากสับสนและความหวาดกลัว นับจากนี้เป็นต้นไป กระผมจะเลิกนับถือบอน และกลับกลายมาเป็นพุทธศาสนิกชน ได้โปรดรับกระผมไว้เป็นเด็กรับใช้ และอนุญาตให้กระผมได้ไปกับท่านด้วย” ท่านมิลาเรปะหยั่งทราบด้วยญาณวิถีว่าเขาเป็นบุคคลที่มีวาสนาดี ท่านจึงรับไว้เป็นศิษย์ และได้สั่งสอนอบรมด้วยข้อแนะนำอันล้ำลึก ในที่สุด ชายหนุ่มได้บรรลุถึงความวิมุติหลุดพ้นอย่างสมบูรณ์ เขาถูกรู้จักในนาม เชน กอม เรปะ หนึ่งในศิษย์ใกล้ชิดของท่านมิลาเรปะ บิดาและพี่น้องของเขาทุกคน พากันปรนนิบัติรับใช้ท่านมิลาเรปะ ขณะที่ท่านพำนักอยู่ที่ แลงโก ลูดู สัน, เบปู มาโม สัน, และ บากอน จิ สัน เขาพากันดำเนินสู่ประตูชัยแห่งความอิสระหลุดพ้น อันทำให้พ้นจากโลกต่ำแห่งอบายภูมิในสังสารวัฏ
นี้คือตำนานเรื่องราว ที่ท่านมิลาเรปะ พบ ซีโว เรปะ ศิษย์ที่โดดเด่นในการบรรลุธรรม และ เชน กอม เรปะ ศิษย์รักใกล้ชิด ที่ เบปู มาโม สัน และ ลาปู ไพมา สัน

เกี่ยวกับท่านมิลาเรปะ
ตำนานแห่งหุบเขาอัญมณีแดง
การจาริกธุดงค์สู่ ลาชิ
ธรรมลีลาแห่งเทศกาลหิมะโปรย
วิวาทะกับเจ้าแม่ผู้ชาญฉลาด
มณฑล รักม่า
วิหารเทียมฟ้า จันแพน
ธรรมปิติของสมณะ
ท่านมิลาเรปะ กับนกพิราบ
หุบเขา วัชชระ สีเทา
ภิกษุ เรชุงปะ
ข้อตักเตือนถึงโอกาสที่หาได้ยากในการปฏิบัติธรรม
การค้นหาธรรมชาติแห่งจิตของชายเลี้ยงแกะ
ธรรมคีตาแห่งความตระหนักชัด
การมุ่งสู่โพธิญาณของสตรีเพศ
ธรรมคีตา ณ ที่พักผู้เดินทาง
พาลชนที่กลายเป็นสาวก
การพบกันที่สายธารสีเงินยวง
นิมิตหมายแห่งพระธรรมจากไม้เท้า
ข้อชี้นำยี่สิบเอ็ดประการ
ภิกษุ กาชอนเรปะ
คำตักเตือนสำหรับท่าน ธัมมะวอนชู
การแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ณ ภูเขาหิมะดีซี
การบรรลุธรรมจักษุของท่าน เรชุงปะ
การกลับใจของชาวลัทธิ บอน ผู้กำลังจะตาย
แสดงธรรมกับหญิงสาวผู้ชาญฉลาด
นายพรานกับกวาง
พระราชาแห่ง เนปาล
เผชิญเจ้าแม่ ทเซรินมา
การกลับใจของเจ้าแม่ ทะเซรินมา
ข้อแนะนำเกี่ยวกับภาวะ สัมภเวสี
ทะเซรินมา กับการปฏิบัติสุญญตาธรรม
ข้อตักเตือนสำหรับท่าน ดอจี วอนชู
การพบกับท่าน ธรรมโพธิ
เผชิญนักปริยัติ
เยือนอินเดียครั้งที่สามของท่าน เรชุงปะ
ความตระหนักชัดของท่าน เมกอมเรปะ
สาลีอุยกับพระธรรม
เขาของตัวจามรี
การสำนึกผิดของ เรชุงปะ
ความที่ยิ่งกว่าสุข
ศิษย์เอก กัมโบปะ
นักปริยัติผู้กลับใจ
ธรรมปราโมทย์
แสดงอภิญญาจูงใจคน
รวมโศลกธรรมสั้นๆ
ธรรมเทศนาที่ภูผา บอนโบ้
แรงบันดาลใจ
ชินดอโมและเลซีบุม
แกะที่กำลังจะตาย
ธรรมคีตาแห่งการดื่ม
แด่ เรชุงปะ ด้วยเมตตา
เรชุงปะ สู่เมือง วู
พบท่าน ธัมปาสันจี
มิติแห่งสวรรค์
คำพยากรณ์แห่งเทพธิดา
คำตักเตือนคุณหมอ ยางงี
การจากไปของ เรชุงปะ
เรื่องราวของ ดราชิเซ
กัลยาณมิตร
ประจักษ์พยานแห่งการบรรลุธรรม
ปัจฉิมโอวาท
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com