บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ลูกนกตกน้ำ
หมาเหลี่ยมจัดรอเวลานี้เพื่อขย้ำลูกนกผู้เคราะห์ร้าย
อย่างไรสัตว์ผู้เข้มแข็งกว่าย่อมจะชนะ

เดอะแหลม: เขียน marut30@hotmail.com

วิไลพรเดินตัดถนนหลีกความจอแจของนักเรียนที่สาละวนรีบไปโรงอาหาร ที่ซึ่งท้องจะได้รับการบำบัดยามเที่ยงวัน เหงื่อของเธอซึมผ่านหน้าผากสัมผัสได้ถึงความเหนียวเหนอะ เดินลัดเลาะไปตามอาคารต่างๆ พร้อมดูลายชื่ออาคารที่จดไว้ในสมุดเล็คเชอร์"อยู่นี่เอง"เธอรำพึงแผ่วเบาตรงดิ่งไปที่นั่น คนที่เธอต้องการพบอยู่บนชั้นสามของตึกเธอหยุดพักเป็นบางขณะของเสียงหอบจนถึงหน้าประตู เธอเคาะเบามือและเปิดห้องนั้นเข้าไปด้วยความเกรงใจ ผู้ชายวัยเกินกลางคนเล็กน้อยรอเธออยู่ที่นั่นหลังโต๊ะตัวใหญ่ คือ ชายร่างท้วมใส่สูตรผูกเนกไท เขาขยับแว่นเชื้อเชิญให้เธอนั่งบนเก้าอี้บุนวมนั่น เสียงพัดลมในห้องดังกระหึ่มหนักขับอายร้อนของแดดผ่าววิไลพรนั่งไม่ขยับเขยื้อนเธอตกอยู่ในห้วงแห่งความคิดไม่มีถ้อยคำใดจะกล่าว"ดื่มน้ำก่อนสิคุณ" ครูใหญ่บอกต่อเธอพร้อมเลื่อนแก้วน้ำให้"ขอบคุณค่ะ" เธอรับน้ำมาดื่มดับกระหาย"คุณเป็นผู้ปกครองของ นายสมพงษ์ เผ่าชาวนา ใช่ไหมครับ""ค่ะดิฉันเป็นแม่ของเขา""คุณรู้เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้วใช่ไหมครับ""ค่ะ"น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าและน้ำตาของเธอทำท่าจะไหลอีกแล้ว เธอซับน้ำตาด้วยผ้าเช็ดหน้าผืนบางสีขาวเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครา ภายในห้องเงียบมีแต่เสียงพัดลมแก่เท่านั้นที่ไม่เข้าใจมารยาท"ขออนุญาตครับ""เข้ามาได้" ประตูห้องเปิดออกแสงสว่างจากภายนอกสาดเข้ามาชั่วขณะสมพงษ์มองดูแม่ด้วยแววตาสำนึกผิด เขาไม่กล้าที่จะผสานสายตากับใคร นั่งสงบเสงี่ยมคอตกบนเก้าอี้ข้างผู้เป็นแม่ "ผมขอบอกคุณตามตรงนะครับลูกชายของคุณขาดเรียนบ่อยมาก และมีประวัติติดบุหรี่ไม่รู้ว่ายาเสพติดชนิดอื่นด้วยหรอืเปล่านั่นก็ไม่ทราบ ดังนั้นทางโรงเรียนจึงเรียกผู้ปกครองมาพบเพื่อค้ำประกันและชี้แจงสิ่งที่เขากระทำเพื่อว่าต่อไปจะไม่เดินผิดทางอีก คุณต้องเซ็นชื่อรับรองครับ"วิไลพรมองแผ่นกระดาษนั่นความปวดปร่าฉายฉานที่แววตาของเธอเป็นระลอก เธอเซ็นชื่อด้วยมืออันสั่นระริก "ถ้าเขาทำความผิดอีกทางโรงเรียนจำเป็นต้องไล่ออกจากโรงเรียนสถานเดียว คุณคงเข้าใจนะครับผมไม่ให้นักเรียนเพียงไม่กี่คนทำลายชื่อเสียงของโรงเรียนผมที่ตั้งมาตั้งแต่รุ่นทวดเป็นเด็ดขาด" ครูใหญ่เหลือบมองสมพงษ์และค่อยพักตาบนหน้าของวิไลพร"แล้วแต่ทางโรงเรียนดำเนินการเถอะค่ะ ดิฉันหวังว่าครั้งนี้เขาคงได้สำนึกจะไม่ทำผิดอีก"ครูใหญ่ยกมือค้ำคางอันอูมอ้วนของเขา "ครับคงจะไม่มีอะไรแล้วขอบคุณครับที่คุณเสียสละเวลามา"เธอยกมือไหว้ครูใหญ่และจับมือลูกชายลุกขึ้นออกจากห้องด้วยความสับสน"นี่เป็นครั้งแรกที่แม่ต้องมาค้ำประกันความประพฤติให้กับลูก รู้ไหมแม่รู้สึกอย่างไร" เธอนิ่งเงียบระหว่างก้าวเดินแต่ละขั้นของบันไดถูกกั้นด้วยเรื่องราวมากหลายเหลือเกิน "แม่เชื่อว่าลูกจะปรับปรุงตัวเองได้" "ผมยังไม่กล้ารับปากครับแม่" เสียงของสมพงษ์แข็งและกระด้าง"ลูกห่วงเล่น ห่วงเพื่อนมากกว่าห่วงอนาคตตัวเองนะหรือ""เพียงแต่ผมมีเหตุผลบางประการที่ไม่สามารถอธิบายให้แม่ฟังได้""ลูกติดยาใช่ไหม?" น้ำเสียงของผู้เป็นแม่แฝงความห่วงใย"เปล่า ผมว่าแม่ไม่เคยรักผม" สมพงษ์ก้มหน้าต่ำมองปลายเท้าตนเองเขาก้าวเดินอย่างเกียจคร้านและอืดเฉือยวิไลพรก็เช่นกันเธอตกอยู่ในห้วงแห่งความคิด ทบทวนวันเวลาที่ผ่านมาทำงานหนักแทบไม่มีเวลาว่างให้ครอบครัว เธอต้องเดินทางไปต่างจังหวัดบ่อยๆ ในรอบเดือน หากเธอไม่ทำงานทุกคนที่บ้านย่อมต้องลำบาก นั่นมิใช่สิ่งที่เธอปรารถนาเอาเสียเลยเธอยังหาวิถีทางที่จะทำหน้าที่ทั้งสองอย่างไปพร้อมกันให้สมบูรณ์ไม่ได้ ที่ผ่านมาเธอหาเงินเลี้ยงร่างกายเขาให้เติบใหญ่ ลืมไปเลยว่าหัวใจของผู้เป็นลูกแห้งผากแคระแกร็นและเหน็บหนาว เธอรู้สึกผิด ผ่อนอารมณ์ทอดสายตามองปลายถนนทางออกโรงเรียนเบื้องนอก นั่นคือ การแข่งขันที่เกิดอยู่ทุกวี่วัน ในระหว่างก้าวต่างคนยังคงนิ่งและเงียบมีคำตอบและคำถามในหัวใจของตนเองจนกระทั่งผ่านสระน้ำ มีกลุ่มเด็ก ม.ต้นร้องโหวกเหวกโวยวายอยู่ริมสระวิ่งตามกันไปเป็นพวน บ้างหัวเราะงอหงายและบ้างก็ร้องห้ามปรามกันจ้าละหวั่นวิไลพรรู้สึกสงสัยขึ้นมา ว่าเจ้าหนูจอมแก่นเกือบยี่สิบคนมุงดูอะไรกันแน่ เธอชวนลูกชายเดินลัดตัดสนามหญ้าของโรงเรียนข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งของถนนสายยาวเพื่อคลี่คลายเรื่องที่หนักอึ้งในหัวใจไปบ้างเธอและลูกชายหยุดมองดูแม่นกเอี้ยงตัวกระจ้อย บินจิกหมาโซตัวหนึ่ง ภาพแบบนี้เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต หมาโซพยายามจะลงไปคาบลูกนกที่ตกน้ำเหตุนี้นี่เองที่มันไม่กลัวตาย พ่อนกร้องเสียงดังเจี๊ยวจ๊าวบินเข้าจิกกลุ่มหนูน้อยที่มุงดูแตกฮือเป็นวงกว้าง มันบินวนอยู่เหนือสระน้ำเพื่อช่วยเหลือลูกของตน แต่มันก็ไม่สามารถที่จะช่วยลูกของมันขึ้นมาได้ด้วยปีกขยับเหนือน่านน้ำ เพียงเฝ้ามองด้วยความห่วงใยต่อชะตากรรมของผู้เป็นลูก ลูกนกอ้าปากพะงาบๆ ปีกน้อยที่หัดบินอ่อนล้าขยับผลึบผลับจะจมเสียให้ได้ดวงตาน้อยๆ เฝ้ามองแม่ของตน วิไลพรเธอถึงกับรู้สึกเจ็บปวดแทนหากเป็นเธอที่กำลังเฝ้ามองลูกตัวเองกำลังตายต่อหน้าต่อตาโดยไม่สามารถจะช่วยเหลืออะไรได้นั้น หัวใจของเธอคงสลาย นกทั้งคู่ยังคงบินไล่โฉบประชิดจิกไล่หมาโซตัวนั้นโดยไม่คำนึงถึงอันตรายที่อาจจะได้รับจากคมเขี้ยวนั่นเอาเสียเลยเด็กๆ ใช้ไม้เขี่ยเพื่อจะช่วยลูกนก แต่ว่านกทั้งคู่ไม่เข้าใจไล่จิกตีไม้เป็นการใหญ่ มันส่งเสียงแกร๊กๆ จนเจ้าหนูวางไม้แล้ววิ่งหลบการจิกตี เด็กคนอื่นๆ หัวเราะร่า วิไลพรมองดูนกคู่ผัวตัวเมียที่พยายามช่วยเหลือลูกของตนเอง ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางจะช่วยลูกของมันขึ้นมาจากน้ำได้ แต่มันไม่ทิ้งลูกเอาไว้ หัวใจของเธอปลื้มปิติ เธอได้ทำหน้าที่เช่นนกสองตัวนี้แล้วหรือยังหนอ? อาจบางทีเธอบินอยู่ไกลลูกเกินไป พอลูกตกน้ำจึงช่วยเหลือไม่ทัน หมาตัวนั้นเป็นสิ่งชั่วร้ายที่แฝงอยู่ในสังคม พยายามจะงับลูกชายของเธอซึ่งมันก็เข้ามาใกล้เต็มทน นางยิ้มทั้งที่น้ำตาเริ่มไหล, หมาโซยังวนเวียนต่อเหยื่อของโชคชะตา นกเอี้ยงก็เช่นกัน บินวนไม่พักปีกเพื่อเฝ้าระวังภัยให้ลูก เสียงร้องของมันยังคงดังเจื้อยแจ้วซ่อนความอ่อนล้าเอาไว้ในอกนก ปีกของมันถึงแม้จะล้าโรยแต่ก็ฝืนบินด้วยความรักที่มีต่อลูกความเหนื่อยนั้นคล้ายไม่มีแล้วหมาเหลี่ยมจัดรอเวลานี้เพื่อขย้ำลูกนกผู้เคราะห์ร้าย อย่างไรสัตว์ผู้เข้มแข็งกว่าย่อมจะชนะ มันค่อยๆ ก้าวขาลงน้ำลอยเข้าไปใกล้ ริมฝีปากของมันหยาดด้วยหยดน้ำลายแห่งความหิวโหยในจังหวะเดียวกันที่มันจะคาบลูกนกผู้น่าสงสาร วิไลพรคว้าไม้ที่เด็กทำหล่นเอาไว้ฟาดหมับเข้าที่หมานั่น หมาโซหอบร่างระบมวิ่งขึ้นจากน้ำไปไกลเกินกู่ เด็กๆ ปิดตาร้องฮู...วิไลพรถอดรองเท้าก้าวลงในน้ำช้าๆ ด้วยหัวใจของผู้เป็นแม่ เด็กๆ วิ่งมามุงดูมากขึ้น นกเอี้ยงทั้งคู่เห็นวิไลพรก้าวล้ำเขต บินเข้ามาจิกตีทันทีมันไม่กลัวเอาเสียเลย เธอยิ้มและไม่ปัดป้องใช้มือช้อนร่างลูกนกหัดบินขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ลูกนกร้องลั่นด้วยความตกใจ แม่บกบินเข้ามาใกล้จิกตีอีกระลอก เธอก้าวขึ้นมาพ้นน้ำวางลูกนกไว้บนกิ่งมะม่วง เด็กๆ ตบมือกันเกรียว แม้แต่ครูใหญ่เองก็ออกมาชะเง้อมองมาจากชั้นสองของตึกฝั่งตรงข้ามด้วยแววตาที่ชื่นชม พ่อแม่นกบินเข้ามาใกล้เสียงของมันเงียบสงบลง แต่คล้ายกระซิบกระซาบกันมากกว่า ส่งเสียงถามลูกตัวเองฟังไม่ได้ศัพท์ด้วยอารามแห่งความดีใจ เด็กๆ แยกสลายตัวกันเข้าห้องเรียนวิไลพรรู้สึกภูมิใจที่ได้เห็นภาพอันยิ่งใหญ่นี้ สิ่งที่ตนได้กระทำคือปกป้องลูกในฐานะของผู้เป็นแม่เช่นเดียวกันกับเผ่าพันธุ์อื่น เธอยังเดินเรื่อยๆ อีกไม่กี่ก้าวจะพ้นประตูโรงเรียนแล้ว"แม่ครับ" ลูกชายของเธอเอ่ยขึ้นแผ่วเบา"ว่าไงจ๊ะลูกมีปัญหาอะไรจะบอกแม่""คือผมอยากบอกว่าผมรักแม่ครับ"เธอคว้าร่างของลูกชายที่กำลังเติบโตเป็นวัยรุ่นเข้ามากอดในอ้อมอกภัยอันตรายทั้งปวงจากสิ่งรอบข้างหาทางเข้ามาในอ้อมกอดนี้ไม่ได้เอาเสียเลย ตั้งแต่เขาเติบโตพอรู้ความนี่เป็นครั้งแรกที่เขาพูดคำนี้ออกมา น้ำตาของเธอไหลอีกครั้งด้วยความปลื้มปิติ"ผมจะไม่ทำให้แม่เสียใจอีกแล้วครับ"ในใจของเธอครุ่นคิดถึงนกเอี้ยงคู่นั้นและเธอใคร่ขอบคุณด้วยใจจริง...๐

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook