ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2528
เป็นปีที่ 40 ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ
กรุงเทพมหานคร
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ
ยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
- มาตรา 1
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า
"พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ
กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528"
|
|
มาตรา 2*
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
*[รก.2528/115/1พ./31 สิงหาคม 2528]
- มาตรา 3 ให้ยกเลิก
- (1)
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. 2518
- (2)
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร
(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2518
- (3)
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร
(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2519
- (4) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 24
ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2520
- (5)
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร
(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2522
- (6)
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร
(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2523
- มาตรา 4 บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ
ข้อบังคับ
ระเบียบหรือคำสั่งอื่นใดอ้างถึง
กรุงเทพมหานคร เขต แขวง จังหวัด
อำเภอ ตำบล
องค์การบริหารส่วนจังหวัด
เทศบาล สุขาภิบาล
ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
กฎ ข้อบังคับ
ระเบียบหรือคำสั่งนั้น
อ้างถึงกรุงเทพมหานคร
เขตหรือแขวง
ตามพระราชบัญญัตินี้
แล้วแต่กรณี
เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่ง
พระราชบัญญัตินี้
- มาตรา 5
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
|
|
หมวด 1
การจัดระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร
__________
มาตรา 6
ให้กรุงเทพมหานครมีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นราชการบริหารส่วน
ท้องถิ่น
มีระเบียบการบริหารตามพระราชบัญญัตินี้และมีอาณาเขตท้องที่ตามที่กรุงเทพมหานครมี
อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงอาณาเขตท้องที่กรุงเทพมหานครให้ตราเป็นพระราชบัญญัติ
- มาตรา 7
ให้แบ่งพื้นที่การบริหารกรุงเทพมหานครเป็นเขตและแขวงตามพื้นที่เขต
และแขวงที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
- การตั้ง ยุบ
หรือเปลี่ยนแปลงพื้นที่เขตให้กระทำโดยประกาศของกระทรวง
มหาดไทย
และให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- ในเขตหนึ่งถ้าเห็นสมควรอาจแบ่งพื้นที่การบริหารออกเป็นแขวงก็ได้
การตั้ง ยุบ
หรือเปลี่ยนแปลงพื้นที่แขวงให้ทำเป็นประกาศของกรุงเทพมหานคร
และให้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา
- มาตรา 8
บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดอ้างถึงเขตท้องที่จังหวัดให้หมายถึง
กรุงเทพมหานคร
อ้างถึงเขตท้องที่อำเภอให้หมายถึงเขต
อ้างถึงเขตท้องที่ตำบลให้หมายถึงแขวง
อ้างถึงหัวหน้าเขตให้หมายถึงผู้อำนวยการเขตตามพระราชบัญญัตินี้
หมวด 2
การบริหารกรุงเทพมหานคร
__________
- มาตรา 9 การบริหารกรุงเทพมหานคร
ประกอบด้วย
- (1) สภากรุงเทพมหานคร
- (2) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
|
|
ส่วนที่ 1
สภากรุงเทพมหานคร
___________
มาตรา 10
สภากรุงเทพมหานครประกอบด้วย
สมาชิกซึ่งราษฎรเลือกตั้งมีจำนวน
ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา 11
- มาตรา 11
การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครจะกระทำได้เมื่อได้มี
พระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีการเลือกตั้งแล้ว
ในพระราชกฤษฎีกานั้นให้ระบุวันเลือกตั้งและ
ระยะเวลารับสมัครเลือกตั้ง
- การกำหนดเขตเลือกตั้ง
ให้ถือเกณฑ์ราษฎรหนึ่งแสนคนเป็นประมาณโดย
พยายามจัดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีจำนวนราษฎรใกล้เคียงกันเท่าที่จะเป็นไปได้
แต่ต้องไม่เป็น
การนำเอาพื้นที่ของเขตหนึ่งไปรวมกับเขตอื่นหรือนำเอาพื้นที่เพียงบางส่วนของแขวงหนึ่ง
ไปรวมกับแขวงอื่น
- ในเขตเลือกตั้งหนึ่งให้มีสมาชิกสภากรุงเทพมหานครได้หนึ่งคน
ถ้าเขตใดมีจำนวน
ราษฎรไม่พอที่จะจัดให้เป็นหนึ่งเขตเลือกตั้ง
ก็ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร
ในเขตนั้นหนึ่งคนและให้ถือเป็นเขตเลือกตั้งหนึ่ง
- การกำหนดเขตเลือกตั้งให้คำนวณตามเกณฑ์จำนวนราษฎรตามหลักฐานการ
ทะเบียนราษฎรที่กระทรวงมหาดไทยประกาศครั้งสุดท้ายก่อนวันประกาศพระราชกฤษฎีกา
ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร
และให้ทำเป็นประกาศของกระทรวงมหาดไทย
- หลักเกณฑ์และวิธีการของการกำหนดเขตเลือกตั้ง
จำนวนแตกต่างของราษฎรใน
แต่ละเขตเลือกตั้ง
และวิธีการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภา
กรุงเทพมหานคร
และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
- มาตรา 12*
บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
- *(1) มีสัญชาติไทย
แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติต้อง
ได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี
- (2)
มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันที่
1 มกราคม ของปีที่มีการเลือกตั้ง
และ
|
|
- (3)
มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันจนถึงวันเลือกตั้ง
ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน
- *[มาตรา 12
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2539 และ มาตรา 12 (1)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2542]
- มาตรา 13
บุคคลผู้มีลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ในวันเลือกตั้งเป็นบุคคล
ต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร
คือ
- (1)
วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
- *(2) [ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2539]
- (3) ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
- (4)
ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
- *(5)
อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
- *[มาตรา 13 (5)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2542]
- มาตรา 14
ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานครต้องมี
คุณสมบัติดังต่อไปนี้
- *(1) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
- (2)
อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง
และ
- (3)
มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตกรุงเทพมหานครเป็นเวลาติดต่อกันจนถึงวัน
สมัครไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตกรุงเทพมหานครและ
ได้เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน
หรือตามกฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุง
ท้องที่ให้กรุงเทพมหานครในปีที่สมัครหรือปีก่อนที่สมัครหนึ่งปี
- *[มาตรา 14 (1)
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2542]
- มาตรา 15*
[ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2542]
- มาตรา 16*
บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้
เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัคร
รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร
คือ
- (1) ติดยาเสพติดให้โทษ
- (2)
เป็นบุคคลล้มละลายซึ่งศาลยังไม่สั่งให้พ้นจากคดี
|
|
- (3)
เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา
13 (1) (3) หรือ (5)
- (4) ต้องคำพิพากษาให้จำคุก
และถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
- (5)
เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไป
โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึง
ห้าปีในวันเลือกตั้ง
เว้นแต่ความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
- (6) เป็นบุคคลหูหนวกและเป็นใบ้
- (7)
เป็นสมาชิกสภาซึ่งมีหน้าที่ในทางนิติบัญญัติ
สมาชิกสภาท้องถิ่น
คณะผู้บริหารท้องถิ่น
หรือผู้บริหารท้องถิ่น
- (8)
เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาซึ่งมีหน้าที่ในทางนิติบัญญัติ
สมาชิกสภาท้องถิ่น
คณะผู้บริหารท้องถิ่น
หรือผู้บริหารท้องถิ่น
- (9)
เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ
- (10)
เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ
หรือรัฐวิสาหกิจ หรือของ
ราชการส่วนท้องถิ่น
- (11)
เป็นบุคคลซึ่งทางราชการหรือรัฐวิสาหกิจไล่ออก
ปลดออก ให้ออกหรือ
เลิกจ้างเพราะทุจริตต่อหน้าที่
หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
- (12)
เป็นผู้ถูกถอดถอนให้ออกจากตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครถึงวัน
สมัครรับเลือกตั้งยังไม่ครบสี่ปี
- (13)
เป็นผู้ถูกให้ออกจากตำแหน่งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครตามมาตรา
23 (8)
ถึงวันสมัครรับเลือกตั้งยังไม่ครบสี่ปี
- (14)
เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะ
ร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ
- *[มาตรา 16
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2539]
- มาตรา 17
อายุของสภากรุงเทพมหานครมีกำหนดคราวละสี่ปี
นับแต่วันเลือกตั้ง
สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร
- เมื่ออายุของสภากรุงเทพมหานครสิ้นสุดลง
ให้จัดการเลือกตั้งสมาชิกสภา
กรุงเทพมหานครขึ้นใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป
ซึ่งต้องกำหนดวันเลือกตั้งภายในหกสิบวัน
นับแต่วันที่อายุของสภากรุงเทพมหานครสิ้นสุดลง
และวันเลือกตั้งนั้นต้องกำหนดวันเดียวกัน
ทั่วกรุงเทพมหานคร
|
|
มาตรา 18
ในกรณีที่การดำเนินงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
และ สภากรุงเทพมหานคร
ขัดแย้งกันจนอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรุงเทพมหานคร
หรือ แก่ราชการโดยส่วนรวม
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอาจยื่นข้อเสนอพร้อมด้วยเหตุผลต่อ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ยุบสภากรุงเทพมหานครเพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิก
สภากรุงเทพมหานครใหม่ได้
ถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่ประกาศยุบสภากรุงเทพมหานครภายใน
สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับข้อเสนอให้ยุบสภากรุงเทพมหานคร
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอาจ
ยื่นข้อเสนอทบทวนให้พิจารณาใหม่ได้อีกครั้งหนึ่งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทยได้รับข้อเสนอตามวรรคหนึ่ง
ในการนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
จะเห็นควรให้ยุบสภากรุงเทพมหานครตามข้อเสนอทบทวนหรือไม่ก็ได้
แต่ต้องพิจารณาให้
แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับข้อเสนอทบทวนดังกล่าว
ในกรณีที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ให้สั่งยุบสภากรุงเทพมหานครในเหตุการณ์เดียวกันอีก
ให้กระทำได้เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่
วันที่ครบกำหนดสามสิบวันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้รับข้อเสนอทบทวนตาม
วรรคสอง
- มาตรา 19
ถ้าปรากฏว่าการดำเนินงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
และ
สภากรุงเทพมหานครขัดแย้งกันหรือการดำเนินงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
และสภา
กรุงเทพมหานครเป็นไปในทางที่ไม่ถูกต้อง
จนอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรุงเทพมหานคร
หรือแก่ราชการโดยส่วนรวม
และการแก้ไขสภาพเช่นนั้นไม่อาจกระทำได้โดยเหมาะสมด้วยวิธีการ
อื่นนอกจากการยุบสภากรุงเทพมหานคร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยอนุมัติคณะ
รัฐมนตรีอาจให้ยุบสภากรุงเทพมหานครเพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครใหม่ได้
- มาตรา 20
การยุบสภากรุงเทพมหานครตามมาตรา
18 หรือมาตรา 19 และ
การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่เห็นชอบด้วยกับข้อเสนอทบทวนของผู้ว่าราชการ
กรุงเทพมหานครตามมาตรา 18 วรรคสาม
ให้ทำเป็นประกาศกระทรวงมหาดไทยพร้อมกับ
แสดงเหตุผลโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
|
|
มาตรา 21
สมาชิกภาพของสมาชิกสภากรุงเทพมหานครเริ่มตั้งแต่วันเลือกตั้งและ
อยู่ในตำแหน่งตามอายุของสภากรุงเทพมหานคร
เมื่อตำแหน่งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครว่างลงเพราะเหตุอื่น
นอกจากถึงคราว
ออกตามอายุของสภากรุงเทพมหานครหรือมีการยุบสภากรุงเทพมหานคร
ให้มีการเลือกตั้งสมาชิก
สภากรุงเทพมหานครภายในกำหนดเวลาเก้าสิบวัน
เว้นแต่อายุของสภากรุงเทพมหานครจะเหลือ
ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน
สมาชิกสภากรุงเทพมหานครผู้เข้ามาแทนนั้นให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าอายุของ
สภากรุงเทพมหานครที่เหลืออยู่
- มาตรา 22
สมาชิกสภากรุงเทพมหานครต้องไม่ดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่
อื่นใดในส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ
หรือรัฐวิสาหกิจ
หรือการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร
หรือบริษัท
ซึ่งกรุงเทพมหานครถือหุ้น
หรือตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่นหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น
- มาตรา 23
สมาชิกภาพของสมาชิกสภากรุงเทพมหานครสิ้นสุดลงด้วยเหตุใด
เหตุหนึ่งดังต่อไปนี้
- (1)
ถึงคราวออกตามอายุของสภากรุงเทพมหานครหรือมีการยุบสภากรุงเทพมหานคร
- (2) ตาย
- (3)
ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานสภากรุงเทพมหานครและให้มีผล
นับแต่วันถัดจากวันยื่นหนังสือลาออก
- (4) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 14
หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 16
เว้นแต่ กรณีตามมาตรา 16 (4)
- (5) กระทำการอันต้องห้ามตามมาตรา 22
- (6)
ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่ความผิดอันได้กระทำโดย
ประมาทหรือความผิดลหุโทษ
- (7)
ขาดการประชุมสภากรุงเทพมหานครตลอดสมัยประชุมที่มีกำหนดเวลา
ไม่น้อยกว่าสามสิบวันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากประธานสภากรุงเทพมหานคร
|
|
- (8)
สภากรุงเทพมหานครวินิจฉัยให้ออกเพราะเห็นว่า
ได้กระทำการอันเป็นการ
เสื่อมเสียแก่เกียรติศักดิ์ของตำแหน่ง
มติของสภากรุงเทพมหานครในข้อนี้ต้องมีคะแนนเสียง
ไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภากรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่
วันที่สภากรุงเทพมหานครลงมติ
- *(9)
ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานครได้ลงคะแนนเสียงให้พ้นจาก
ตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหาร
ท้องถิ่น
และถ้าสมาชิกภาพของสมาชิกสภากรุงเทพมหานครสิ้นสุดลงพร้อมกันทั้งหมดเพราะเหตุ
ดังกล่าว
ให้ถือว่าเป็นการยุบสภากรุงเทพมหานคร
- ในกรณีตาม (8)
ให้กระทำเมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยร้องขอ
หรือเมื่อ
สมาชิกสภากรุงเทพมหานครไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเข้าชื่อเสนอเป็น
ญัตติให้สภากรุงเทพมหานครพิจารณา
- *[มาตรา 23 (9)
เพิ่มความโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2542]
- มาตรา 24
ในกรณีที่มีข้อกล่าวหาว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร
สิ้นสุดลงเพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งตามมาตรา
23 (4) (5) หรือ (7) ให้ประธานสภากรุงเทพ
มหานครดำเนินการสอบสวน
ถ้าประธานสภากรุงเทพมหานครรายงานว่าสมาชิกภาพของสมาชิก
คนนั้นสิ้นสุดลงตามข้อกล่าวหานั้น
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเห็นชอบด้วย
ให้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง
- การพ้นจากตำแหน่งตามมาตรานี้
ให้นำมาตรา 53
มาใช้บังคับโดยอนุโลม
- มาตรา 25
ให้สภากรุงเทพมหานครเลือกสมาชิกสภากรุงเทพมหานครเป็น
ประธานสภากรุงเทพมหานครคนหนึ่งและรองประธานสภากรุงเทพมหานครไม่เกินสองคน
โดยให้ดำรงตำแหน่งทันทีที่ได้รับเลือก
- ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศชื่อประธานสภาและรองประธาน
สภากรุงเทพมหานครผู้ได้รับเลือกในราชกิจจานุเบกษา
- ประธานสภาและรองประธานสภากรุงเทพมหานครดำรงตำแหน่งตามวาระ
คราวละสองปี
|
|
มาตรา 26
ประธานสภาหรือรองประธานสภากรุงเทพมหานครพ้นจากตำแหน่ง
ก่อนถึงวาระด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้
(1)
ขาดจากสมาชิกภาพของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร
(2)
ลาออกจากตำแหน่งโดยยื่นหนังสือลาออกต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
มหาดไทย
และให้มีผลนับแต่วันถัดจากวันที่ยื่นหนังสือลาออก
(3)
เมื่อสมาชิกสภากรุงเทพมหานครไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิก
ทั้งหมดเข้าชื่อเสนอญัตติให้สภากรุงเทพมหานครมีการเลือกตั้งประธานสภาหรือรองประธาน
สภากรุงเทพมหานครใหม่
และสภากรุงเทพมหานครมีมติตามนั้นด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า
สามในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดโดยให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อได้มีการเลือกตั้งประธานสภาหรือ
รองประธานสภากรุงเทพมหานคร
แล้วแต่กรณี ในกรณีตามวรรคหนึ่ง
ให้สภากรุงเทพมหานครเลือกประธานสภาหรือรองประธาน
สภากรุงเทพมหานครคนใหม่ขึ้นแทน
แล้วแต่กรณี
และให้ผู้ได้รับเลือกนั้นอยู่ในตำแหน่ง
ตามวาระของผู้ซึ่งตนแทน
- มาตรา 27
ประธานสภากรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการของ
สภากรุงเทพมหานครให้เป็นไปตามข้อบังคับของสภากรุงเทพมหานคร
- รองประธานสภากรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่กระทำกิจการแทนประธาน
สภากรุงเทพมหานครเมื่อประธานสภากรุงเทพมหานครไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
หรือ
ตามที่ประธานสภากรุงเทพมหานครมอบหมาย
- เมื่อประธานสภาและรองประธานสภากรุงเทพมหานครไม่อยู่ในที่ประชุมหรือ
ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้สมาชิกสภากรุงเทพมหานครเลือกสมาชิกสภากรุงเทพมหานครคนหนึ่ง
ทำหน้าที่ประธานเฉพาะในการประชุมคราวนั้น
- มาตรา 28
ให้มีเลขานุการประธานสภากรุงเทพมหานครหนึ่งคน
และเลขานุการ
รองประธานสภากรุงเทพมหานครไม่เกินจำนวนรองประธานสภากรุงเทพมหานคร
โดยประธาน
สภากรุงเทพมหานครเป็นผู้แต่งตั้ง
|