Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

มิลาเรปะ

การมุ่งสู่โพธิญาณของสตรีเพศ

 ท่านมิลาเรปะ ได้ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังภูเขาหิมะ ประตูอาชาเหนือ ระหว่างทาง ท่านแวะเข้าไปยังหมู่บ้าน เกบา เลซุม ซึ่งอยู่ในแคว้น จัง ชาวบ้านกำลังสาละวนอยู่กับการเก็บเกี่ยวพืชผลในฤดูใบไม้ร่วง ท่านได้พบหญิงสาวสวยอยู่ในวัยเพียงสิบห้าปี กำลังนำชาวไร่กลุ่มหนึ่งทำงานอยู่ในทุ่งกว้าง ท่านหยั่งทราบได้ด้วยญาณวิถีว่านางเป็นผู้มีปรีชาญาณอันล้ำเลิศ ท่านตรงเข้าไปขอบิณฑบาตจากนาง นางได้แนะนำให้ท่านมิลาเรปะไปคอยที่บ้านของเธอ ส่วนตัวเธอก็จะติดตามไปในทันที
เมื่อท่านมิลาเรปะ มาถึงบ้านที่เธอชี้บอกให้ท่านล่วงหน้ามารออยู่ก่อน ท่านได้ใช้ไม้เท้าแง้มประตูบ้านออกและต้องเผชิญหน้ากับหญิงชราผู้น่าเกลียดซึ่งในมือมีขี้เถ้าอยู่ นางกล่าวด่าทอท่านว่า “เจ้าโยคีขอทานถ่อย ข้าไม่เคยเห็นแกอยู่เป็นที่เป็นทางเลย ในฤดูร้อนพวกแกขอนมและเนย ในฤดูหนาวพวกแกพากันมาขอข้าวสุก ข้าพนันได้เลยว่าแกเลื้อยเข้ามาเพื่อขโมยเครื่องเพชรของลูกสาวและสะใภ้ของข้า” นางก่นด่าและตัวสั่นเทิ้มด้วยโทสะ และทำท่าจะขว้างขี้เถ้าใส่ท่านมิลาเรปะ ท่านได้ห้ามนางว่า “จงหยุดยั้งไว้ก่อนเถิดคุณยาย โปรดได้ฟังอาตมา” พร้อมกับเริ่มแสดงธรรมโปรดนางว่า
ณ เบื้องสูงอันเต็มไปด้วยศุภมงคล คือสวรรค์อันอำไพ
ณ เบื้องต่ำคือทางสามสายสู่โลกอบาย
ในท่ามกลางคือหมู่สัตว์ที่ไม่อาจเลือกเกิดได้โดยเสรี
สถานะภาพทั้งสามนี้รุมล้อมคุณยายอยู่
คุณยายเป็นหญิงเจ้าโทสะและไม่ชอบพระธรรม

จงถามความคิดและตรวจสอบดวงจิตของคุณยายดูเองเถิด
คุณยายจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
คุณยายต้องการครูผู้สามารถ ชาญฉลาดและอิสรเสรี
จงพิจารณาให้ดี คุณโยม
ครั้งแรกที่คุณยายถูกส่งตัวมาที่นี่
คุณยายฝันว่าคุณยายกลายเป็นแพะตัวเมียแก่ๆใช่หรือไม่หนอ?

คุณยายตื่นนอนในตอนเช้าเพื่อลุกขึ้นจากเตียง ในตอนค่ำคุณยายกลับมาสู่เตียงนี้อีก
ในเวลากลางวันคุณยายจำเจอยู่กับงานบ้านร้อยแปดอันไม่มีวันจบสิ้น
ชีวิตของคุณยายวนเวียนอยู่เพียงเท่านี้
คุณยายเป็นหญิงรับใช้ที่ไม่เคยได้ค่าจ้าง
จงถามความคิดและตรวจสอบดวงจิตของคุณยายดูเองเถิด
คุณยายจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
คุณยายต้องการครูผู้สามารถ ชาญฉลาดและอิสรเสรี
ไม่ช้าไม่นานดอก ชีวิตของคุณยายก็จะเปลี่ยนแปลงไปจากสถานภาพทั้งหลายทั้งปวงนี้

พ่อบ้านเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในบ้าน
รายได้และรายจ่ายเป็นปัจจัยเกี่ยวเนื่องที่มีความสำคัญถัดลงไป
บุตรและหลานเป็นความปรารถนาของครอบครัว
ด้วยสิ่งทั้งสามนี้ คุณยายถูกพันธนาการไว้โดยสิ้นเชิง
สำหรับตัวคุณยายเองนั้นไม่ได้มีส่วนสำคัญอะไรกับเขาด้วยดอก
จงถามความคิดและตรวจสอบดวงจิตของคุณยายดูเองเถิด
คุณยายจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
คุณยายต้องการครูผู้สามารถ ชาญฉลาดและอิสรเสรี
ไม่ช้าไม่นานดอก ชีวิตของคุณยายก็จะเปลี่ยนแปลงไปจากสถานภาพทั้งหลายทั้งปวงนี้

การได้รับสิ่งที่ปรารถนาแม้ว่าจะขโมยมาก็ตาม
การได้สมใจอยากถึงแม้ว่าจะต้องใช้ความฉ้อฉล
การมุ่งมั่นต่อสู้กับศัตรู โดยมิได้คำนึงถึงการบาดเจ็บและความตาย
ทั้งสามสิ่งนี้คุณยายเผชิญมันอยู่เป็นประจำ
คุณยายถูกเผาแทบเป็นจุลด้วยเพลิงแห่งโทสะเมื่อคุณยายระลึกถึงศัตรูของคุณยาย
จงถามความคิดและตรวจสอบดวงจิตของคุณยายดูเองเถิด
คุณยายจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
คุณยายต้องการครูผู้สามารถ ชาญฉลาดและอิสรเสรี
ไม่ช้าไม่นานดอก ชีวิตของคุณยายก็จะเปลี่ยนแปลงไปจากสถานภาพทั้งหลายทั้งปวงนี้

การซุบซิบนินทาว่าร้ายหญิงอื่นเป็นสิ่งที่คุณยายสนใจ
กิจกรรมของลูกๆหลานๆคือสิ่งที่คุณยายมีใจจดจ่อคอยเสนอตัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย
การได้พูดคุยเรื่องไร้สาระ กับบรรดาแม่หม้ายและวงศาคณาญาติ
เป็นความเพลิดเพลินของคุณยาย
ทั้งสามสิ่งนี้ได้กำหนดบทบาทของคุณยายอยู่ตลอดเวลา
คุณยายสุขสบายดีอยู่หรือ เมื่อกำลังกล่าวคำนินทาว่าร้ายผู้อื่น
จงถามความคิดและตรวจสอบดวงจิตของคุณยายดูเองเถิด
คุณยายจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
คุณยายต้องการครูผู้สามารถ ชาญฉลาดและอิสรเสรี
ไม่ช้าไม่นานดอก ชีวิตของคุณยายก็จะเปลี่ยนแปลงไปจากสถานภาพทั้งหลายทั้งปวงนี้

เมื่อพยุงตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ มันยากเย็นเหมือนกำลังพยายามจะถอนเสา
ด้วยขาทั้งคู่ที่สิ้นพลังของคุณยาย คุณยายเดินกระโผกกระเผกเหมือนห่านขี้ขโมย
เมื่อทรุดตัวลงนั่ง เนื้อและกระดูกก็แทบแตกทำลาย งกเงิ่นและเฉื่อยชาในร่างกายของคุณยาย
คุณยายไม่มีทางเลือกดอกนอกจากต้องฟังคำสอน
จงถามความคิดและตรวจสอบดวงจิตของคุณยายดูเองเถิด
คุณยายจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
คุณยายต้องการครูผู้สามารถ ชาญฉลาดและอิสรเสรี
ไม่ช้าไม่นานดอก คุณยายก็จะค้นพบด้วยตนเอง ว่าคุณยายได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

ผิวหนังของคุณยายเผยริ้วรอยเหี่ยวย่น กระดูกของคุณยายโผล่ยื่นเป็นปุ่มปม
คุณยายเริ่มหูหนวกและมีดวงตาที่ฝ้าฟาง
สกปรกโง่งมไม่สมประกอบและทรงตัวอยู่ได้อย่างลำบากยากเย็น
คุณยายเอ๋ย ใบหน้าที่น่าเกลียดของคุณยาย หุ้มห่อด้วยผิวหนังที่ยับย่น
จงถามความคิดและตรวจสอบดวงจิตของคุณยายดูเองเถิด
คุณยายจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
คุณยายต้องการครูผู้สามารถ ชาญฉลาดและอิสรเสรี
ไม่ช้าไม่นานดอก ชีวิตของคุณยายก็จะเปลี่ยนแปลงไปจากสถานภาพทั้งหลายทั้งปวงนี้

อาหารและเครื่องดื่มของคุณยายเย็นชืด เสื้อผ้าที่สวมใส่หนักอึ้งและขาดวิ่น
เตียงนอนของคุณยายหยาบกระด้างระคายผิวหนัง
นี้คือชีวิตประจำวันที่คุณยายคลุกคลีอยู่ด้วย
คุณยายเอ๋ย ณ บัดนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความเลวร้าย
ครึ่งหนึ่งเป็นผู้หญิง ครึ่งหนึ่งเป็นดังสุนัขตัวเมีย
จงถามความคิดและตรวจสอบดวงจิตของคุณยายดูเองเถิด
คุณยายจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
คุณยายต้องการครูผู้สามารถ ชาญฉลาดและอิสรเสรี
ไม่ช้าไม่นานดอก ชีวิตของคุณยายก็จะเปลี่ยนแปลงไปจากสถานภาพทั้งหลายทั้งปวงนี้

การที่บุคคลจะได้บังเกิดในสถานภาพอันสูงส่ง และอิสระสู่ความหลุดพ้นนั้น
เป็นเรื่องที่เป็นไปโดยยากยิ่งกว่าการเห็นดวงดาวในเวลากลางวัน
ส่วนการตกล่วงลงสู่สังสารวัฏนั้น กลับเป็นไปได้โดยง่ายและเกิดขึ้นเนืองๆ
ท่ามกลางความหวาดหวั่นและทุกข์ทรมานในดวงใจนี้ มรณกาลได้คืบคลานใกล้เข้ามาทุกวัน
คุณยายสามารถที่จะเผชิญหน้ากับความตายด้วยดวงจิตที่มั่นคงหรือยัง
จงถามความคิดและตรวจสอบดวงจิตของคุณยายดูเองเถิด
คุณยายสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องปฏิบัติตาม คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
คุณยายต้องการครูผู้สามารถ ชาญฉลาดและอิสรเสรี

หญิงชราบังเกิดความเลื่อมใสขึ้นมาในทันทีทันใดเมื่อท่านแสดงจบ น้ำตาไหลลงมานองหน้าด้วยความสำนึกในความกรุณาของท่านมิลาเรปะ ขณะนั้นเองหญิงสาวก็ตามมาถึง เธอเห็นหญิงชราร้องไห้ เธอจึงถามท่านมิลาเรปะว่า “อะไรกันเนี่ย สาวกของพระพุทธองค์ทำร้ายหญิงชราด้วยหรือ?” หญิงชรารีบชี้แจงว่า “โอ้ อย่า ไปว่าท่านนะ ท่านไม่ได้โหดร้ายกับข้าฯดอก ข้าฯต่างหากที่ลบหลู่ท่าน ท่านสั่งสอนข้าฯได้อย่างแทงใจดำข้าฯมากเหลือเกิน คำสอนของท่านปลุกเร้าข้าฯให้ระลึกถึงพระธรรม ข้าฯได้รับความเมตตากรุณาอย่างมากจากท่าน มันทำให้ข้าฯปลื้มปิติจนน้ำตาไหล อีหนูเอ๋ย เองยังสาวและต่างจากข้าฯมาก เจ้ามีทั้งศรัทธาและความมั่งคั่ง มันเป็นโชคดีของเจ้า ที่ได้มีโอกาสพบคุรุมิลาเรปะ เจ้าจงถวายจตุปัจจัยและปรนนิบัติท่านเถิด และจงอาราธนาให้ท่านแสดงธรรมเป็นทาน เพื่อสั่งสอนและชี้นำให้เจ้าด้วย”
หญิงสาวได้กล่าวขึ้นว่า “คุณยายและพระคุณเจ้าช่างมหัศจรรย์จริงหนอ พระคุณเจ้าคือมิลาเรปะใช่หรือไม่เจ้าคะ? เพียงแต่การได้มีโอกาสพบท่าน ดิฉันก็ได้รับบุญกุศลมากมาย ท่านจะได้กรุณาแสดงธรรมเพื่อทำให้เกิดแรงบันดาลใจแก่เราและบรรดาสานุศิษย์ของท่าน มันย่อมเปลี่ยนแปลงหัวใจของพวกเราอย่างแน่นอน ได้โปรดแสดงธรรมเถิดเจ้าคะ”
ท่านมิลาเรปะหยั่งด้วยญาณวิถีของท่านว่า “หญิงสาวผู้มีพรสวรรค์นามว่า บาบาดอม ผู้นี้ จะกลายเป็นสานุศิษย์ชั้นเลิศของอาตมาต่อไป” จากนั้นท่านได้แสดงธรรมโปรดนางว่า

ธรรมกายที่แทรกซึมอยู่ทุกแห่งหน คือพระพุทธเจ้าสมันตาภาดรา
สัมโภคกายอันสง่างามคือพระพุทธเจ้า ผู้ถือสายฟ้า
สรณะแห่งสรรพชีวิต อันได้แก่นิรมานกาย คือพระพุทธเจ้าโคตมะ
บุคคลย่อมค้นพบกายทั้งสามแห่งพุทธะในคำสั่งสอนของอาตมา
เช่นนั้นแล คือคำสอนของอาตมา เธอจักน้อมนำคำสอนสู่ตัวของเธอเองหรือไม่หนอ?

“คำสั่งสอนของท่านวิเศษยิ่งนัก มันเป็นดุจดังภูเขาหิมะที่เป็นแหล่งกำเนิดของสายน้ำ อันหมายถึงบุญกุศลทั้งปวง ดิฉันได้ยินผู้คนกล่าวขานกันว่า ท่านถูกขนานนามเป็น ‘คุรุผู้ชี้แนะภายนอก’ ใครก็ตามที่เชื่อฟังท่าน จักสามารถเห็นแจ้งภายในที่เรียกว่า ธรรมกายอันปราศจากความก่อเกิด ท่านมีอาจารย์เช่นไรเจ้าคะ? ใครกันหนอเป็นคุรุองค์แรกเริ่มของท่าน?”
ท่านมิลาเรปะตอบคำถามว่า

ผู้ที่แสดงความรู้เห็นอันเป็นสัจจธรรมจากภายนอก คือครูภายนอกของเธอ
ผู้ที่แสดงถึงสติปัญญาภายใน คือครูภายในของเธอ
ผู้ที่แสดงถึงธรรมชาติของความรู้แจ้งแห่งดวงใจ คือครูที่แท้จริงที่สุด
อาตมาคือสมณะผู้มีครูทั้งสามนั้น
มีสานุศิษย์คนใด ณ สถานที่แห่งนี้ ปรารถนาจะปลงศรัทธาลงไปยังท่านเหล่านั้น หรือไม่หนอ?

หญิงสาวอุทานขึ้นว่า “คุรุเหล่านี้ช่างเหนือธรรมดาจริงๆ มันเหมือนกับอัญมณีที่ร้อยด้วยสร้อยทองคำ แต่ก่อนที่เราจะรับฟังคำสอนจากท่านเหล่านั้น พวกเราต้องถูกจุดประกายหรือถูกปลุกเร้าอย่างไรหรือไม่?”
ท่านมิลาเรปะได้แสดงบทโศลกว่า
ภาระอันหนักอึ้งที่แบกทูนไว้บนศีรษะของพวกเธอ คือแรงบันดาลใจจากภายนอก
การพิสูจน์พบว่าเรือนกายนี้เป็นเอกสภาวะเดียวกับกายแห่งพุทธะ คือแรงบันดาลใจในภายใน
ความรู้แจ้งต่อธรรมชาติของดวงจิต คือแรงบันดาลใจสูงสุด
อาตมาคือสมณะผู้มีแรงบันดาลใจทั้งสามประการนี้ พวกเธอจะไม่ปรารถนามันบ้างเชียวหรือ

บาบาดอม อุทานขึ้นมาอีกว่า “การปลุกเร้าเหล่านี้ช่างล้ำลึกจริงๆ มันไม่ต่างอะไรกับพญาราชสีห์ ที่บันลือสีหนาทเหนือสัตว์ป่าทั้งปวง ดิฉันได้ยินมาว่า หลังจากได้รับการจุดประกายแล้ว ก็จะได้เรียนคำสอนอันสมบูรณ์ ที่ถูกขนานนามว่า ‘สัมมาสติสู่สัมมาอริมรรค’ มันคืออะไรกันหนอ? ได้โปรดกรุณาอธิบายให้ดิฉันด้วย
ท่านมิลาเรปะได้ตอบคำถามเธอว่า
คำสอนในภายนอก คือการสดับรับฟัง การนึกคิดไตร่ตรอง และการปฏิบัติบำเพ็ญ
คำสั่งสอนภายใน คือความกระจ่างแจ้งแห่งเจตจำนงของสัมมาสติ
คำสอนอันสมบูรณ์ คือการไม่แยกแยะ หรือแบ่งแยกประสบการณ์ออกจากความรู้แจ้งตระหนักชัด
อาตมาคือนักบวชผู้มีคำสอนทั้งสาม
มีสานุศิษย์คนใด ณ สถานที่แห่งนี้ ปรารถนาจะได้รับคำสอนเช่นนี้ หรือไม่หนอ?

บาบาดอมกล่าวขึ้นว่า “คำสอนเหล่านี้ เหมือนกระจกที่ไร้ฝุ่นธุลี ย่อมให้ภาพสะท้อนที่ปราศจากรอยตำหนิ” ท่านมิลาเรปะกล่าวว่า “การได้รับคำสอนเหล่านี้ บุคคลควรไปยังกระท่อมที่สงัด และปฏิบัติบำเพ็ญ” หญิงสาวได้ถามท่านว่า “ท่านจะบอกให้พวกเราทราบถึงการปฏิบัติเหล่านี้ได้หรือไม่?” ท่านมิลาเรปะตอบว่า
การอาศัยอยู่ในท้องทุ่ง ลอมฟาง หรือในเรือนว่าง คือการปฏิบัติภายนอก
การไม่ห่วงอาลัยในสรีระของตนเองอย่างสมบูรณ์ คือการบำเพ็ญในภายใน
การรอบรู้ต่อสภาพอมตะโดยปราศจากความถือมั่นในความหยั่งรู้นั้น
คือการปฏิบัติบำเพ็ญขั้นสูงสุด
อาตมาคือสมณะผู้แจ่มแจ้งในการปฏิบัติบำเพ็ญทั้งสามประการนี้
พวกเธอคนใดปรารถนาจะปฏิบัติบ้างหรือไม่หนอ

บาบาดอมกล่าวสาธุการว่า “การปฏิบัติที่ท่านได้กล่าวถึง เป็นเหมือนดังพญาอินทรีย์ที่ยิ่งใหญ่ในฟากฟ้า มันครอบงำภาพลักษณ์ของนกอื่นๆจนหมดสิ้น ดิฉันได้ยินผู้คนกล่าวกันว่า นักบวชบางท่านหยั่งรู้คำสอนที่ถูกเรียกขานว่า ‘การขับไล่ความนึกคิด’ ซึ่งมีประโยชน์มากกับความก้าวหน้าในการบำเพ็ญสมาธิภาวนา พระคุณเจ้าจะอธิบายให้ดิฉันฟังถึงเรื่องนี้ได้หรือไม่หนอ?” ท่านมิลาเรปะกล่าวแสดงว่า

‘การขับไล่ความนึกคิด’ ที่เป็นภายนอก อันคือความคิดหลั่งไหลที่เป็นอุปสรรครบกวน
ย่อมทำให้จิตรวมเป็นหนึ่ง
‘การขับไล่ความนึกคิด’ ที่เป็นภายในแห่งสติ
ทำให้จิตตื่นจากความหลับไหล
จิตต่อจากนั้นคือ ‘การขับไล่ความนึกคิด’ อันสมบูรณ์
อาตมาคือสมณะที่หยั่งรู้ ‘การขับไล่ความนึกคิด’ ทั้งสาม
มีสานุศิษย์คนใด ณ สถานที่แห่งนี้ ปรารถนาจะหยั่งรู้เช่นนี้ หรือไม่หนอ?

บาบาดอมกล่าวขึ้นว่า “คำสอนใน ‘การขับไล่ความนึกคิด’ ของท่านช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ มันเหมือนกับราชโองการของพระราชา มันรวดเร็วและเฉียบคมต่อการบรรลุถึงสัมฤทธิ์ผล แต่ผู้ปฏิบัติจะได้รับประสบการณ์เช่นใดกันหนอ?” ท่านมิลาเรปะกล่าวตอบว่า

บุคคลย่อมได้รับประสบการณ์แห่ง ความยิ่งใหญ่และอนันตภาวะที่แทรกซึมอยู่ทุกแห่งหน
ของรากเหง้าล้ำลึกแห่งความไม่ต้องพากเพียรพยายามใดๆ
บุคคลย่อมได้รับประสบการณ์แห่ง มรรคาหรือเส้นทางดำเนินที่ไม่ต้องพากเพียรพยายามใดๆ
อันเป็นแสงสว่างใสส่องทางดำเนินที่ยิ่งใหญ่
บุคคลย่อมได้รับประสบการณ์แห่ง นิโรธหรือความดับไม่เหลือที่ไม่ต้องพากเพียรพยายามใดๆ
อันคือมหาสุญตาธรรม
อาตมาเป็นนักบวชที่มีประสบการณ์ทั้งหมดนี้
มีสานุศิษย์คนใด ณ สถานที่แห่งนี้ ปรารถนาจะมีประสบการณ์เช่นนี้ หรือไม่หนอ?

บาบาดอมได้กล่าวขึ้นว่า “ประสบการณ์ทั้งสามนี้ อุปมาดังแสงสุริยาที่สาดส่องลงมาจากฟากฟ้าที่ปราศจากหมู่เมฆ ทำให้ทุกสิ่งบนโลกภพนี้ปรากฏอย่างชัดเจน มันช่างมหัศจรรย์มาก อะไรหนอเป็นหลักประกันที่ท่านได้รับ โดยอาศัยประสบการณ์ทั้งสามนี้?”

ไม่มีทั้งสวรรค์และนรก คือหลักประกันสำหรับความรู้แจ้ง
ไม่มีการบำเพ็ญสมาธิภาวนาและไม่มีสิ่งรบกวน คือหลักประกันแห่งการปฏิบัติบำเพ็ญ
ปราศจากความหวั่นไหวโยกโคลงด้วยประการทั้งปวง คือหลักประกันแน่นอนต่อการบรรลุธรรม
อาตมาเป็นนักบวชที่มีหลักประกันทั้งสามนี้
พวกเธอคนใดปรารถนาจะได้รับหลักประกันเหล่านี้บ้างหรือไม่หนอ?

หญิงสาวเกิดความศรัทธาในท่านมิลาเรปะอย่างล้ำลึก เธอกราบลงที่เท้าของท่าน และนิมนต์ท่านเข้าไปในบ้านด้วยความเคารพ พร้อมทั้งถวายจตุปัจจัยและปรนนิบัติท่าน จากนั้นเธอได้พูดขึ้นว่า “ท่านอาจารย์ ดิฉันถูกบดบังด้วยความโง่เขลา จึงไม่สามารถล่วงรู้ถึงคำสอนอันแท้จริงได้ ด้วยความเมตตากรุณาของพระคุณเจ้า ได้โปรดรับดิฉันไว้เป็นข้าทาสด้วยเถิด” หญิงสาวได้แสดงความผิดพลาดแต่หนหลังของเธอให้ท่านฟังว่า

โอ้ คุรุผู้เมตตาของดิฉัน ท่านผู้เป็นเอกบุรุษ ท่านผู้เป็นองค์อวตารของพระพุทธเจ้า
ดิฉันช่างโง่งมมืดบอดเสียนี่กระไร
โลกนี้ช่างเต็มไปด้วยบาปกรรมเสียนี่กระไร
ความร้อนแห่งคิมหันต์ฤดู มากมายเสียจนสามารถหลอมละลายหมู่เมฆอันหนาวเย็น
ดิฉันไม่พบเงาร่มที่สามารถใช้กำบังตนได้เลย
ความหนาวเหน็บในเหมันต์ฤดู รุนแรงเสียจนหาไม่พบดอกไม้ที่ยังเติบโตงอกงามขึ้นมาเลย
อิทธิพลของสามัญสำนึกอันชั่วร้ายของดิฉัน หนาทึบเสียจนไม่เคยมองเห็นว่าท่านเป็นวิสุทธิ์บุคคล

จงได้โปรดให้โอกาสดิฉันได้เล่าเรื่องราวของดิฉันด้วยเถิด
ด้วยวิบากแห่งกรรมอันเลว ดิฉันจึงได้เรือนกายของสตรีเพศ
ด้วยการบดบังของความชั่วร้ายแห่งโลกภพนี้ ดิฉันจึงไม่เคยได้ตระหนักว่า
ตนและพุทธะคือสิ่งเดียวกัน
ด้วยปราศจากความวิริยะอุตสาหะเท่าที่ควร ดิฉันจึงไม่ค่อยจะได้นึกถึงคำสอนของพระพุทธองค์
แม้ว่าดิฉันต้องการพระธรรม แต่ความเกียจคร้านและเฉื่อยชา ทำให้ดิฉันปล่อยวัยเวลาให้ล่วงเลยไป

สำหรับผู้หญิง การถือกำเนิดที่รุ่งเรือง หมายถึงพันธนาการและความไร้อิสรภาพ
สำหรับผู้หญิง การถือกำเนิดที่ต่ำทราม หมายถึงการไร้ญาติขาดมิตร
เมื่อพูดถึงสามี บางครั้งเรานึกถึงการฆ่าตัวตาย
เราปลีกตัวแยกห่างจากบิดามารดาผู้ปราณี
ความยิ่งใหญ่คือความทะเยอทะยานของพวกเรา แต่ความพากเพียรอุตสาหะของเรา
กลับมีเพียงน้อยนิด
เราช่ำชองในการนินทาว่าร้าย และช่ำชองในการประดิษฐ์ถ้อยคำมาด่าทอ
เราเป็นแหล่งกำเนิดของข่าวลือซุบซิบ
เราเป็นพวกที่ต้องถูกเก็บกักไว้ให้ห่างจากคู่หมั้นของเรา
การบริจาคทานของพวกเรา เต็มไปด้วยการประชดประชัน ตระหนี่ และอารมณ์ร้าย
เราไม่ค่อยจะได้คิดถึงความไม่ยั่งยืนและความตาย
อุปสรรคแห่งบาปกรรมของพวกเรา ก่อให้เกิดวิบากผลติดตามพวกเราดั่งเงา
ณ บัดนี้ ด้วยความศรัทธาอย่างท่วมท้น ดิฉันจักแสวงหาพระธรรม
จงได้โปรดสั่งสอนดิฉัน ด้วยคำสอนง่ายๆ ที่สามารถนำไปปฏิบัติและสามารถทำความเข้าใจ
กับมันได้

ท่านมิลาเรปะได้แสดงบทโศลกตอบว่า

หญิงผู้ผาสุกและมีโชคดี เธออยากให้อาตมากล่าวคำสรรเสริญหรือติเตียนเรื่องราวของเธอ
ถ้าอาตมากล่าวชม ย่อมก่อให้เกิดความหยิ่งผยองลำพองใจขึ้นมา
ถ้าอาตมากล่าวคำตำหนิ เธอก็จะเกิดโทสะ
แต่ถ้าอาตมากล่าวถ้อยคำอันเป็นสัจจธรรม
มันจะเปิดเผยความผิดพลาดที่ซุกซ่อนอยู่ในภายในออกมา

ณ บัดนี้ จงได้ฟังธรรมคีตาจากอาตมาผู้ชราภาพ
ถ้าเธอมีความปรารถนาอันบริสุทธิ์ในการปฏิบัติธรรม
จงชำระล้างดวงหน้าของเธอให้สะอาดปราศจากฝุ่นธุลี
จงได้พยายามขจัดอาสวะกิเลสให้สูญสิ้นไปจากดวงใจ

ความสุจริตและความตั้งใจจริงเป็นสิ่งวิเศษ แต่ความอ่อนน้อมถ่อมตนนั้นวิเศษกว่า
ถึงแม้ว่าเธอจะได้ละทิ้งสามีและบุตรมาแล้วก็ตาม
มันย่อมเป็นความปลอดภัยเสมอที่เธอยังจะต้องติดตามคุรุผู้ทรงธรรม
แม้ว่าเธอจะสละชีวิตในทางโลกมาโดยสมบูรณ์แล้วก็ตาม
การมุ่งมั่นต่อพระโพธิญาณในอนาคตย่อมเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่า
แม้เธอคิดว่าเธอได้ขจัดความตระหนี่ในดวงใจของเธอออกไปแล้วก็ตาม
การที่จะบริจาคออกไปทั้งหมดโดยไม่สงวนเอาไว้เลยย่อมเป็นการดีกว่าเสมอ
มันเป็นความชาญฉลาดที่จะได้เรียนรู้ถึงสิ่งที่กล่าวมาแล้วนี้

เธออาจเป็นนักกีฬาผู้มีไหวพริบ ล่อหลอกให้งุนงงได้เหมือนกับหนูที่เจ้าเล่ห์แสนกล
เธออาจเจรจาได้คล่องแคล่วโดยปราศจากธรรมะในดวงใจ
เธอล่วงรู้ถึงจริตจก้านของผู้หญิงที่เจ้าชู้เป็นอย่างดีพอๆกับนกยูงตัวเมีย
แต่สำหรับการอุทิศตนต่อพระธรรมเธอแทบจะไม่มีประสบการณ์เลย
น้องหญิงของอาตมา ความชาญฉลาดของเธอเป็นปัญญาเฉโก
ที่เต็มไปด้วยเล่ห์เพทุบายเช่นเดียวกับพวกพ่อค้าในตลาด
มันเป็นการยากยิ่งนักสำหรับผู้ไม่มีสัญชาติแห่งความเป็นคนตรง
ที่จะมาพยายามประพฤติธรรม

ถ้าเธอต้องการปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างถูกต้อง
จงได้ดำเนินตามอาตมา
ด้วยการเริ่มต้นปฏิบัติบำเพ็ญโดยปราศจากสิ่งรบกวนในหุบเขาที่สงบสงัด

บาบาดอมได้กล่าวบทโศลกขึ้นว่า

ท่านเป็นอาจารย์ผู้วิเศษ ท่านเป็นสมณะที่มีค่ายิ่ง
เราแน่ใจมาก ว่าจักได้รับประโยชน์จากการสมาคมกับท่าน
ในเวลากลางวัน ดิฉันไม่มีเวลาว่าง
ในเวลากลางคืน ดิฉันเกียจคร้านและต้องการจะนอน
ดิฉันตกเป็นข้าทาสของบ้านเรือนใช่หรือไม่หนอ
ดิฉันจะหาเวลาปฏิบัติธรรมได้อย่างไรกันหนอ?

ท่านมิลาเรปะกล่าวตอบว่า
จงฟังหญิงผู้โชคดี
เธอผู้เต็มไปด้วยความมั่งคั่งและจริงใจ

ชีวิตในอนาคตนั้นยาวนานยิ่งกว่าชีวิตในชาตินี้มากนัก
เธอได้ล่วงรู้ว่าจะต้องตระเตรียมอย่างไรแล้วหรือ
การบริจาคด้วยหัวใจที่ยังมีความตระหนี่หวงแหนนั้น
ย่อมไม่ผิดอะไรกับการยื่นอาหารให้สุนัขแปลกหน้า มันนำมาแต่อันตรายมากกว่าความสวัสดี
เพราะผลที่ติดตามมาคือการสนองตอบด้วยการกัดอย่างดุดัน
จงขจัดความตระหนี่หวงแหนออกไป ณ บัดนี้ ตามที่เธอได้รู้อยู่แล้วว่ามันเป็นสิ่งเลวทราม

จงฟังหญิงผู้โชคดี เราย่อมรู้จักส่วนที่เหลือของชีวิตนี้ได้ดีกว่าในชีวิตหน้า
เธอได้ตระเตรียมและเริ่มจุดประทีปไว้ส่องทางดำเนินแก่เธอหรือยัง
สมควรแล้วหรือที่ยังมีความไม่พร้อมอยู่อีก จงบำเพ็ญสมาธิภาวนาบน “แสงสว่างใสอันยิ่งใหญ่”

การช่วยเหลือผู้ไร้คุณธรรม ย่อมไม่ได้รับมิตรภาพใดๆเป็นการตอบแทนนอกจากอันตราย
จงได้ระมัดระวังต่อการกระทำอันโง่งม
จงระวังความชั่วร้ายเช่นนี้ และจงได้ถอยห่างจากมัน

จงฟังหญิงผู้โชคดี ชีวิตในภายภาคหน้านั้นย่อมเลวร้ายกว่าในชีวิตนี้
เธอมีผู้ชี้แนะทางดำเนินให้แก่เธอหรือยัง?
ถ้าเธอปราศจากกัลยาณมิตรผู้เป็นครูชี้แนะเส้นทางดำเนิน
ก็จงได้อาศัยพระธรรมอันศักดิ์สิทธิ์เถิด
บรรดาญาติมิตรล้วนเป็นอุปสรรคขัดขวางการปฏิบัติบำเพ็ญ
เขาไม่เคยช่วยเหลือ แต่กลับทำอันตรายเธอ
เธอไม่รู้ดอกหรือว่า ที่แท้แล้ว วงศาคณาญาติของเธอคือศัตรู?
ถ้าสิ่งนี้เป็นความจริง เธอสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องละทิ้งมา
จงฟังหญิงผู้โชคดี การเดินทางในอนาคต อันตรายมากกว่าในขณะนี้
เธอได้ตระเตรียมอาชาไนยตัวประเสริฐแห่งความวิริยะอุตสาหะหรือยัง
จงเผชิญกับอุปสรรคด้วยความเฉลียวฉลาดและอดทน
การตื่นเต้นที่มีอยู่บ้างเมื่อเริ่มต้นจะระงับไปในไม่ช้า
จงได้ระมัดระวังต่อความติดยึดในการเสพความสงบ
เพราะมันจะผลักเบนเธอให้หลงทิศหลงทาง
ความรีบร้อนอันไร้ประโยชน์ย่อมมีแต่จะทำลายบุคคลโดยส่วนเดียว
ความเกียจคร้านและความเพียรที่จัดจ้านจนเกินไปล้วนเป็นศัตรูตัวฉกาจ
เธอจะต้องขจัดมันออกไปทั้งสองอย่าง

บาบาดอมกล่าวว่า “ท่านลามะ ดิฉันยังไม่ได้ตระเตรียมสำหรับชีวิตหน้าเลย แต่จะเริ่ม ณ บัดนี้ ได้โปรดแนะนำสั่งสอนดิฉันด้วย” ท่านมิลาเรปะได้กล่าวว่า “อาตมาดีใจที่เธออุทิศตนต่อพระศาสนาอย่างซื่อตรง ในวิถีของอาตมา ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อหรือโกนผม บุคคลสามารถบรรลุธรรมได้ ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือเป็นพระ โดยปราศจากการเปลี่ยนแปลงสถานภาพ บุคคลอาจสามารถเป็นพุทธศาสนิกชนชั้นเลิศได้” จากนั้นท่านมิลาเรปะได้แสดงบทโศลกชื่อ “อุปมาสี่อย่างและความหมายห้าประการ” เพื่อแนะนำการฝึกฝนจิต

จงฟังหญิงผู้โชคดี เธอผู้เต็มไปด้วยความมั่งคั่งและจริงใจ
จงได้นึกถึงขนาดของห้วงเวหา
เธอจงได้ฝึกเพ่งเอาความไม่สิ้นสุดอันปราศจากศูนย์กลางและขอบเขต
เป็นอารมณ์แห่งสมาธิของเธอ

จงได้ระลึกถึงแสงสว่างของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ที่ปราศจากสิ่งบดบัง
เป็นอารมณ์แห่งสมาธิของเธอ

จงได้ระลึกถึงภูผาที่ตั้งตระหง่านไม่ไหวติงเป็นอารมณ์แห่งสมาธิของเธอ

จงได้ระลึกถึงท้องมหาสมุทรที่ล้ำลึกเกินกว่าที่จะหยั่งถึงได้เป็นอารมณ์แห่งสมาธิของเธอ
จงแทรกซึมตัวของเธอเองลงสู่ธรรมวิจัยอันล้ำลึก
จงบำเพ็ญสมาธิภาวนาบนดวงจิตของเธอเอง
จงอย่าได้เกิดความลังเลสงสัยและปฏิบัติลงไปผิดๆ

จากนั้นท่านมิลาเรปะได้แนะนำเธอให้ฝึกฝนทั้งกายและจิต พร้อมทั้งส่งเธอไปบำเพ็ญสมาธิภาวนา ต่อมาภายหลัง หญิงสาวได้รับประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ และต้องการขจัดข้อขัดข้อง จึงมากราบเรียนท่านว่า

โอ้ ท่านอาจารย์ คุรุที่มีค่ายิ่ง
เอกบุรุษผู้เป็นดังร่างจำแลงของพระพุทธองค์

ดีทีเดียว เมื่อดิฉันเพ่งพิจารณาบนท้องฟ้า
แต่ดิฉันรู้สึกยากลำบาก เมื่อนึกถึงหมู่เมฆ
ดิฉันจะบำเพ็ญสมาธิภาวนาบนมันอย่างไรกันหนอ?

ดีทีเดียว เมื่อดิฉันเพ่งพิจารณาบนสุริยันและจันทรา
แต่ดิฉันรู้สึกยากลำบาก เมื่อนึกถึงหมู่ดาว
ดิฉันจะบำเพ็ญสมาธิภาวนาบนมันอย่างไรกันหนอ?

ดีทีเดียว เมื่อดิฉันเพ่งพิจารณาบนขุนเขาที่ไม่ไหวติง
แต่ดิฉันรู้สึกยากลำบาก เมื่อนึกถึงบรรดาต้นไม้และหมู่พืช
ดิฉันจะบำเพ็ญสมาธิภาวนาบนมันอย่างไรกันหนอ?

ดีทีเดียว เมื่อดิฉันเพ่งพิจารณามหาสมุทรอันยิ่งใหญ่
แต่ดิฉันรู้สึกยากลำบาก เมื่อนึกถึงบรรดาหมู่คลื่น
ดิฉันจะบำเพ็ญสมาธิภาวนาบนมันอย่างไรกันหนอ?

ดีทีเดียว เมื่อดิฉันเพ่งพิจารณาบนธรรมชาติแห่งจิตตน
แต่ดิฉันรู้สึกยากลำบาก เมื่อเผชิญบรรดาความคิดที่หลั่งไหล
ดิฉันจะบำเพ็ญสมาธิภาวนาบนมันอย่างไรกันหนอ?
ท่านมิลาเรปะมีความยินดีมาก กับประสบการณ์ของบาบาดอม เพื่อขจัดข้อขัดข้องของเธอ ท่านได้แสดงบทโศลกว่า
จงฟังหญิงผู้โชคดี
เธอผู้เต็มไปด้วยความมั่งคั่งและจริงใจ
ถ้าเธอรู้สึกดีในการบำเพ็ญสมาธิภาวนาบนท้องฟ้า
ก็จงรู้สึกเช่นเดียวกันกับหมู่เมฆเถิด
หมู่เมฆไม่ใช่อะไรอื่นดอก นอกจากเป็นปรากฏการณ์แห่งท้องฟ้า
ดังนั้น จงมีสัมมาสมาธิอยู่ในปริมณฑลแห่งท้องฟ้าเถิด

หมู่ดาวไม่ใช่อะไรอื่นดอก นอกจากเป็นแสงสะท้อนของสุริยันและจันทรา
ถ้าเธอสามารถบำเพ็ญสมาธิภาวนาบนสุริยันและจันทรา
ทำไมจะทำเช่นเดียวกันบนหมู่ดาวไม่ได้เล่า
ดังนั้น จงแทรกซึมตัวของเธอเอง ในแสงสุริยันและจันทราเถิด

หมู่พืชและบรรดาต้นไม้ไม่ใช่อะไรอื่นดอก นอกจากเป็นปรากฏการณ์แห่งขุนเขา
ถ้าเธอสามารถบำเพ็ญสมาธิภาวนาบนขุนเขา ทำไมจะทำเช่นเดียวกันบนต้นไม้ไม่ได้เล่า
ดังนั้นจงได้ตั้งมั่นอยู่ในความไม่ไหวติงของขุนเขาเถิด

คลื่นไม่ใช่อะไรอื่นดอก นอกจากเป็นการเคลื่อนไหวของมหาสมุทร
ถ้าเธอสามารถบำเพ็ญสมาธิภาวนาบนมหาสมุทร ทำไมจะทำเช่นเดียวกันบนหมู่คลื่นไม่ได้เล่า
ดังนั้น จงกลมกลืนตัวของเธอเองอย่างถูกต้องในมหาสมุทรเถิด

ความคิดที่หลั่งไหลเป็นปรากฏการณ์แห่งดวงจิต
ถ้าเธอสามารถบำเพ็ญสมาธิภาวนาบนดวงจิต
ทำไมจะทำเช่นเดียวกันบนความคิดที่หลั่งไหลไม่ได้เล่า
ดังนั้น จงกลมกลืนตัวของเธอเอง สู่แก่นสารสาระแห่งดวงจิตเถิด

หลังจากที่ บาบาดอม ได้ปฏิบัติบำเพ็ญตามคำแนะนำของท่านมิลาเรปะ นางได้ประสบความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วมาก และสามารถบรรลุถึงโลกุตรธรรมในชีวิตปัจจุบัน เมื่อเธอถึงแก่ความตาย เธอเหาะไปสู่ดินแดนของเทพธิดาด้วยกายมนุษย์ ผู้คนได้ยินเสียงกลองใบเล็กที่เธอพกติดไปด้วย
นี้เป็นตำนานที่ท่านมิลาเรปะพบสานุศิษย์เพศหญิง บาบาดอม หนึ่งในสี่ธรรมทายาทหญิงของท่าน ณ เกบา เลซุม แห่งแคว้นจัง

เกี่ยวกับท่านมิลาเรปะ
ตำนานแห่งหุบเขาอัญมณีแดง
การจาริกธุดงค์สู่ ลาชิ
ธรรมลีลาแห่งเทศกาลหิมะโปรย
วิวาทะกับเจ้าแม่ผู้ชาญฉลาด
มณฑล รักม่า
วิหารเทียมฟ้า จันแพน
ธรรมปิติของสมณะ
ท่านมิลาเรปะ กับนกพิราบ
หุบเขา วัชชระ สีเทา
ภิกษุ เรชุงปะ
ข้อตักเตือนถึงโอกาสที่หาได้ยากในการปฏิบัติธรรม
การค้นหาธรรมชาติแห่งจิตของชายเลี้ยงแกะ
ธรรมคีตาแห่งความตระหนักชัด
การมุ่งสู่โพธิญาณของสตรีเพศ
ธรรมคีตา ณ ที่พักผู้เดินทาง
พาลชนที่กลายเป็นสาวก
การพบกันที่สายธารสีเงินยวง
นิมิตหมายแห่งพระธรรมจากไม้เท้า
ข้อชี้นำยี่สิบเอ็ดประการ
ภิกษุ กาชอนเรปะ
คำตักเตือนสำหรับท่าน ธัมมะวอนชู
การแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ณ ภูเขาหิมะดีซี
การบรรลุธรรมจักษุของท่าน เรชุงปะ
การกลับใจของชาวลัทธิ บอน ผู้กำลังจะตาย
แสดงธรรมกับหญิงสาวผู้ชาญฉลาด
นายพรานกับกวาง
พระราชาแห่ง เนปาล
เผชิญเจ้าแม่ ทเซรินมา
การกลับใจของเจ้าแม่ ทะเซรินมา
ข้อแนะนำเกี่ยวกับภาวะ สัมภเวสี
ทะเซรินมา กับการปฏิบัติสุญญตาธรรม
ข้อตักเตือนสำหรับท่าน ดอจี วอนชู
การพบกับท่าน ธรรมโพธิ
เผชิญนักปริยัติ
เยือนอินเดียครั้งที่สามของท่าน เรชุงปะ
ความตระหนักชัดของท่าน เมกอมเรปะ
สาลีอุยกับพระธรรม
เขาของตัวจามรี
การสำนึกผิดของ เรชุงปะ
ความที่ยิ่งกว่าสุข
ศิษย์เอก กัมโบปะ
นักปริยัติผู้กลับใจ
ธรรมปราโมทย์
แสดงอภิญญาจูงใจคน
รวมโศลกธรรมสั้นๆ
ธรรมเทศนาที่ภูผา บอนโบ้
แรงบันดาลใจ
ชินดอโมและเลซีบุม
แกะที่กำลังจะตาย
ธรรมคีตาแห่งการดื่ม
แด่ เรชุงปะ ด้วยเมตตา
เรชุงปะ สู่เมือง วู
พบท่าน ธัมปาสันจี
มิติแห่งสวรรค์
คำพยากรณ์แห่งเทพธิดา
คำตักเตือนคุณหมอ ยางงี
การจากไปของ เรชุงปะ
เรื่องราวของ ดราชิเซ
กัลยาณมิตร
ประจักษ์พยานแห่งการบรรลุธรรม
ปัจฉิมโอวาท
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com