บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

มิลาเรปะ

ธรรมปิติของสมณะ จากจันแพน ท่านมิลาเรปะ ได้เดินทางต่อมายัง ยลโม และเข้าพำนักที่ถ้ำเซงซั่น ในป่าดงดิบ ซิงกาลิน เทพธิดาแห่งยลโมปรากฏกายด้วยท่าทางอันอ่อนน้อม สงบเสงี่ยมอยู่ภายใต้โอวาทของท่าน และพากันเฝ้าปรนนิบัติท่านอย่างดีเลิศ ท่านมิลาเรปะพำนักอยู่ ณ สถานที่นี้ด้วยแรงดลใจหลายประการ
ในวันหนึ่ง แม่ชีบวชใหม่ห้าองค์จากย่าน มอน มาเยี่ยมเยียนท่าน เธอพากันปฏิสันถารว่า “สถานที่แห่งนี้ถูกเล่าขานว่าน่ากลัวยิ่งนัก และขณะเดียวกันก็เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มพูนความก้าวหน้าในการบำเพ็ญสมาธิภาวนาด้วย มันเป็นอย่างนั้นจริงๆหรือเจ้าคะ?” ท่านมิลาเรปะได้กล่าวโศลกธรรมสรรเสริญสถานที่แห่งนี้ว่า

ขอน้อมคารวะแด่คุรุของอาตมา
อาตมาได้พบท่านอาจารย์ ด้วยบุญกุศลที่อาตมาสั่งสมไว้อย่างมากมาย
ณ บัดนี้ อาตมากำลังพำนักอยู่ในสถานที่ซึ่งท่านอาจารย์ได้พยากรณ์เอาไว้

สถานที่แห่งนี้เป็นรมณียสถาน ซึ่งเต็มไปด้วยเนินเขาและป่าที่อุดมสมบูรณ์
ทุ่งหญ้าบนภูเขา เกลื่อนกล่นไปด้วยดอกหญ้าบานสะพรั่ง
หมู่ไม้น้อยใหญ่ในป่า เริงระบำโยกย้ายไปมา แต่ลำหรับฝูงลิงแล้ว ไม่ต่างอะไรกับลานสำหรับวิ่งเล่น
นกนาๆชนิดร้องขับขานด้วยเสียงอันไพเราะ คลอไปกับเสียงกระหึ่มของหมู่ผึ้งที่บินไปมา
ตลอดทิวาจวบจนราตรีกาล สายรุ้งมาปรากฏให้เห็น แล้วก็อันตรธาน สลับสับเปลี่ยนไปๆมาๆ
หยาดพิรุณโปรยปรายลงมาชุ่มฉ่ำ เชื่อมต่อระหว่างฤดูร้อนกับฤดูหนาว
น้ำค้างและหมอก เคลื่อนขบวนเข้ามา ในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูใบไม้ผลิ
มันช่างเป็นสถานที่อันสงบสงัดและรื่นรมย์จริงหนอ
อาตมามิลาเรปะ พำนักอยู่อย่างผาสุก
ด้วยการบำเพ็ญสมาธิภาวนาบนความสว่างไสวแห่งสุญตาธรรม

โอ้ ความที่ยิ่งกว่าสุข คือความรู้แจ้งที่ปรากฏออกมามากมาย
ยิ่งผาดโผนเท่าใด อาตมาก็ยิ่งเป็นสุขมากเท่านั้น
ความที่ยิ่งกว่าสุข คือเรือนกายที่ปราศจากอกุศลกรรม
ความที่ยิ่งกว่าสุข คือการระงับความยุ่งยากทั้งมวล
เมื่อได้เผชิญความน่าสะพรึงกลัวมากขึ้น ความสุขของอาตมาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
โอ้หนอ ความที่ยิ่งกว่าสุข ก็คือการดับอวิชชาสัมผัสและตัณหาราคะทั้งปวง

ความทุกข์โศกและราคะที่จัดจ้าน ย่อมกลับทำให้บุคคลผาสุกมากยิ่งขึ้นเมื่อเอาชนะมันได้
ช่างผาสุกอะไรเช่นนี้หนอ ที่ปราศจากโรคาพาธทั้งปวง
ช่างผาสุกอะไรเช่นนี้ ที่ความดับทุกข์กับความทุกข์ เป็นเอกสภาวะเดียวกัน
ช่างผาสุกจริงหนอ ที่บังเกิดพลังจากการบำเพ็ญโยคะด้วยการผูกจิตไว้กับอริยาบถอย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่าจะกระโดดหรือวิ่ง ไม่ว่าจะเริงระบำหรือเผ่นโผนโจนทะยาน ก็ยังคงผาสุกยิ่งนัก

ช่างผาสุกอะไรเช่นนี้หนอ ที่ได้เปล่งธรรมคีตาแห่งชัยชนะ
สุขจริงหนอ ที่ได้สวดสาธยายและเจริญพุทธมนต์
ยังคงผาสุกอยู่เสมอ เมื่อต้องพูดและเปล่งธรรมคีตาด้วยเสียงอันดัง
ดวงจิตที่เต็มไปด้วยพละกำลังและความเชื่อมั่นของอาตมา
ทะยานขึ้นสู่อาณาจักรแห่งเอกสภาวะเดียว

ความที่ยิ่งกว่าสุขสูงสุด คือแสงสว่างในภายในที่เจิดจ้าอยู่ด้วยอินทรีย์พละอันกล้าแข็ง
ความที่ยิ่งกว่าสุข คือบทสรุปสุดท้ายแห่งพระคัมภีร์ ต่อบรรดารูปลักษณะสภาวะทั้งปวง
เพื่อเป็นของกำนัลสำหรับแม่นักศึกษาน้อยๆ ของอาตมา
อาตมาจึงได้แสดงบทโศลกแห่งความผาสุกของสมณะ ให้พวกเธอได้รับฟัง

ท่านมิลาเรปะได้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่แม่ชีบวชใหม่ทั้งห้า และให้ข้อกรรมฐานแก่พวกนาง หลังจากฝึกบำเพ็ญสมถะและวิปัสสนาตามข้อกรรมฐานดังกล่าวได้ระยะเวลาหนึ่ง แสงสว่างในภายในแห่งการรู้แจ้งตระหนักชัด ก็เริ่มบังเกิดขึ้นในแม่ชีทั้งห้านาง ท่านมิลาเรปะมีปิติสุขมาก และได้แสดงโศลกชื่อ “น้ำอมฤตแห่งข้อชี้แนะ”
แด่ท่านอาจารย์ของอาตมาผู้ชี้แนะเส้นทางดำเนินสู่ความสละปล่อยวางโดยไม่มีข้อผิดพลาด
ท่านเมตตากรุณาด้วยการปลดปล่อยผู้คนได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด
ขอท่านอาจารย์ได้โปรดสถิตอยู่เหนือเศียรเกล้าเป็นเพชรที่ประดับยอดมงกุฏของอาตมาตลอดไป

โปรดจงสดับรับฟัง ธรรมทายาททุกๆคน
ถึงแม้ว่าคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าจะมากมายก่ายกองเพียงใดก็ตาม
บุคคลที่สามารถปฏิบัติได้จริง จนบรรลุถึงโลกุตรธรรมก็มีเพียงจำนวนน้อย
และนับได้ว่าเป็นผู้มีพรชัยจากสวรรค์อย่างแท้จริง

ถ้าเธอปรารถนาจะบรรลุถึงพุทธภาวะในอัตภาพร่างกายนี้
เธอจักต้องหยุดยั้งความใคร่อยากต่อสิ่งทั้งปวงในชีวิต
และจักต้องไม่ก่อความมีทิฐิมานะหยิ่งผยองลำพองตนขึ้นในภายใน
มิฉะนั้นแล้วเธอจะตกจมเวียนว่ายอยู่กับความชั่วและความดี
ทั้งยังอาจพลาดพลั้งหลุดเข้าไปในภพภูมิอันน่าสะพรึงกลัวได้

เมื่อเธอเฝ้าปรนนิบัติรับใช้อาจารย์ของเธอ จงได้โปรดระงับความคิดที่ว่า
อาจารย์เป็นผู้ได้รับความสุขจากการกระทำของเธอ
มิฉะนั้นแล้ว ความขัดเคืองอันเกิดจากความถือดี จะเป็นผลติดตามมาอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
ความปรารถนาของเธอก็จะไม่สัมฤทธิ์ผล

การศึกษาปฏิบัติบำเพ็ญ ก็คือการสำรวมอินทรีย์
มิให้ข้องแวะกับการสั่งสมอกุศลกรรมเพิ่มพูนขึ้นในตน
มิฉะนั้นแล้ว ก็นับได้ว่าดำรงตนอยู่ด้วยความประมาท อันจักนำความเศร้าหมองมาให้
ทั้งยังอาจสามารถทำให้ตกล่วงไปจากธรรมวินัยอีกด้วย

เมื่อเธอได้เรียนรู้ข้อความมากมายในพระปริยัติธรรม
จงอย่าได้หลงภาคภูมิใจกับความรู้เห็นอันเป็นไปแค่พยัญชนะนั้นเลย
มิฉะนั้นแล้วไฟจากกิเลสนิวรณ์ทั้งห้าประการจะลุกฮือขึ้นเผาไหม้เธอ
ความคิดและการกระทำอันชอบก็จะอันตรธานไป

เมื่อเธอบำเพ็ญปฏิบัติร่วมกับบรรดาญาติธรรมของเธอในสถานที่อันสงบสงัด
จงอย่าได้พากเพียรแส่ส่ายไปหลายทิศหลายทางนักเลย
มิฉะนั้นแล้วกุศลธรรม และความเป็นผู้มีศรัทธาในดวงใจของเธอจะเสื่อมถอยลง

เมื่อดำเนินไปบนมรรคาแห่งคำสอนเรื่องภายใน
จงได้ระมัดระวังอย่ายุ่งเกี่ยวกับภูติผีปีศาจอันเป็นไปในภายนอกโดยเด็ดขาด
มิฉะนั้นแล้วพญามารอันหมายถึงความปรารถนาต่อโลกียกรรม
จะงอกงามเติบใหญ่ และแผ่พลังอันร้อนแรงมาเผารนเธออีก

เมื่อเธอเริ่มได้รับประสบการณ์แห่งความรู้แจ้งตระหนักชัดในภายใน
จงอย่าได้ข้องแวะกับการแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ในรูปแบบต่างๆ
รวมทั้งการพยากรณ์ถึงสิ่งที่จะบังเกิดขึ้นในอนาคตด้วย
มิฉะนั้นแล้วความลึกซึ้งแห่งการรู้แจ้งต่อสภาวะธรรมในภายในจะเสื่อมคลายลง
บุญกุศลและความบริสุทธิ์แห่งจิตวิญญาณจะถูกทำให้เศร้าหมอง

จงได้โปรดระมัดระวังต่อหลุมพรางเหล่านี้ให้จงดี
จงเว้นขาดจากการส้องเสพอกุศลแม้เพียงน้อยนิด
จงละเลิกสนใจกับเหยื่อล่อทั้งปวง
จงปลดวางภาระอันหนักอึ้ง ที่ไร้ค่าประดุจซากศพ ลงจากบ่าของเธอ
จงเลิกกล่าวคำป้อยอผู้คนด้วยถ้อยคำอันอ่อนหวานเพื่อหวังประโยชน์แก่ตน
จงเป็นผู้อ่อนน้อมและสงบเสงี่ยมเจียมตนโดยปราศจากซึ่งมานะทิฐิทั้งปวงอยู่เสมอ
ในที่สุดเธอจะพบมรรคาด้วยตัวของเธอเอง

แม่ชีบวชใหม่พากันซักถามท่านมิลาเรปะว่าจะสามารถค้นพบมรรคาของตนเองได้อย่างไร และได้ออดอ้อนให้ท่านแนะนำเพิ่มเติมในเรื่องนี้ ท่านมิลาเรปะได้กล่าวแสดงว่า

อาตมาขอสวดภาวนาระลึกถึงท่านอาจารย์ผู้เต็มเปี่ยมสมบูรณ์
ขอสวดภาวนาให้ท่านอาจารย์ได้โปรดเกื้อหนุนอาตมาด้วยบารมีของท่าน
ได้โปรดช่วยเหลืออาตมา ซึ่งเป็นภิกษุที่มีฉันทะต่อการบำเพ็ญสมาธิภาวนา

ถึงแม้ว่าพวกเธอจะได้เติบโตขึ้นมาท่ามกลางอารยธรรมสมัยใหม่
ถึงแม้ว่าพวกเธอจะได้คลุกคลีอยู่กับผู้คนที่เต็มไปด้วยบาปกรรม
สัมพันธภาพที่พวกเธอมีต่อพระธรรมก็คงยังดำเนินอยู่ต่อไป
เนื่องด้วยพวกเธอทั้งหลายได้เคยฟังคำสั่งสอนของพระบรมศาสดามาแล้วในอดีตชาติ
บัดนี้ความสืบต่อแห่งกรรมและวิบากจึงได้พาพวกเธอมาสู่ที่พำนักของอาตมา
พวกเธอกำลังหลบหลีกจากเส้นทางดำเนินชีวิตที่ผิดพลาด

ความวิริยะอุตสาหะในการสั่งสมกุศลธรรมไว้โดยสม่ำเสมอ
ย่อมปลูกฝังศรัทธาให้หยั่งรากมั่นคงและงอกงามไพบูลย์ขึ้นในตัวเธอ
กระแสคลื่นแห่งจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์จะเริ่มสัมผัสตัวเธอ
ความหยั่งรู้ต่อสภาวธรรมในภายในย่อมแจ่มใสเพิ่มพูนมากขึ้นทุกวัน

จงได้ระลึกไว้เสมอว่าตราบใดที่เธอยังมิได้บรรลุถึงชัยชนะที่สมบูรณ์โดยเด็ดขาด
ก็จงอย่าได้ดำรงตนอยู่ในความประมาท
ด้วยความเมตตาต่อพวกเธอทุกคน
อาตมาจะได้แสดงข้อความเพื่อชี้แนะเส้นทางดำเนินแก่พวกเธอ
จงได้โปรดตั้งใจสดับรับฟังให้จงดีเถิดมิตรผู้ยังอยู่ในวัยเยาว์ของอาตมา

เมื่อเธอพำนักอาศัยอยู่ในสถานที่อันสงบวิเวก
จงอย่าปล่อยให้ ความคิดคำนึงต่อโลกียสุขผ่านเข้ามาในมโนกรรมของเธอโดยเด็ดขาด
มิฉะนั้นแล้วพญามารจะมีโอกาสทำร้ายเธอ
จงพากเพียรหยุดยั้งความคิดปรุงแต่งที่หลั่งไหลอยู่ในภายในให้ได้เถิด
และแล้วเธอจะพบมรรคาของเธอเอง

เมื่อเธอจดจ่ออยู่กับการมีธรรมวิจัยอันเป็นองค์คุณสำคัญต่อการตรัสรู้
เธอควรได้กำหนดพิจารณาให้มากถึงความทุกข์ทรมานในสังสารวัฏนี้
จงได้ระลึกถึงมรณกาลที่อาจมาเยือนได้ทุกเวลา
ความองอาจกล้าหาญและมั่นคงหนักแน่นจักเพิ่มพูนขึ้นมากมายในตัวเธอ
และแล้วเธอจะได้พบมรรคาของเธอเอง

เมื่อเธอกำลังมุ่งมั่นอยู่กับการปฏิบัติบำเพ็ญในขั้นตอนที่ละเอียดละออลึกซึ้ง
จงอย่าได้บังเกิดความปรารถนาที่จะเป็นปราชญ์เมธีผู้เรืองนามโดยเด็ดขาด
มิฉะนั้นแล้วโลกธรรมทั้งแปดประการและตัณหาราคะอันร่านทุรน
ก็จะกลับมามีอิทธิพลครอบงำเธออีก
ชีวิตอันแสนประเสริฐของการถือเพศพรหมจรรย์ก็จะพินาศลง
จงเต็มไปด้วยความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน และแล้ว เธอก็จะได้พบมรรคาของเธอเอง

เมื่อประสบการณ์มากมายผ่านเข้ามาในความรู้เห็นของเธอด้วยผลแห่งการปฏิบัติธรรม
จงอย่าได้บังเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจและกระหายใคร่จะโอ้อวดต่อผู้คนเลย
มิฉะนั้นเธอจะเป็นผู้ก่อความรำคาญให้แก่เทพยดาทั้งหลาย
จงปฏิบัติบำเพ็ญโดยหลีกเลี่ยงสิ่งรบกวนทั้งปวงเถิด
และแล้วเธอจะพบมรรคาของเธอเอง

เมื่อเธออยู่ร่วมกับอาจารย์ของเธอ
จงอย่าได้มัวแต่สาละวนกับการพิจารณาถึงกุศล และอกุศลในตัวท่านอาจารย์
มิฉะนั้นแล้วเธอจะพบอุปสรรคยิ่งใหญ่ประดุจขุนเขาทีเดียว
จงเพียงแต่ซื่อตรงและอ่อนน้อมต่อท่านเท่านั้น และแล้ว เธอจะได้พบมรรคาของเธอเอง

เมื่อเธออยู่ร่วมในสมาคมอันบริสุทธิ์กับบรรดาญาติธรรมของเธอ
จงอย่าได้ดำริถึงความเป็นผู้เลอเลิศที่สุดในหมู่กลุ่มของเธอ
มิฉะนั้นราคะและโทสะจะถูกปลุกเร้าขึ้นในตัวเธอ
เธอจักต้องอาบัติเศร้าหมองต่อการล่วงละเมิดพระธรรมวินัย
จงปรับปรุงตนเองและทำความเข้าใจกันให้ได้ ในระหว่างบรรดาญาติธรรมทุกๆคน
และแล้ว เธอจะได้พบมรรคาของเธอเอง

เมื่อเธอครองผ้าของผู้ประพฤติพรหมจรรย์เข้าสู่หมู่บ้านเพื่อบิณฑบาต
จงอย่าได้ใช้พระธรรมเป็นเครื่องมือในการแสวงหาประโยชน์ให้แก่กิเลสตัณหาของตน
มิฉะนั้นแล้ว เธอจะทำตัวของเธอเอง ให้ตกล่วงลงสู่ภพภูมิอันต่ำทราม
จงเต็มไปด้วยความสุจริตและความจริงใจ และแล้ว เธอจะได้พบมรรคาของเธอเอง

นอกเหนือไปจากนี้ ในทุกกาลสถาน จงได้ระงับความหยิ่งทะนงอหังการและความฉ้อฉลทั้งปวง
มิฉะนั้นเธอจักต้องมีภาระอันหนัก ในการแบกหามอัตตา ด้วยการสรรเสริญเยินยอตนเอง
และเธอย่อมจะทานน้ำหนักของอัตตาไม่ไหว
มันจะกดทับให้เธอกลายเป็นคนปลิ้นปล้อนหลอกลวงไปจนได้
ถ้าเธอสามารถเอาชนะการโป้ปดมดเท็จและการมีมารยาสาไถยได้
เธอจะพบมรรคาของเธอเอง

บุคคลผู้ที่พบเส้นทางดำเนินอันถูกต้องด้วยตนเอง ย่อมมีความสามารถที่จะสั่งสอนผู้อื่นได้
อันนับได้ว่าเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านโดยสมบูรณ์
ขอให้คำแนะนำของอาตมา จงหยั่งลงสู่ก้นบึ้งแห่งดวงใจของพวกเธอ

สานุศิษย์ของท่านมิลาเรปะต่างพากันได้รับแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ ที่จะมีธรรมวิจัย เพื่อปฏิบัติบำเพ็ญอย่างขยันขันแข็งและเพื่อสละโลกียกรรมทั้งปวง ความศรัทธาอันตั้งมั่นไม่ผันแปร หยั่งลงในพวกเขาทั้งหลาย เขาได้พากันอาราธนาว่า “พวกเราปรารถนาจะถวายรูปหล่อมันดาลาทองคำแด่ท่าน โปรดจงรับไว้ด้วยเถิด และขอจงได้โปรดแสดงคำสอนเรื่อง สัมมาทิฐิ สัมมาปฏิบัติ และการประกอบกุศลกรรม”
ท่านมิลาเรปะกล่าวตอบว่า “อาตมาไม่ต้องการทองคำ พวกเธออาจใช้ทองคำให้เป็นประโยชน์กับวิถีชีวิตในการปฏิบัติธรรมของพวกเธอ สำหรับคำสอนเรื่อง ทิฐิ การปฏิบัติ และการประกอบกรรม นั้น อาตมาจักได้กล่าวแสดง ณ บัดนี้ จงสดับรับฟังเถิด”

แด่ท่านอาจารย์ผู้เป็นธรรมราชาในความรู้เห็นว่าด้วยเรื่อง
ความเห็นชอบ การปฏิบัติชอบ การประกอบกุศลกรรม และการตรัสรู้
ขอพรชัยจากท่านอาจารย์ จงเกื้อหนุนอาตมา
ให้แจ่มแจ้งต่อปรมัตถสภาวธรรมในความรู้เห็นเหล่านั้นด้วย
เพื่อที่ว่าอาตมาจะได้สามารถแทรกซึมอยู่ในอาณาจักรแห่งธรรมชาติภายในตน

สำหรับ ความเห็นชอบ การปฏิบัติชอบ การประกอบกุศลกรรม และการตรัสรู้
มีกุญแจอยู่สามดอกที่ไขเข้าไปล่วงรู้ความลับในธรรมชาติเหล่านี้ได้

ปรากฏการณ์ทั้งหลายทั้งปวงนั้นล้วนบรรจุอยู่ภายในดวงจิต
แม้แต่สกลจักรวาลนี้ก็บรรจุอยู่ภายในดวงจิต
ธรรมชาติแห่งดวงจิต คืออาณาจักรอันสว่างไสว
ซึ่งมิอาจก่อสร้างปรุงแต่งขึ้นมาหรือเข้าไปแตะต้องได้
นี้คือกุญแจสามดอก ที่จะไขเข้าไปสู่คำสอนว่าด้วยเรื่องสัมมาทิฐิ

ความคิดปรุงแต่งที่หลั่งไหลด้วยอวิชชาไม่หยุดหย่อน ย่อมสูญสลายไปในธรรมกาย
ความเต็มเปี่ยมด้วยปรีชาญาณอันสมบูรณ์พร้อมด้วยสติ ย่อมนำสภาพที่ยิ่งกว่าสุขมาให้
ความที่ไม่ต้องพักและไม่ต้องเพียรคือความสอดคล้องกับธรรมชาติอย่างแท้จริง
นี้คือกุญแจสามดอก ที่จะไขไปสู่คำสอนว่าด้วยเรื่องสัมมาปฏิบัติ

ให้กุศลกรรมบถทั้งสิบประการงอกงามขึ้นโดยไม่ต้องกระตุ้นเตือน
ให้สังโยชน์ทั้งสิบประการถูกขจัดออกโดยธรรมชาติ
การมีสติเฝ้าระงับความชั่วร้ายนั้น มิได้เป็นเครื่องรบกวนต่อสุญตภาวะเลยแม้แต่น้อย
นี้คือกุญแจสามดอก ที่จะไขไปสู่คำสอน ที่ว่าด้วยเรื่องการประกอบกุศลกรรม

ไม่มีพระนิพพานชนิดที่เป็นดินแดนซึ่งจะเข้าไปสถิตอยู่ได้
ไม่มีสังสารวัฏชนิดที่เป็นอาณาจักรสำหรับการหลุดรอดออกไป
การเรียนรู้ธรรมชาติของดวงใจคือการเข้าถึงพุทธภาวะ
นี้คือกุญแจสามดอกที่จะไขไปสู่คำสอนว่าด้วยเรื่องการตรัสรู้

เมื่อสรุปรวมความหมายของกุญแจสามดอก ในแต่ละหัวข้อคำสอน ให้มีเพียงหนึ่งเดียว
ย่อมหมายถึงธรรมชาติอันว่างเปล่าไร้ตัวตนของมันเองในบรรดาสิ่งทั้งปวง
อาจารย์ผู้รอบรู้อย่างพิสดารเท่านั้น จึงจะสามารถอธิบายขยายเนื้อความให้กระจ่างได้

การกระทำในรูปแบบต่างๆมากมายล้วนเป็นสิ่งไร้ประโยชน์
ทันทีที่บุคคลได้ตระหนักชัดว่าธรรมชาติแห่งพุทธะนั้นดำรงอยู่ในดวงจิตเสมอมา
การรู้เห็นเช่นนี้ นับได้ว่าเป็นการบรรลุถึงจุดหมายปลายทางแล้ว

นี้เป็นคำสอนอันมีค่า เพราะเกิดแต่ประสบการณ์ในการบำเพ็ญเพียรของอาตมา
จงได้โปรดพิจารณาไตร่ตรองระลึกถึงมันอยู่เสมอ
โอ้ เด็กๆและสานุศิษย์ของอาตมา

สานุศิษย์ได้ถามท่านมิลาเรปะว่า “ตามที่เราเข้าใจว่าท่านเป็นผู้ชี้แนะที่ไม่มีวันผิดพลาดต่อหนทางแห่งสัมมาอริยมรรค อันเกิดขึ้นด้วยการสวดภาวนาถึงคุรุเพียงองค์เดียว เป็นความเข้าใจที่ครบถ้วนหรือยัง ยังมีเหตุปัจจัยอื่นๆที่อยู่เบื้องหลังอีกหรือไม่หนอ?” ท่านมิลาเรปะยิ้มและกล่าวตอบว่า “ร่มโพธิ์ร่มไทรอันหมายถึงผู้นำทางจิตวิญญาณ ย่อมเป็นต้นไม้ที่มีกิ่งก้านสาขามากมาย” ท่านได้อธิบายคำตอบของท่านเป็นบทโศลกว่า พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ขันติ ความเพียร ความมีสัญชาติแห่งคนตรง
ญาณทัสสนะ ความเมตตากรุณา และองค์ประชุมแห่งความเป็นมนุษย์
ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้คือผู้ชี้แนะแนวทางดำเนินสู่สัมมาอริยมรรค

สถานที่อันสงบสงัดย่อมเอื้ออำนวยต่อการบำเพ็ญสมณธรรมที่ปลอดภัย
คณาจารย์ผู้รู้แจ้งและบรรลุคุณวิเศษ ย่อมสามารถแนะแนวทางในการขจัดอวิชชา
ความมีสัญชาติแห่งคนตรงโดยปราศจากความท้อแท้ใจ ย่อมนำพาสู่เส้นทางดำเนินที่มั่นคง

การมีสติกำหนดพิจารณาต่อเวทนาที่บังเกิดจากสัมผัสในทุกทวาร
คือผู้แนะแนวทางสู่การปลดปล่อยตนเองให้เป็นอิสระจากอิทธิพลร้อยรัดของรสสัมผัสทั้งปวง
คำสอนของวิสุทธิบุคคล ย่อมแนะแนวทางสู่การบรรลุถึงกายทั้งสามแห่งพุทธะ
สรณะที่พึ่งอันได้แก่พระรัตนตรัย ย่อมแนะแนวทางสู่การดำเนินไปในสัมมาอริยมรรค
ที่ไม่มีวันผิดพลาด
ด้วยการดำเนินไปในสัมมาอริยมรรคอย่างถูกต้องตามผู้ชี้นำที่ได้กล่าวมาแล้ว
บุคคลย่อมสามารถบรรลุถึงสภาพที่ยิ่งกว่าสุขแห่งพระนิพพานได้
เขาย่อมท่องเที่ยวไปในอาณาจักรแห่งความไม่แตกต่างของบรรดาสรรพสิ่ง
อันมีธรรมชาติที่อยู่เหนือถ้อยคำอธิบาย เพราะปราศจากการดำรงอยู่อย่างแท้จริง
ความอิสระหลุดพ้นจากการยึดมั่นถือมั่นในอัตตาตัวตน คือความผาสุกสงบอย่างยิ่ง
วิถีทางดำเนินของอาตมา คือการจาริกธุดงค์ไปท่ามกลางภูเขาและป่า
ด้วยปรีชาญาณอันสว่างไสวพร้อมด้วยสติที่สมบูรณ์
ด้วยดวงจิตที่ตั้งมั่นและเต็มไปด้วยความรู้แจ้ง บุคคลสามารถดำรงชีวิตในวิถีทางของตนเองได้
อาตมาเปล่งธรรมคีตาอันผาสุกแห่งสมณะ ด้วยเสียงที่คมชัดก้องกังวาน
หยาดพิรุณแห่งชื่อเสียงเกียรติคุณของอาตมา ขจรขจายไปในทิศทั้งสิบ
อิ่มอุดมเพราะดกดื่นหนาทึบไปด้วยดอกและใบแห่งความเมตตากรุณาอันไม่มีประมาณ
ญาณทัสสนะอันแสนวิเศษหยั่งรู้ไปทั่วสกลจักรวาล
ผลอันบริสุทธิ์แห่งพระโพธิญาณ ย่อมนำมาซึ่งความเต็มเปี่ยมสมบูรณ์ ดังนี้แล

บรรดาสานุศิษย์พากันนึกคิดไปว่า “ไม่มีความแตกต่างใดๆสำหรับสถานที่ซึ่งท่านมิลาเรปะพำนักอาศัย ดังนั้นพวกเราจะนิมนต์ท่านไปยังหมู่บ้านของพวกเรา” ในโอกาสนั้นพวกเขาจึงได้กล่าวกับท่านว่า “ท่านผู้นิรทุกข์ ด้วยเหตุที่ดวงจิตของท่านไม่มีวันผันแปรอีกต่อไปแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่ท่านจะต้องฝึกบำเพ็ญสมาธิภาวนาอีกต่อไป เพราะฉะนั้นเพื่ออนุเคราะห์ต่อสรรพชีวิต ขอท่านได้โปรดเข้าไปยังหมู่บ้านของพวกเรา เพื่อแสดงธรรมสั่งสอนพวกเรา” ท่านมิลาเรปะกล่าวตอบว่า “การบำเพ็ญสมาธิภาวนาในสถานที่อันสงบสงัด โดยตัวของมันเอง เป็นการโปรดสาธุชนอยู่แล้ว แม้ว่าดวงจิตของอาตมาจะไม่ผันแปร แต่มันเป็นอริยะประเพณีสำหรับสมณะผู้ยิ่งใหญ่ ที่จะต้องพำนักอยู่ในสถานที่อันสงบสงัด” จากนั้นท่านมิลาเรปะได้แสดงบทโศลกว่า

ด้วยการปฏิบัติบำเพ็ญเพื่อเป็นเครื่องสักการบูชาแด่ท่านอาจารย์
ขอพรชัยจากบารมีของท่าน จงได้เกื้อหนุนปลดปล่อยอาตมาสู่ความอิสรเสรี

ท่านสานุศิษย์ผู้มีพรชัยจากสวรรค์และบรรดาผู้ใคร่ในธรรมทั้งหลาย
ขณะที่อาตมาแสดงบทโศลกแห่งสาระของพระธรรมคำสอนที่ล้ำลึก
จงได้สดับรับฟังด้วยความตั้งใจ

นางพญาสิงโตภูเขาหิมะซึ่งอาศัยอยู่บนยอดเขานั้น
มิใช่มีสาเหตุจากความหวาดกลัวต่อสิ่งใด
หากแต่เป็นวิถีทางดำรงชีวิตด้วยความหยิ่งทะนงตามปรกติธรรมดาของมัน

ราชินีของหมู่แล้งแห่งภูผาแดง ถลาร่อนไปในฟากฟ้าอันกว้างใหญ่ไพศาล
ด้วยการกางปีกทั้งสองข้างของมันออกไปจนเต็มที่นั้น มิใช่เพราะบังเกิดความกลัว
หากแต่เป็นการกระทำตามปรกติธรรมดาของมัน

นางพญาแห่งหมู่มัจฉาในท้องทะเลลึก แหวกว่ายอย่างรวดเร็ว
ทำให้เลื่อมพรายบนเนื้อตัวของมันส่องประกายแวววาว นั่นมิใช่เพราะความหวาดกลัวต่อสิ่งใดๆ
หากแต่เป็นวิถีทางดำรงชีวิตตามปรกติของมัน

ฝูงลิงกระโดดไปมาตลอดเวลาบนต้นไม้ มิใช่เป็นเพราะความกลัวเกรงว่าจะทรงตัวอยู่ไม่ได้
หากเป็นวิถีชีวิตตามปรกติของมัน

เสือลายพาดกลอนร้องคำรามและเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วตลอดเวลา อยู่ในป่าทึบ
นั่นมิใช่เพราะความหวาดกังวลต่อสิ่งใดๆ
หากแต่เป็นความหยิ่งลำพองในการดำเนินชีวิตโดยปรกติธรรมดาของมัน
อาตมา มิลาเรปะ ดำรงชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในสุญตะวิหาร
มิใช่เป็นเพราะความหวาดกลัวว่าปรีชาญาณในภายใน จะเสื่อมถอยลงไป
หากแต่เป็นวิถีทางปรกติในการปฏิบัติบำเพ็ญโดยต่อเนื่องของสมณะ

การดำรงจิตไว้ในอาณาจักรแห่งพระธรรมธาตุ มิใช่เกรงว่าจะบังเกิดมิจฉาทิฐิขึ้นในดวงใจอีก
หากแต่การเข้าถึงสัจจสภาวธรรมเป็นชีวิตปรกติของสมณะ

เมื่อบำเพ็ญตันตระโยคะเพื่อรักษาระบบประสาท พลังปราณ ระบบขับสารพิษ
โดยหลีกเร้นจากการถูกรบกวน
นั่นมิใช่เป็นเพราะว่าพระธรรมคำสอนมีข้อผิดพลาดในตัวเอง
หากแต่เป็นหนทางปรกติธรรมดา ที่จะช่วยเพิ่มพูนความรู้แจ้งตระหนักชัดให้สมบูรณ์ยิ่งๆขึ้นไป

การกำหนดนับจำนวนของสิ่งต่างๆในชีวิตสมณะ
มิได้หมายความว่ายังคงมีการกำหนดหมายแบ่งแยกคุณค่าของสิ่งใดๆ
และยังมีทิฐิเป็นคติทวินิยมอยู่อีก
หากเป็นความปรกติธรรมดาของการสื่อความหมายเพื่อสั่งสอนผู้คน ตามธรรมชาติแห่งเหตุและผล

การชี้แนะเกี่ยวกับทฤษฎีของอิทธิพลแห่งกรรมและวิบาก
มิได้เป็นการหลงทิศหลงทางโดยหมายเอาความชั่วและความดีเป็นปรมัตถสัจจะ
หากแต่การแสดงธรรม จำเป็นต้องสอดคล้องกับภูมิปัญญาของผู้ฟัง ซึ่งมีอยู่หลายระดับชั้น

มันมิใช่เป็นเพราะต้องการสร้างจุดเด่น เพื่อแสวงหาชื่อเสียงเกียรติคุณหรือโลกธรรมใดๆ
ในการหลีกเร้นมาพำนักอยู่ในสถานที่เปล่าเปลี่ยววังเวงและไม่ยอมครอบครองสิ่งใดๆ
หากแต่เป็นสัญลักษณ์ตามธรรมชาติที่เบ่งบานขึ้นมาจากดวงใจ
ซึ่งบรรลุถึง ความดับไม่เหลือของตัณหาและความอิสระหลุดพ้น อย่างแท้จริง

นักบวชที่ปฏิบัติบำเพ็ญในส่วนของพระธรรมคำสอนที่ลึกซึ้ง
ย่อมพำนักอยู่ในท้องถ้ำและภูเขาเสมอ
ทั้งนี้ไม่ใช่เป็นเพราะ ท่านเหล่านั้นพากันประชดประชันหรือพากันวางมาดให้ดูเคร่งขรึม
หากแต่การจดจ่อในการบำเพ็ญสมาธิภาวนา เป็นความตั้งใจของท่านเหล่านั้น

อาตมาผู้นุ่งห่มเรือนกายด้วยผ้าฝ้ายบางๆผืนเดียว ได้แสดงบทโศลกธรรมมากมาย
ไม่ใช่เพื่อสร้างความบันเทิงเริงรมย์ให้แก่ตน
แต่ได้แสดงเพื่อเป็นของกำนัลแด่ท่านทั้งหลายผู้ใคร่ในธรรม
อาตมาย่อมแสดงแต่ถ้อยคำที่ล้วนมีประโยชน์และมีความหมายลุ่มลึก

สานุศิษย์ได้กล่าวกับท่านมิลาเรปะว่า “บุคคลอาจจะอาศัยอย่างโดดเดี่ยวในป่า แต่มีความจำเป็นต้องบริโภคอาหาร และควรมีสถานที่สัปปายะเหมาะสมแก่การบำเพ็ญสมาธิภาวนา” ท่านมิลาเรปะกล่าวตอบว่า “อาตมามีอาหารของอาตมา และมีที่พำนักอาศัย อาตมาจะได้แสดงเป็นบทโศลกให้พวกเธอทั้งหลายฟัง”
อาตมาขอน้อมเศียรเกล้ากราบลง ณ เบื้องบาทของคุรุผู้เต็มเปี่ยมสมบูรณ์
จงโปรดอวยพรชัยให้อาตมาได้รับอาหารที่มีประโยชน์จากความเมตตาของท่าน
จงโปรดอวยพรชัยให้อาตมาได้ตระหนักชัดว่า เรือนกายของอาตมาคือวิหารแห่งพุทธะ
จงโปรดประทานความรู้แจ้งอันไม่ผันแปรให้กับอาตมาด้วยเถิด

อาตมาสร้างเรือนพักด้วยอาศัยความหวาดกลัวต่อสังสารวัฏ
เรือนพักแห่งสุญตภาวะของอาตมา
คือความว่างเปล่าไร้อัตตาตัวตน อันเป็นธรรมชาติธรรมดาของสิ่งทั้งปวง
ย่อมไม่มีวันที่จะพังทลายลงมา
อริยทรัพย์ของอาตมา ย่อมสร้างความผาสุกและอิ่มอุดมให้อาตมาอยู่ตลอดกาล

เพราะหวาดกลัวต่อความหนาวเย็น อาตมาจึงแสวงหาเครื่องนุ่งห่ม
ความมหัศจรรย์แห่ง เตโชกสิณ ทำให้อาตมาไม่ต้องวิตกกับความหนาวเย็นอีกต่อไป

เพราะหวาดกลัวต่อความยากจน อาตมาจึงแสวงหาความมั่งคั่ง
ความมั่งคั่งร่ำรวยที่อาตมาค้นพบ
คืออัญมณีที่ทอแสงจรัสอย่างไม่มีวันหมดสิ้นแห่งสัมโพชฌงค์ทั้งเจ็ดประการ
อาตมาจึงไม่ต้องหวาดกลัวต่อความยากจนอีกต่อไป

เพราะหวาดกลัวต่อความหิวโหย อาตมาจึงแสวงหาอาหาร
อาหารสำหรับบริโภคเพื่อขจัดความหิว
คือสัมมาสมาธิแห่งการเข้าถึงตถาตภาพแห่งความเป็นเช่นนั้นเองของธรรมชาติ
อาตมาจึงไม่ต้องหวาดกลัวต่อความหิวโหยอีกต่อไป

เพราะหวาดกลัวต่อความกระหาย อาตมาจึงแสวงหาน้ำดื่ม
น้ำอมฤตที่อาตมาค้นพบเพื่อดับความกระหาย ได้แก่ความสมบูรณ์ของสติ
อาตมาจึงไม่ต้องหวาดกลัวต่อความกระหายอีกต่อไป

เพราะหวาดกลัวต่อความเหงาเปล่าเปลี่ยว อาตมาจึงแสวงหามิตร
กัลยาณมิตรที่อาตมาค้นพบได้แก่สุญตภาวะที่เป็นอนันตกาล
อาตมาจึงไม่ต้องหวาดกลัวต่อความเหงาเปล่าเปลี่ยวอีกต่อไป
เพราะหวาดกลัวต่อการหลงทิศหลงทาง อาตมาจึงแสวงหาเส้นทางที่ถูกต้อง
เส้นทางดำเนินที่ถูกต้องอันกว้างใหญ่ซึ่งอาตมาค้นพบ
คือความเป็นเอกสภาวะเดียวของสรรพสิ่ง
อาตมาจึงไม่ต้องหวาดกลัวต่อการหลงทิศหลงทางอีกต่อไป

อาตมาเป็นนักบวชซึ่งได้ครอบครองทุกสิ่งที่ปรารถนา
บุรุษเช่นอาตมาย่อมผาสุกในทุกดินแดน ซึ่งอาตมาเข้าไปพำนักอาศัย

ณ ท้องถ้ำเซงซั่นแห่งยลโม
เสือแม่ลูกอ่อนกำลังร้องครวญครางด้วยเสียงอันสั่นระรัว
เตือนให้อาตมาได้ล่วงรู้ว่า บรรดาลูกน้อยๆที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ของมัน กำลังเล่นอย่างไร้เดียงสา
อาตมาช่วยเหลืออะไรไม่ได้ นอกจากรู้สึกเวทนาสงสารพวกมัน
อาตมาช่วยเหลืออะไรไม่ได้ นอกจากปฏิบัติบำเพ็ญอย่างแข็งขันมากยิ่งขึ้น
อาตมาช่วยเหลืออะไรไม่ได้ นอกจากเพิ่มพูนโพธิจิต ให้แผ่ไพศาลยิ่งขึ้น

เสียงร้องโหยหวนของลิง ช่างดึงดูดและเต็มไปด้วยการเคลื่อนไหว
อาตมาช่วยเหลืออะไรไม่ได้ นอกจากรู้สึกเวทนาสงสารพวกมัน
เสียงร้องกระจองอแงของลูกลิงตัวเล็กๆ น่าขบขันและน่าเวทนายิ่งนัก
อาตมาช่วยเหลืออะไรไม่ได้ นอกจากรู้สึกเวทนาสงสารพวกมัน

เสียงนกกาเหว่าเคลื่อนย้ายไปเรื่อยๆ และโอดครวญดังก้องกังวานยิ่งนัก
อาตมาช่วยเหลืออะไรไม่ได้ นอกจากรู้สึกเวทนาสงสารพวกมัน

เสียงร้องแปลกๆของอีกา เป็นเพื่อนที่แสนดีของนักบวช
แม้จะไม่มีเพื่อนแม้แต่คนเดียว การพำนักอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ ก็เป็นความผาสุกยิ่ง
ด้วยความสะอาด สว่าง สงบ ซึ่งหลั่งไหลอย่างเสรีผ่านดวงใจของอาตมา
อาตมาได้แสดงธรรมบรรยายนี้แก่ท่านทั้งหลาย
ขอให้ความมืดมนอนธกาลแห่งความทุกข์โศกทั้งมวลจงได้ปลาสนาการไป
ด้วยการเปล่งธรรมคีตาแห่งปิติสุขของอาตมา

บรรดาสานุศิษย์ต่างพากันได้รับแรงบันดาลใจให้หน่ายคลายต่อสังสารวัฏอย่างจับจิตจับใจ พวกเขาพากันให้คำสัตย์สาบานว่าจะพำนักอยู่ในขุนเขาตลอดไป หลังจากนั้น เขาทั้งหลายได้บรรลุถึงโสดาปฏิผล ด้วยอาศัยการบำเพ็ญสมาธิภาวนาโดยทั่วหน้ากัน
วันหนึ่ง เทพผู้เป็นสาวกของพระพุทธองค์ซึ่งปกปักรักษาท่านมิลาเรปะ ได้บอกท่านว่า ถึงเวลาแล้วที่ท่านต้องเดินทางไปบำเพ็ญสมาธิภาวนายังสถานที่อันสงบสงัดในทิเบต เพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ เทพผู้เป็นสาวกของพระพุทธองค์ได้พยากรณ์ถึงความสำเร็จในการแผ่ขยายธรรมานุภาพของพระศาสดา ด้วยการช่วยเหลือผู้คนโดยพระธรรมคำสอน ด้วยเหตุนี้ ท่านมิลาเรปะจึงออกเดินทางไปยังทิเบต

นี้คือตำนานเรื่องราวของภูเขาหิมะยลโม

เกี่ยวกับท่านมิลาเรปะ
ตำนานแห่งหุบเขาอัญมณีแดง
การจาริกธุดงค์สู่ ลาชิ
ธรรมลีลาแห่งเทศกาลหิมะโปรย
วิวาทะกับเจ้าแม่ผู้ชาญฉลาด
มณฑล รักม่า
วิหารเทียมฟ้า จันแพน
ธรรมปิติของสมณะ
ท่านมิลาเรปะ กับนกพิราบ
หุบเขา วัชชระ สีเทา
ภิกษุ เรชุงปะ
ข้อตักเตือนถึงโอกาสที่หาได้ยากในการปฏิบัติธรรม
การค้นหาธรรมชาติแห่งจิตของชายเลี้ยงแกะ
ธรรมคีตาแห่งความตระหนักชัด
การมุ่งสู่โพธิญาณของสตรีเพศ
ธรรมคีตา ณ ที่พักผู้เดินทาง
พาลชนที่กลายเป็นสาวก
การพบกันที่สายธารสีเงินยวง
นิมิตหมายแห่งพระธรรมจากไม้เท้า
ข้อชี้นำยี่สิบเอ็ดประการ
ภิกษุ กาชอนเรปะ
คำตักเตือนสำหรับท่าน ธัมมะวอนชู
การแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ณ ภูเขาหิมะดีซี
การบรรลุธรรมจักษุของท่าน เรชุงปะ
การกลับใจของชาวลัทธิ บอน ผู้กำลังจะตาย
แสดงธรรมกับหญิงสาวผู้ชาญฉลาด
นายพรานกับกวาง
พระราชาแห่ง เนปาล
เผชิญเจ้าแม่ ทเซรินมา
การกลับใจของเจ้าแม่ ทะเซรินมา
ข้อแนะนำเกี่ยวกับภาวะ สัมภเวสี
ทะเซรินมา กับการปฏิบัติสุญญตาธรรม
ข้อตักเตือนสำหรับท่าน ดอจี วอนชู
การพบกับท่าน ธรรมโพธิ
เผชิญนักปริยัติ
เยือนอินเดียครั้งที่สามของท่าน เรชุงปะ
ความตระหนักชัดของท่าน เมกอมเรปะ
สาลีอุยกับพระธรรม
เขาของตัวจามรี
การสำนึกผิดของ เรชุงปะ
ความที่ยิ่งกว่าสุข
ศิษย์เอก กัมโบปะ
นักปริยัติผู้กลับใจ
ธรรมปราโมทย์
แสดงอภิญญาจูงใจคน
รวมโศลกธรรมสั้นๆ
ธรรมเทศนาที่ภูผา บอนโบ้
แรงบันดาลใจ
ชินดอโมและเลซีบุม
แกะที่กำลังจะตาย
ธรรมคีตาแห่งการดื่ม
แด่ เรชุงปะ ด้วยเมตตา
เรชุงปะ สู่เมือง วู
พบท่าน ธัมปาสันจี
มิติแห่งสวรรค์
คำพยากรณ์แห่งเทพธิดา
คำตักเตือนคุณหมอ ยางงี
การจากไปของ เรชุงปะ
เรื่องราวของ ดราชิเซ
กัลยาณมิตร
ประจักษ์พยานแห่งการบรรลุธรรม
ปัจฉิมโอวาท
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook