บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

รักแรก....
ขอบคุณ “รักแรก” ในครั้งนั้น มีความหมายกับชั่วตลอดชีวิตของฉัน ขอบคุณเขาที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ“รักแรก” ในครั้งนั้น และทำให้ฉันมีรักครั้งต่อไป... ขิมน้อย : เขียน me_khim@hotmail.com

“แกเคยมีรักแรกไหม...” คำถามจากปากของเพื่อนคนหนึ่งถามขึ้นมาในตอนเย็นของวันหนึ่ง
        ในขณะที่เราสองคนกำลังจิบกาแฟอุ่นๆ
        “...ถ้าเป็นตอนนี้นะ เคย ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็น่าจะใช่ เพราะตอนนั้นฉันยังไม่รู้จักคำว่า
        รัก พอมาถึงตอนนี้ ใช่ ฉันเคยมีรักแรก...” คำตอบของฉันอาจจะดูงงๆ
        แต่เมื่อเห็นเพื่อนพยักหน้าและครุ่นคิดอย่างเงียบๆ คิดว่าคงจะเข้าใจ
.................................................................
        รักแรกของฉันเกิดขึ้นเมื่อ 8 ปีที่แล้ว บางคนอาจจะมองว่า มันผ่านมาตั้งนาน น่าจะลืม
        แต่สำหรับฉัน ฉันจดจำทุกเหตุการณ์ของรักแรกได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญ
        ฉันยังไม่เคยลืมคนที่ทำให้รักของฉันเกิดขึ้นครั้งแรก
        และทำให้ฉันมีรักต่อไปจนถึงทุกวันนี้
        ตอนนั้น ฉันอยู่ม.1 เพิ่งพ้นจากไว้ผมม้า ยังมีความสดใส ร่าเริง และขณะเดียวกัน
        ฉันเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลของโรงเรียนด้วย ทุกเย็น ฉันมักจะอยู่เล่นบาสก่อนกลับบ้านเสมอ
        ฉันไม่เคยแคลงใจเลยว่า ขณะที่ฉันเล่นบาสทุกครั้ง จะมีสายตาคนหนึ่งมองมา
        “เอ๊ย ขิม พี่คนนั้นนะ เขามองแกตลอดเวลาเลยว่ะ” เพื่อนที่เล่นด้วยกันพูดขึ้นมา
        ฉันหันไปมองแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร
        พี่วี คนที่เพื่อนกล่าวถึง อยู่ม.5 เป็นนักกีฬาบาสเกตบอลเช่นเดียวกัน
        และเป็นคนที่สอนวิธีการเล่นให้กับฉันด้วย เขาเป็นนักกีฬาที่เก่งมาก
        แถมยังเป็นที่ชื่นชอบของสาวๆด้วย ฉันจำได้ว่า เขาไม่เคยอยู่ในสายตาฉันเลย
        หรือเป็นเพราะว่าตอนนั้นฉันยังเด็กเกินไป
        ทุกเย็น เขามักจะมานั่งใต้ต้นไม้ คอยมองดูน้องๆซ้อมบาสกัน
        “เอ๊ย ไอ้ขิม เล่นให้มันดีๆหน่อย วิ่งเร็วๆดิ...”
        พี่วีตะโกนขึ้นมาเมื่อเห็นฉันเริ่มเหนื่อยล้า ฉันหันไปมองพลางแลบลิ้นใส่
        ทุกครั้ง เมื่อเวลาพัก พี่วีนี่แหละ จะคอยเอาน้ำมาให้กิน บางทีก็ผ้าเย็นๆ
        แล้วนั่งคุยกัน แหย่เล่นกัน ตามประสารุ่นพี่รุ่นน้อง ตอนนั้นฉันไม่รู้สึกอะไรกับเขาเลย
        รู้เพียงแต่ว่า เขาคือรุ่นพี่ เขาคือคนสอนเล่นบาสทุกเย็น
        กีฬาสีของโรงเรียน ฉันกับพี่วีก็อยู่สีเดียวกัน คือสีแดง
        “เจอกันอีกแล้วนะ...” เสียงพี่วีพูดขึ้นมาและตักน้ำขึ้นมาดื่ม
        “นั่นสิ เวรกรรมอะไรเนี่ย ที่ต้องมาอยู่สีเดียวกัน” ฉันพูดพลางแกล้งทำหน้ายุ่งใส่
        เขาลุกขึ้นยืนและจับหัวกดลงไป จนฉันต้องร้องและทุบตีเขา
        “ขิม แกสนิทกะพี่วีด้วยเหรอ อิจฉาหว่ะ”
        “อ้าวก็เขาสอนฉันเล่นบาสทุกเย็น ก็รู้จักกันธรรมดา”
        “จริงเหรอ...แนะนำให้รู้จักบ้างสิ” น้ำเสียงเพื่อนดูตื่นเต้น
        ฉันยิ้มกับเพื่อนพร้อมกับพยักหน้า
        วันแข่งบาสเกตบอลชายคู่ชิงชนะเลิศระหว่างสีแดงกับสีฟ้า มีแต่คนเชียร์พี่วีอยู่คนเดียว
        “นั่นพี่วีลงด้วยนี่ เท่จังเลย...”
        “คนอะไร น่ารักจริงๆ”   ฯลฯ
        ฉันเองก็ชื่นชมในความเก่งของเขา เขาเลี้ยงลูกไวมากและวิ่งเร็ว
        ไม่มีใครสามารถแย่งลูกจากเขาได้เลย และเป็นตัวชู๊ตสำคัญของทีมที่ทำคะแนนได้มากที่สุด
        ผลสุดท้าย สีแดงก็เป็นฝ่ายชนะตามเคย
        ขณะที่พี่วีเดินกลับมาที่สีนั้น สาวๆรวมทั้งเพื่อนฉันรุมล้อมกันขอถ่ายรูป
        บางก็เอาน้ำมาให้ จนฉันรู้สึกหมั่นไส้
        “พี่วีเขาเท่เนอะ ดูสิ ขนาดเหงื่อท่วมตัวยังดูดี”
        ฉันมองพี่วี พลางดื่มน้ำ คงจะจริงอย่างที่เพื่อนพูดแหละ เขาดูดีเสมอในทุกสถานการณ์
        ขณะที่ฉันนั่งคิดอะไรเพลินๆ ก็สะดุ้งขึ้นมาเมื่อมีคนมาตบหัวเบาๆ ฉันเงยหน้าขึ้นมอง
        “ไง พี่เล่นเก่งมั้ยน้อง...”
        “ก็งั้นๆ ...” ฉันตอบพลางยักคิ้วยักไหล่
        “แล้วนี่ พร้อมจะแข่งยังล่ะ ดื่มน้ำอยู่ได้ เดี๋ยวก็ราดตอนเล่นหรอก”
        พี่วีพูดพลางเอาผ้าเช็ดหน้าและนั่งลงข้างๆ
        “บ่นเป็นลุงแก่ไปได้....” ฉันพึมพำเบาๆ
        เมื่อฉันลงแข่ง ฉันหันไปมองพี่วีอีกครั้ง ฉันเห็นเขากำลังส่งยิ้มมาให้
        ตอนนั้นฉันก็รู้สึกหวั่นใจลึกๆว่าจะหลงรักเขาซะแล้ว


.................................................................
        ปีสุดท้าย เขาอยู่ม.6 และฉันเพิ่งจะอยู่ม .2 เราก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น
        กลับบ้านด้วยกันบ่อยเพราะบ้านไปทางเดียวกัน แต่เขาต้องเรียนพิเศษมากขึ้น
        เพื่อเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย ช่วงที่พี่วีห่างกันไปนั้น ฉันเริ่มมีความรู้สึกว่า
        ตัวเองกำลังเหงา เมื่อไม่มีคนมาคอยแหย่เล่น คุยเล่นกัน ทำให้ฉันรู้ตัวเองเลยว่า
        กำลังหลงรักผู้ชายคนนี้เข้าแล้ว นานเข้า ฉันจึงเริ่มรู้ซึ้งว่า “รัก” เป็นอย่างไร
        “ไง ขิม หายเงียบไปเลยนะเรา” เสียงพี่วีทักขึ้นมาในตอนเช้าวันหนึ่ง
        “อือ...” ฉันทำเสียงในลำคอ พร้อมกับส่งยิ้มให้
        เขาลงนั่งข้างๆฉัน และชวนคุยอะไรอีกมากมาย ฉันไม่ได้ฟังที่เขาพูดหรอกนะ
        ฉันกำลังมองหน้าเขา และครุ่นคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งมือเขาแตะที่หัวฉัน
        ฉันจึงรู้สึกตัวและได้ยินที่เขาพูดว่า
        “ถ้าพี่จบไป เราจะคิดถึงไหม...” พี่วีถามพลางยิ้มให้
        “....คิดถึงมั้ง....” ฉันยิ้มแล้วตอบ ทั้งๆที่ในใจเริ่มกลัวกับความห่างไกล
.................................................................

        ฉันทราบข่าวเขาอีกครั้ง เขาเรียนต่อในสายคอมพิวเตอร์ และเจอเขาอีกครั้งในงานโรงเรียน
        เขายังดูเหมือนเดิม
        “ม.4 จะต่อที่นี่หรือเปล่า...” พี่วีถามขึ้นมา
        “คงไม่อ่ะ จะไปต่อที่อื่น” ฉันตอบเบาๆ
        จากนั้นพี่วีก็ชวนคุยอะไรอีกมากมาย ฉันเริ่มรู้สึกว่า
        ผู้ชายคนนี้ที่ฉันไม่เคยมีเขาในสายตากลับเข้ามาอยู่ในหัวใจดวงนี้อย่างเงียบเชียบ
        “ขิม...พี่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” เสียงเขาพูดขึ้นมาหลังจากที่เราเงียบมานาน
        “อะไร...” ฉันย้อนถาม
        “จะว่าไหม...ถ้าพี่จะขอคบกับขิมนะ” พี่วีพูดขึ้นมาอย่างเบาๆ
        “........” ฉันอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน และเขาเองก็คงคอยฟังคำตอบจากปากฉัน
        “ขิมว่า เราอยู่กันแบบที่เคยเป็นอยู่ มันจะดีกว่าไหม ขิมยังเด็ก
        ส่วนพี่จะต้องเจอใครอีกมากมาย...” นี่คือคำตอบของฉัน ชนิดที่ไม่น่าให้อภัย
        “....อืมม....” หน้าของเขาดูสลดลงไป และสักพักเขาก็ลุกขึ้นไป ฉันตกใจกับการกระทำของเขา
        ฉันจึงรีบเดินตามเขาไป แต่ก็ไม่ทัน....
.................................................................
        เป็นเวลาเกือบ 6 ปี ที่ฉันไม่เคยเจอเขา ไม่เคยได้ข่าวคราวจากเขาเลย และตลอด 6 ปี
        เป็นสิ่งที่ฉันทรมานกับความรู้สึกของตัวเอง ที่ไม่อาจจะลืมคำพูดของตัวเอง
        และไม่อาจจะลืมรักในครั้งนั้นได้เลย ฉันรู้สึกผิดที่ไปหักอกเขา
        การกระทำที่เพียงเสี้ยววินาที ทำให้ความสัมพันธ์ของเราสิ้นลงทุกอย่าง
        2 ปีให้หลัง ฉันได้ข่าวคราวเขาจากปากเพื่อนว่า เขากำลังจะแต่งงาน
        ฉันรับการ์ดแต่งงานจากมือของเพื่อน ค่อยๆเปิดดู ชื่อของเขากับผู้หญิงคนหนึ่ง
        และมีจดหมายแนบมาว่า
        “ มางานแต่งงานพี่นะ พี่ยังคงคิดถึงเราอยู่....ยังคงอยากเจอ อยากคุย ”
        ฉันมองจดหมายฉบับนั้นด้วยรอยยิ้มและน้ำตา เขาไม่โกรธฉัน และฉันตั้งใจว่า
        ฉันจะต้องไปหาเขาให้ได้ ฉันจะต้องไปร่วมแสดงความยินดีกับเขาและคนรักของเขา
.................................................................
        ทุกวันนี้ 8 ปีผ่านไป ความทรงจำที่ดี และการมีความรักในครั้งนั้นเหมือนเตือนใจฉันว่า
        ในการที่เราจะรักใครสักคน จงให้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าสิ่งตอบแทนจะเป็นเช่นไร
        เพราะยังไงตลอดชีวิตของเขา เขาไม่เคยลืมคนที่ทำให้เขารัก และคนที่รักเขา
                ขอบคุณ “รักแรก” ในครั้งนั้น มีความหมายกับชั่วตลอดชีวิตของฉัน
                ขอบคุณเขาที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ “รักแรก”ในครั้งนั้น
                และทำให้ฉันมีรักครั้งต่อไป...

ขิมน้อย

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook